⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1698/2513

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1698/2513

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อศาลพิพากษาเรียงกระทงลงโทษจำเลย และความผิดแต่ละกระทงเข้าเกณฑ์ที่จะเพิ่มโทษได้ ศาลย่อมเพิ่มโทษได้ทุกกระทงความผิดที่ลงโทษนั้น แม้โจทก์จะขอให้เพิ่มโทษตามมาตราที่หนักกว่า แต่หากเข้าเกณฑ์ตามมาตราที่เบากว่า ศาลก็สามารถเพิ่มโทษตามมาตราที่เบากว่านั้นได้

ย่อคำพิพากษา

เมื่อศาลพิพากษาเรียงกระทงลงโทษและความผิดแต่ละกระทงที่ลงโทษเข้าเกณฑ์ที่จะเพิ่มโทษได้ ย่อมเพิ่มโทษได้ทุกกระทงความผิดที่ลงโทษนั้น โจทก์ขอให้เพิ่มโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 93เมื่อไม่เข้าเกณฑ์ที่จะเพิ่มโทษตามมาตรา 93 แต่เข้าเกณฑ์เพิ่มโทษตามมาตรา 92 ได้ ศาลย่อมเพิ่มโทษตามมาตรา 92 ซึ่งเป็นบทที่เบากว่าให้ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.92 ประมวลกฎหมายอาญา ม.93

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๑๒ เวลากลางวัน จำเลยที่ ๑มีมีดเป็นอาวุธ จำเลยที่ ๒ มีอาวุธปืนที่ไม่มีทะเบียนไว้ในครอบครองไม่รับอนุญาต จำเลยทั้งสองได้พกพาอาวุธดังกล่าวไปในทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุสมควร แล้วจำเลยทั้งสองร่วมกันใช้อาวุธดังกล่าวทำการชิงทรัพย์ก่อนคดีนี้จำเลยที่ ๒ เคยต้องคำพิพากษาให้จำคุก ๓ ปี ๔ เดือน ฐานชิงทรัพย์พ้นโทษแล้วมากระทำความผิดคดีนี้ซ้ำในอนุมาตราเดียวกันภายใน ๓ ปีจึงขอให้ลงโทษและเพิ่มโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๙,๘๓, ๓๗๑, ๙๓ พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๗, ๗๒พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๑๐ มาตรา ๓ ริบของกลาง จำเลยที่ ๑ ให้การรับสารภาพ จำเลยที่ ๒ ปฏิเสธ ข้อต้องโทษและพ้นโทษรับตามฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ ๑ ผิดฐานวิ่งราวทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๖ กระทงหนึ่ง ตามมาตรา ๓๗๑อีกกระทงหนึ่งลงโทษตามมาตรา ๓๗๑ ซึ่งเป็นกระทงหนักตามมาตรา ๙๑จำคุก ๔ ปี รับสารภาพปรานีลดโทษตามมาตรา ๗๘ กึ่งหนึ่ง จำคุก ๒ ปี จำเลยที่ ๒ ผิดฐานสนับสนุนการกระทำความผิดวิ่งราวทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๖ ประกอบด้วยมาตรา ๘๖ กระทงหนึ่งจำคุก ๒ ปี ๘ เดือน และผิดฐานมีอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาตตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๗, ๗๒ แก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ ๔พ.ศ. ๒๕๑๐ มาตรา ๓ และพาอาวุธปืนไปในทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันสมควรตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๗๑ อีกบทหนึ่ง ให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ ซึ่งเป็นบทหนักตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๙๐ วางโทษจำคุก ๖ เดือน รวมเป็นโทษจำคุกจำเลยที่สอง ๓ ปี ๒ เดือน เพิ่มโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๓ กึ่งหนึ่ง เป็นจำคุก๔ ปี ๙ เดือน ลดโทษตามมาตรา ๗๘ ให้ ๑ ใน ๓ คงจำคุกจำเลยที่ ๒ ไว้๓ ปี ๒ เดือน ข้อหาอื่นยก มีดของกลางริบ จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์ขอให้ลงโทษเบาและรอการลงโทษ จำเลยที่ ๒ อุทธรณ์ขอให้ยกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิจารณาเห็นว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามบทกฎหมายและกระทงความผิดดังที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัย แต่ที่ศาลชั้นต้นเอาโทษ ๒ กระทงมารวมกันแล้วเพิ่มโทษตามมาตรา ๙๓ ไม่ถูกต้องเพราะความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ ไม่ใช่โทษตามที่จำแนกไว้ในอนุมาตราต่าง ๆในมาตรา ๙๓ พิพากษาแก้เป็นว่าจำเลยที่ ๒ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๖, ๘๖ กระทงหนึ่งจำคุก ๒ ปี ๘ เดือนและผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๗, ๗๒แก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ ๔ พ.ศ. ๒๕๑๐ มาตรา ๓ และประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๗๑ อีกบทหนึ่ง ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ ซึ่งเป็นบทหนักตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๐ จำคุก ๖ เดือน เพิ่มโทษจำเลยในความผิด มาตรา ๓๓๖, ๘๖ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๓เป็นจำคุก ๔ ปี รวม ๒ กระทงเป็นโทษจำคุก ๔ ปี ๖ เดือน ปรานีลดโทษตามมาตรา ๗๘ ประมวลกฎหมายอาญาให้ ๑ ใน ๓ คงจำคุกจำเลยที่ ๒สามปี นอกจากที่แก้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกาขอให้เพิ่มโทษจำเลยที่ ๒ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๙๒ ในความผิดฐานมีอาวุธปืนไม่รับอนุญาตด้วย ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้วเห็นว่า คดีนี้ศาลได้พิพากษาเรียงกระทงลงโทษจำเลยที่ ๒ มาในความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนการกระทำผิดที่จำเลยที่ ๑ กระทำการวิ่งราวทรัพย์กระทงหนึ่ง ฐานผิดพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๗, ๗๒ แก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ ๔ พ.ศ. ๒๕๑๐มาตรา ๓ อีกกระทงหนึ่งความผิดของจำเลยที่ ๒ แต่ละกระทงเมื่อเข้าหลักเกณฑ์ที่จะเพิ่มโทษได้แล้วย่อมเพิ่มโทษได้ทุกระทงความผิด ความผิดของจำเลยที่ ๒ ฐานผิดพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ จะเพิ่มโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๓ ไม่ได้ก็จริง แต่เพิ่มได้ตามมาตรา ๙๒แม้โจทก์จะขอเพิ่มโทษตามมาตรา ๙๓ โดยไม่ได้ขอมาตรา ๙๒ มาด้วยก็ชอบที่จะเพิ่มโทษจำเลยที่ ๒ ตามมาตรา ๙๒ ซึ่งเป็นบทที่เบากว่าได้ พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ว่า ให้เพิ่มโทษจำเลยที่ ๒ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๒ ในกระทงความผิดฐานผิดพระราชบัญญัติอาวุธปืน พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๗, ๗๒ แก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ ๔พ.ศ. ๒๕๑๐ มาตรา ๓ อีก ๑ ใน ๓ รวมเป็นโทษฐานนี้ ๘ เดือน ดังนั้นรวมโทษ ๒ กระทงจึงเป็นโทษจำคุกจำเลยที่สอง ๔ ปี ๘ เดือน เมื่อลดโทษให้ ๑ ใน ๓ ตามมาตรา ๗๘ คงจำคุกจำเลยที่ ๒ ไว้ ๓ ปี ๑ เดือน ๑๐ วันนอกจากที่แก้คงเป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1698/2513 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ นายสมชาย เล็กบาง ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · จำเลย - นายสมชาย เล็กบาง ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สวัสดิ์ ภู่งาม · บุณยเกียรติ อรชุนะกะ · อัศนี เกาไศยนันท์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายพิชัย รชตะนันทน์ · ศาลอุทธรณ์ - นายประมวล สุวรรณจินดา
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4436/2549ฎีกา 528/2470ฎีกา 293/2507ฎีกา 130/2527ฎีกา 1524/2500ฎีกา 5873/2567ฎีกา 7366/2552ฎีกา 2591/2540ฎีกา 6660/2539ฎีกา 196/2471ฎีกา 928/2517ฎีกา 7451/2548ฎีกา 7790/2552ฎีกา 2076/2545ฎีกา 861/2509ฎีกา 1561/2549ฎีกา 3279/2528ฎีกา 2220/2547ฎีกา 6522/2560ฎีกา 927/2510ฎีกา 57/2555ฎีกา 5843/2531ฎีกา 2360/2555ฎีกา 14505/2558
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา