คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2076/2545
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การเพิ่มโทษตาม ป.อ. มาตรา 92 ต้องกำหนดโทษที่จะลงเสียก่อน แล้วจึงเพิ่มโทษ หลังจากนั้นจึงจะลดโทษตาม ป.อ. มาตรา 54 หากศาลลงโทษปรับสถานเดียว จะไม่อาจเพิ่มโทษตาม ป.อ. มาตรา 92 ได้
ย่อคำพิพากษา
การเพิ่มโทษอีกหนึ่งในสามตาม ป.อ.มาตรา 92 นั้น จะต้องกำหนดโทษที่จะลงเสียก่อนแล้วจึงเพิ่มโทษ หลังจากนั้นจึงจะลดโทษตาม ป.อ.มาตรา 54
คดีนี้ ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาฯ พิพากษาเพียงลงโทษปรับสถานเดียว จึงไม่อาจเพิ่มโทษตาม ป.อ.มาตรา 92 ได้ และปัญหานี้เป็นเหตุอยู่ในส่วนลักษณะคดีจึงมีผลถึงจำเลยอื่นที่มิได้อุทธรณ์ด้วย
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตาม พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ.๒๕๓๔ มาตรา ๔ , ๑๐๘ , ๑๑๐ และ ๑๑๕ ป.อ.มาตรา ๓๒ , ๓๓ , ๘๓ และ ๙๒ ริบของกลางทั้งหมดและเพิ่มโทษจำเลยที่ ๒
จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ และจำเลยที่ ๒ รับข้อเคยต้องโทษและพ้นโทษจริงตามฟ้อง
ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิจารณาแล้ว พิพากษาว่าจำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.๒๕๓๔ มาตรา ๑๑๐ (๑) ประกอบมาตรา ๑๐๘ ให้ลงโทษจำเลยที่ ๑ จำคุก ๖ เดือน และปรับ ๓๐,๐๐๐ บาท จำเลยที่ ๑ ให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอันเป็นเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจำคุก ๓ เดือน และปรับ ๑๕,๐๐๐ บาท เมื่อพิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดี ประกอบกับไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ ๑ เคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน จึงเห็นสมควรให้โอกาสจำเลยที่ ๑ กลับตัวต่อไป โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด ๑ ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๖ หากจำเลยที่ ๑ ไม่ชำระค่าปรับ ให้จัดการตามประมวลกฏหมายอาญา มาตรา ๒๙ และ ๓๐ ริบของกลาง ในส่วนของจำเลยที่ ๒ เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจำคุกและกระทำความผิดภายใน ๕ ปี นับแต่วันพ้นโทษ ให้เพิ่มโทษหนึ่งในสาม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๒ ลงโทษจำคุก ๔ เดือน จำเลยที่ ๒ ให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอันเป็นเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจำคุกจำเลยที่ ๒ ไว้มีกำหนด ๒ เดือน
จำเลยที่ ๒ อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา
ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว คดีคงมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยที่ ๒ ว่า สมควรลงโทษจำเลยที่ ๒ สถานเบาหรือไม่ เห็นว่า จำเลยทั้งสองไม่ได้เป็นผู้ผลิตสินค้าหรือปลอมเครื่องหมายการค้าของผู้เสียหายขึ้นเอง สินค้าของกลางก็มีเพียงรองเท้ากีฬาจำนวน ๖๔ คู่ สนับแข้งจำนวน ๙๕ คู่ ทั้งไม่ปรากฏว่าจำเลยทั้งสองจำหน่ายสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้าปลอมมานานแล้ว หรือเป็นผู้จำหน่ายรายใหญ่ ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาลงโทษจำเลยที่ ๒ โดยมิได้ตั้งกำหนดโทษที่จะลงแก่จำเลยที่ ๒ เสียก่อน กลับให้เพิ่มโทษหนึ่งในสาม ลงโทษจำคุก ๔ เดือน จึงไม่ชอบและหนักเกินไป เห็นสมควรแก้ไขกำหนดโทษสำหรับจำเลยที่ ๒ เสียใหม่ให้เหมาะสมแก่สภาพและพฤติการณ์แห่งการกระทำความผิดของจำเลยที่ ๒ โดยวางโทษก่อนลด ให้ปรับเพียงสถานเดียวจำนวน ๒๐,๐๐๐ บาท อุทธรณ์ของจำเลยที่ ๒ ฟังขึ้น ปัญหาข้อนี้แม้จำเลยที่ ๑ จะมิได้อุทธรณ์แต่จำเลยที่ ๑ ร่วมกระทำความผิดตามคำฟ้องกับจำเลยที่ ๒ ซึ่งถือว่าเป็นเหตุอยู่ในส่วนลักษณะคดี ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศย่อมมีอำนาจพิพากษาแก้ไขโทษตลอดไปถึงจำเลยที่ ๑ ซึ่งมิได้อุทธรณ์ได้ ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.๒๕๓๙ มาตรา ๔๕ ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๑๓
อนึ่ง เมื่อโทษสำหรับจำเลยที่ ๒ เป็นโทษปรับสถานเดียวดังได้วินิจฉัยข้างต้นแล้ว แม้จำเลยที่ ๒ เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจำคุกและได้กระทำความผิดในคดีนี้อีกภายในเวลา ๕ ปี นับแต่วันพ้นโทษก็ตาม แต่ก็ไม่อาจเพิ่มโทษจำเลยที่ ๒ อีกหนึ่งในสามได้ เพราะศาลมิได้พิพากษาลงโทษจำเลยที่ ๒ ในคดีนี้ถึงจำคุกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๒
พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำเลยทั้งสองโดยปรับแต่เพียงสถานเดียวจำนวน ๒๐,๐๐๐ บาท จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณาลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงปรับ ๑๐,๐๐๐ บาท หากจำเลยทั้งสองไม่ชำระค่าปรับ ให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙ และ ๓๐ ยกคำขอให้เพิ่มโทษจำเลยที่ ๒ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง.
นายไพโรจน์ โรจน์อภิรักษ์กุล ย่อ/ตรวจ
นายไมตรี ศรีอรุณ ผู้ช่วยฯ/ตรวจ
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2076/2545
พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์
นาย ไชยา พงชาติ ที่ 1 กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด · จำเลย - นาย ไชยา พงชาติ ที่ 1 กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | พิชิต คำแฝง · เสริมศักดิ์ ผลัดธุระ · ชาญชัย ลิขิตจิตถะ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลทรัพย์สินทางปัญญาฯ - นายจักรกฤษณ์ เจนเจษฎา · ศาลอุทธรณ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา