คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7126/2542
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกำหนดโทษจำคุกจำเลยและเพิ่มโทษกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 336 ทวิ ไม่ถูกต้อง เนื่องจากมาตราดังกล่าวเป็นบทบัญญัติถึงเหตุที่จะทำให้ผู้กระทำความผิดต้องระวางโทษหนักกว่าที่บัญญัติไว้ ไม่ใช่บทบัญญัติเรื่องการเพิ่มโทษ
ย่อคำพิพากษา
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 336 ทวิ เป็นบทบัญญัติ ถึงเหตุที่จะทำให้ผู้กระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334, 335,335 ทวิ หรือมาตรา 336 ต้องระวางโทษ หนักกว่าที่บัญญัติไว้ในมาตรานั้น ๆ กึ่งหนึ่งเท่านั้น หาใช่เป็นบทบัญญัติเรื่องของการเพิ่มโทษเหมือนเช่นที่ บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 92 และมาตรา 93 ไม่ การที่ศาลพิพากษากำหนดโทษจำคุกจำเลยและเพิ่มโทษกึ่งหนึ่ง ตามมาตรา 336 ทวิ นั้น จึงไม่ถูกต้อง
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยลักสร้อยคอทองคำหนัก 2 บาท 1 เส้นพร้อมพระเลี่ยมทอง 1 องค์ ราคา 18,000 บาท ของนางคำพัน กัณหาผู้เสียหาย ไปโดยทุจริต โดยจำเลยฉกฉวยกระชากเอาสร้อยคอทองคำพร้อมพระเลี่ยมทองดังกล่าว ซึ่งผู้เสียหายสวมใส่อยู่ที่คอไปซึ่งหน้า ในการวิ่งราวทรัพย์จำเลยได้ใช้รถจักรยานยนต์จำนวน1 คัน เป็นยานพาหนะเพื่อความสะดวกแก่การพาทรัพย์นั้นไปและเพื่อให้พ้นการจับกุม ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 336, 336 ทวิ ให้คืนสร้อยคอทองคำพร้อมพระเลี่ยมทองและรถจักรยานยนต์ของกลางแก่เจ้าของ
จำเลยให้การรับสารภาพ
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 336 วรรคหนึ่ง, 336 ทวิ จำคุก 5 ปี เพิ่มโทษจำคุกกึ่งหนึ่งตามมาตรา 336 ทวิ รวมจำคุก 7 ปี 6 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 3 ปี 9 เดือน คืนสร้อยคอทองคำพร้อมพระเลี่ยมทอง และรถจักรยานยนต์ของกลางแก่เจ้าของ
จำเลยอุทธรณ์ขอให้ลงโทษสถานเบา
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำคุกจำเลยตามมาตรา 336 วรรคหนึ่ง 4 ปี เพิ่มโทษกึ่งหนึ่งตามมาตรา 336 ทวิ เป็นจำคุก 6 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 3 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่โจทก์ฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายว่าประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 336 ทวิ ไม่ใช่บทเพิ่มโทษแต่เป็นบทที่กำหนดให้ต้องระวางโทษจำเลยหนักขึ้นกว่าโทษที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 336 กึ่งหนึ่ง ขอให้ศาลฎีกาพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์โดยบังคับใช้กฎหมายให้ถูกต้องนั้นเห็นว่า ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 336 ทวิ เป็นบทบัญญัติถึงเหตุที่จะทำให้ผู้กระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 334, 335, 335 ทวิ หรือมาตรา 336 ต้องระวางโทษหนักกว่าที่บัญญัติไว้ในมาตรานั้น ๆ กึ่งหนึ่งเท่านั้น หาใช่เป็นบทบัญญัติเรื่องของการเพิ่มโทษเหมือนเช่นที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 92 และมาตรา 93 ไม่ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษากำหนดโทษจำคุกจำเลยและเพิ่มโทษกึ่งหนึ่งตามมาตรา 336 ทวินั้นเป็นการไม่ถูกต้อง ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไขเสียให้ถูกต้อง ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น"
พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 336 วรรคหนึ่ง ประกอบด้วยมาตรา 336 ทวิ ลงโทษจำคุก 6 ปีจำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 3 ปีนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7126/2542
พนักงานอัยการ สำนักงาน อัยการ สูงสุด โจทก์
นาย วิบูลย์ สน คลัง จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการ สำนักงาน อัยการ สูงสุด · จำเลย - นาย วิบูลย์ สน คลัง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | จำรูญ แสนภักดี · ณรงค์ศักดิ์ วิจิตรสาระวงศ์ · เรืองฤทธิ์ ศรีวรรธนะ |
| แหล่งที่มา | สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ