⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 251/2510

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 251/2510

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อเหตุที่ศาลอุทธรณ์จะยกฟ้องเป็นเหตุอยู่ในส่วนลักษณะคดี ศาลอุทธรณ์ย่อมมีอำนาจพิพากษายกฟ้องตลอดไปถึงจำเลยที่มิได้อุทธรณ์ได้ด้วย

ย่อคำพิพากษา

ในคดีที่โจทก์มีพยานเพียง 2 ปาก และศาลได้วินิจฉัยว่าพยานทั้งสองนั้นไม่ได้เห็นเหตุการณ์จริง เช่นนี้ ก็เท่ากับว่าคดีโจทก์ไม่มีพยานที่จะให้ศาลฟังว่าจำเลยได้กระทำผิด จึงเป็นเหตุลักษณะคดี ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยที่ 1 ยกฟ้องจำเลยที่ 2, 3, 4 โจทก์อุทธรณ์ขอให้ลงโทษจำเลยที่ 2, 3, 4 ส่วนจำเลยที่ 1 มิได้อุทธรณ์ เช่นนี้ เมื่อเหตุที่ศาลอุทธรณ์จะยกฟ้องเป็นเหตุอยู่ในส่วนลักษณะคดีแล้ว ศาลอุทธรณ์ย่อมมีอำนาจพิพากษายกฟ้องตลอดไปถึงจำเลยที่ 1 ที่มิได้อุทธรณ์ได้ด้วย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.213

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกับพวกปล้นทรัพย์ จำเลยทั้ง ๔ ให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยที่ ๑ มีความผิดให้จำคุก ส่วนที่จำเลยที่ ๒, ๓, ๔ ให้ยกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ขอให้ลงโทษจำเลยที่ ๒, ๓, ๔ ส่วนจำเลยที่ ๑ ไม่ได้อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ไม่เชื่อว่าพยานจะได้เห็นเหตุการณ์จริง ที่ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องจำเลยที่ ๒, ๓, ๔ นั้นชอบแล้ว ส่วนจำเลยที่ ๑ มิได้อุทธรณ์ขึ้นมา ก็เห็นว่าเป็นเหตุอยู่ในส่วนลักษณะคดี ศาลอุทธรณ์มีอำนาจที่จะพิพากษาตลอดไปถึงจำเลยที่ ๑ ที่มิได้อุทธรณ์ขึ้นมาได้ พิพากษาแก้ ให้ยกฟ้องสำหรับจำเลยที่ ๑ เสียด้วย โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยที่ ๑ ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ศาลฎีกาพิเคราะห์คำเบิกความของนายอมรและนายสว่างแล้ว เห็นว่าคำพยานทั้งสองไม่น่าเชื่อ กล่าวคือ นายอมรว่าได้ยินคนร้ายพูดกันว่าจะไปปล้นบ้านเจ้าทรัพย์แล้วได้ไปปรึกษากับนายสว่างว่าจะไปบอกให้เจ้าทรัพย์รู้ตัว แต่เมื่อเกิดเหตุแล้วพยานทั้งสองก็หาได้บอกแก่เจ้าพนักงานตำรวจหรือชาวบ้านที่มาช่วยเจ้าทรัพย์ในคืนนั้นแต่อย่างใด ซึ่งศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยถึงเหตุผลที่ไม่น่าเชื่อว่าพยานทั้งสองนี้จะได้รู้เห็นเหตุการณ์ไว้โดยละเอียดแล้ว เมื่อคดีของโจทก์มีพยานเพียง ๒ ปากและศาลได้วินิจฉัยว่าพยานทั้งสองนี้ไม่ได้เห็นเหตุการณ์จริงก็เท่ากับว่าคดีนี้โจทก์ไม่มีพยานที่จะให้ศาลฟังว่าจำเลยได้กระทำผิด จึงเป็นเหตุลักษณะคดี ที่โจทก์ฎีกาว่า โจทก์เป็นฝ่ายอุทธรณ์ขอให้ลงโทษจำเลยที่ ๒, ๓, ๔ แต่ศาลอุทธรณ์กลับพิพากษาเกินคำขอของโจทก์ยกฟ้องไปถึงจำเลยที่ ๑ ด้วย เป็นการไม่ชอบนั้น ปัญหาเช่นนี้ได้เคยวินิจฉัยโดยที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาแล้ว ตามฎีกาที่ ๑๓๗๐/๒๕๐๓ ว่า ศาลอุทธรณ์มีอำนาจพิพากษายกฟ้องโจทก์ตลอดถึงจำเลยที่มิได้อุทธรณ์ได้ ในเมื่อเหตุที่ให้ยกนั้นเป็นเหตุอยู่ในส่วนลักษณะคดี ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องจำเลยที่ ๑ ด้วยนั้นชอบแล้ว ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 251/2510 อัยการจังหวัดเชียงใหม่ โจทก์ นายอิ่น อูปเงิน กับพวกรวม 4 คน ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการจังหวัดเชียงใหม่ · ล. - นายอิ่น อูปเงิน กับพวกรวม 4 คน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ศริ มลิลา · สวิง ลัดพลี · จินตา บุณยอาคม
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดเชียงใหม่ - นายกิติ บูรพรรณ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายแสวง จินดานนท์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 927/2490ฎีกา 2081/2531ฎีกา 1327/2568ฎีกา 5414/2536ฎีกา 2499/2543ฎีกา 7665/2543ฎีกา 2700/2565ฎีกา 4807/2529ฎีกา 3948/2566ฎีกา 9/2496ฎีกา 15717/2553ฎีกา 589/2483ฎีกา 6355/2544ฎีกา 2898/2530ฎีกา 259/2496ฎีกา 726/2487ฎีกา 6786/2551ฎีกา 7362/2538ฎีกา 1668/2522ฎีกา 98/2545ฎีกา 1436/2498ฎีกา 463/2566ฎีกา 4505/2531ฎีกา 594/2482
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา