คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11810/2553
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำความผิดฐานบุกรุก ทำให้เสียทรัพย์ และลักทรัพย์ ที่เกิดจากการกระทำต่อเนื่องกัน โดยมีเจตนาเดียวคือเพื่อเอาทรัพย์นั้นไปโดยทุจริต ถือเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90
ย่อคำพิพากษา
จำเลยที่ 1 กับพวกเข้าไปในบริเวณโรงงานซึ่งอยู่ในความครอบครองของผู้เสียหายแล้วทุบอิฐบล็อกและคอนกรีตที่ก่อสร้าง กับรื้อเหล็กโครงสร้างของอาคารห้องพักคนงานของผู้เสียหายจนไม่สามารถใช้งานได้ แล้วเอาเหล็กโครงสร้างอาคารดังกล่าวไปอันเป็นความผิดฐานบุกรุก ทำให้เสียทรัพย์และลักทรัพย์ แต่เป็นการกระทำต่อเนื่องกันโดยจำเลยมีเจตนาเดียวคือเพื่อเอาเหล็กโครงสร้างอาคารไปโดยทุจริตเท่านั้น จึงเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทตาม ป.อ. มาตรา 90
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
—
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้อง ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 83, 93, 334, 335,358, 336 ทวิ, 362, 364, 365 ริบของกลางที่ยังไม่ได้คืนและเพิ่มโทษจำเลยที่ 9 กึ่งหนึ่ง
จำเลยทั้งเก้าให้การปฏิเสธ แต่จำเลยที่ 9 รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้เพิ่มโทษ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334 ประกอบมาตรา 336 ทวิ, 358, 362, 364 ในความผิดฐานบุกรุกเป็นความผิดกรรมเดียวกับความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ และลักทรัพย์โดยใช้รถเป็นยานพาหนะอันเป็นความผิดกฎหมายหลายบท ลงโทษฐานลักทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะอันเป็นบทหนักตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ส่วนความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์กับความผิดฐานลักทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะเป็นความผิดคนละกรรม ให้เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 โดยความผิดฐานลักทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะ จำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 4 ปี 6 เดือน ความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ จำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 3 ปี รวมจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 7 ปี 6 เดือน คำให้การของจำเลยที่ 1 เป็นประโยชน์แก่การพิจารณาคดีอยู่บ้าง มีเหตุอันควรบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในหกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 6 ปี 3 เดือน ริบของกลาง ข้อหากับคำขออื่นให้ยก ยกฟ้องจำเลยที่ 2 ถึงที่ 9
จำเลยที่ 1 อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 1 ด้วย นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยที่ 1 มีเจตนาลักเหล็กโครงสร้างอาคารซึ่งอยู่ในที่ดินของผู้เสียหาย การที่จำเลยที่ 1 บุกรุกเข้าไปในที่ดินแล้วทำให้เสียทรัพย์ โดยทุบอิฐบล็อกและคอนกรีตของอาคาร ก็เพื่อลักเอาเหล็กโครงสร้างของอาคารเหล่านั้นไปการกระทำทั้งหมดของจำเลยที่ 1 เป็นการกระทำต่อเนื่องกันโดยมีเจตนาเดียวคือเพื่อเอาเหล็กโครงสร้างอาคารไปโดยทุจริต จึงเป็นการกระทำอันเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้นบางส่วน
พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334 ประกอบมาตรา 336 ทวิ, 358, 362, 364, 91 เป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทให้ลงโทษฐานลักทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะอันเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 4 ปี 6 เดือน ลดโทษให้จำเลยที่ 1 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 หนึ่งในหก คงจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 3 ปี 9 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11810/2553
พนักงานอัยการจังหวัดสมุทรปราการ โจทก์
นายธวัช วงษ์นุช กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดสมุทรปราการ · จำเลย - นายธวัช วงษ์นุช กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | นพวรรณ อินทรัมพรรย์ · ไชยยงค์ คงจันทร์ · ทัศนีย์ ธรรมเกณฑ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดสมุทรปราการ - นายวิฑูรย์ วิริยะวิธสัจจา · ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายกฤษณี เยพิทักษ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
| หมายเลขคดีดำ | อ.250/2550 |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา