⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5093/2548

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5093/2548

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำความผิดเพราะเหตุบันดาลโทสะจะอ้างได้ต่อเมื่อเป็นการกระทำต่อผู้ข่มเหงในขณะนั้นเท่านั้น ศาลฎีกามีอำนาจพิพากษาให้รอการลงโทษจำคุกจำเลยที่ถูกพิพากษาลงโทษในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ แม้จำเลยผู้นั้นจะมิได้อุทธรณ์หรือฎีกาในส่วนของตนเองก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

ก่อนเกิดเหตุโจทก์ร่วมนั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ไปตามถนนทางสาธารณะกับเพื่อนและได้พบกับจำเลยทั้งสามโดยบังเอิญ จำเลยทั้งสามขับรถจักรยานยนต์ไล่ติดตามรถโจทก์ร่วมไปเป็นระยะทางไกลและนานพอสมควร อ้างว่าเพื่อสอบถามโจทก์ร่วมว่าด่าว่าอะไรจำเลยที่ 1 เมื่อถึงที่เกิดเหตุรถไล่ตามกันทัน จำเลยที่ 1 ใช้มีดดาบฟันถูกโจทก์ร่วมเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัส พฤติการณ์ส่อแสดงว่าจำเลยทั้งสามร่วมกันไล่ติดตามไปเพื่อทำร้ายโจทก์ร่วมมิใช่เพื่อสอบถาม ส่วนเหตุการณ์ที่โจทก์ร่วมกับพวกร่วมกันทำร้ายจำเลยที่ 1 ก็เกิดขึ้นก่อนเกิดเหตุคดีนี้เป็นเวลานานถึง 1 ปีมาแล้ว จำเลยที่ 1 จะอ้างว่าใช้มีดดาบฟันโจทก์ร่วมเพราะเหตุบันดาลโทสะตาม ป.อ. มาตรา 72 ไม่ได้ เพราะมิใช่การกระทำความผิดต่อโจทก์ร่วมผู้ข่มเหงตนในขณะนั้น แม้ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยทั้งสามจะได้ร่วมกระทำผิดด้วยกัน แต่จำเลยที่ 2 เป็นเพียงผู้ขับรถจักรยานยนต์ให้จำเลยที่ 1 นั่งซ้อนท้ายอยู่ตรงกลาง และมีจำเลยที่ 3 นั่งซ้อนท้ายสุดในขณะที่ไล่ติดตามรถโจทก์ร่วม โดยจำเลยที่ 2 และที่ 3 มิได้เป็นผู้ใช้อาวุธมีดดาบฟันโจทก์ร่วมด้วยตนเองแต่อย่างใด ประกอบกับจำเลยที่ 2 และที่ 3 อายุยังน้อย และไม่ปรากฏว่าเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน เพื่อเห็นแก่อนาคตของจำเลยที่ 2 และที่ 3 เมื่อศาลรอการลงโทษจำคุกให้จำเลยที่ 1 จึงเห็นสมควรรอการลงโทษจำคุกให้จำเลยที่ 2 และที่ 3 ด้วย และแม้คดีของจำเลยที่ 2 และที่ 3 จะยุติไปโดยจำเลยที่ 2 และที่ 3 มิได้อุทธรณ์และฎีกาก็ตาม ศาลฎีกาก็มีอำนาจพิพากษาให้รอการลงโทษจำคุกจำเลยที่ 2 และที่ 3 ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.213 ประมวลกฎหมายอาญา ม.56 ประมวลกฎหมายอาญา ม.72

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีเดิมศาลชั้นต้นพิจารณาและพิพากษารวมกันกับคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1902/2546 ของศาลชั้นต้น โดยให้เรียกจำเลยทั้งสองในคดีนี้ว่าจำเลยที่ 1 และที่ 2 ตามลำดับ เรียกจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1902/2546 ว่าจำเลยที่ 3 แต่คดีดังกล่าวถึงที่สุดโดยคู่ความมิได้อุทธรณ์ คงขึ้นมาสู่การพิจารณาของศาลฎีกาเฉพาะคดีนี้ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม ป.อ. มาตรา 288, 80, 83, 371 จำเลยที่ 1 ให้การรับว่าใช้มีดดาบเป็นอาวุธฟันทำร้ายผู้เสียหายจริง แต่กระทำไปโดยบันดาลโทสะ จำเลยที่ 2 และที่ 3 ให้การปฏิเสธ ระหว่างพิจารณานายพัลลภผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ในความผิดฐานพยายามฆ่า ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 288, 80, 371, 83 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน เรียงกระทงลงโทษตาม ป.อ. มาตรา 91 ขณะกระทำความผิดจำเลยทั้งสามต่างมีอายุ 19 ปีเศษ ลดมาตราส่วนโทษให้กึ่งหนึ่งตาม ป.อ. มาตรา 76 ฐานร่วมกันพาอาวุธมีด ปรับคนละ 50 บาท ฐานร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น จำคุกคนละ 5 ปี คำรับสารภาพของจำเลยที่ 1 และทางนำสืบของจำเลยทั้งสามเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตาม ป.อ. มาตรา 78 คงจำคุกจำเลยทั้งสามคนละ 2 ปี 6 เดือน และปรับคนละ 25 บาท หากไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตาม ป.อ. มาตรา 29 จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายืน จำเลยที่ 1 ฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้เป็นยุติว่า จำเลยทั้งสามร่วมกันกระทำความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่น โดยจำเลยที่ 1 ใช้อาวุธมีดดาบฟันโจทก์ร่วมเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัส คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 1 ว่า จำเลยที่ 1 กระทำความผิดโดยบันดาลโทสะหรือไม่ เห็นว่า เหตุคดีนี้เกิดขณะโจทก์ร่วมนั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ป๊อปซึ่งเป็นรถขนาดเล็กไปตามถนนทางสาธารณะกับนายไพรัตน์เพียงสองคนและได้พบกับจำเลยทั้งสามโดยบังเอิญ จำเลยทั้งสามขับรถจักรยานยนต์ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าไล่ติดตามรถโจทก์ร่วมไปเป็นระยะทางไกลและนานพอสมควร อ้างว่าเพื่อสอบถามโจทก์ร่วมว่าด่าว่าอะไรจำเลยที่ 1 เมื่อถึงที่เกิดเหตุรถไล่ตามกันทัน จำเลยที่ 1 ใช้มีดดาบยาวประมาณ 70 เซนติเมตร ฟันโจทก์ร่วมถูกที่กกหูขวาโดยแรง เป็นบาดแผลยาวประมาณ 5 เซนติเมตร ลึกประมาณ 1 เซนติเมตร หลอดเลือดดำใหญ่ฉีกขาด กระโหลกศีรษะแตก พฤติการณ์ส่อแสดงว่าจำเลยทั้งสามร่วมกันไล่ติดตามไปเพื่อทำร้ายโจทก์ร่วมมิใช่เพื่อสอบถาม ข้อที่อ้างว่าโจทก์ร่วมด่าว่าให้ของลับและชักอาวุธมีดออกมาทำร้ายตนก่อนนั้น จำเลยที่ 1 เพียงยกขึ้นอ้างลอย ๆ ในชั้นพิจารณาไม่มีน้ำหนักรับฟัง ส่วนเหตุการณ์ที่โจทก์ร่วมกับพวกร่วมกันทำร้ายจำเลยที่ 1 เป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัสก็เกิดขึ้นก่อนเกิดเหตุคดีนี้เป็นเวลานานถึง 1 ปี มาแล้ว จำเลยที่ 1 จะอ้างว่าใช้มีดดาบฟันโจทก์ร่วมเพราะเหตุบันดาลโทสะตาม ป.อ. มาตรา 72 ไม่ได้ เพราะมิใช่การกระทำความผิดต่อโจทก์ร่วมผู้ข่มเหงตนในขณะนั้น อนึ่ง คดีนี้แม้ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยทั้งสามจะได้ร่วมกระทำผิดด้วยกัน แต่จำเลยที่ 2 เป็นเพียงผู้ขับรถจักรยานยนต์ให้จำเลยที่ 1 นั่งซ้อนท้ายอยู่ตรงกลาง และมีจำเลยที่ 3 นั่งซ้อนท้ายสุดในขณะที่ไล่ติดตามรถโจทก์ร่วม โดยจำเลยที่ 2 และที่ 3 มิได้เป็นผู้ใช้อาวุธมีดดาบฟันโจทก์ร่วมด้วยตนเองแต่อย่างใด ประกอบกับจำเลยที่ 2 และที่ 3 อายุยังน้อยเพื่อเห็นแก่อนาคตของจำเลยที่ 2 และที่ 3 เมื่อศาลรอการลงโทษจำคุกให้จำเลยที่ 1 จึงเห็นสมควรรอการลงโทษจำคุกให้จำเลยที่ 2 และที่ 3 เสียด้วย และแม้คดีของจำเลยที่ 2 และที่ 3 จะยุติไปโดยจำเลยที่ 2 และที่ 3 มิได้อุทธรณ์และฎีกาก็ตาม ศาลฎีกาก็มีอำนาจพิพากษาให้รอการลงโทษจำคุกจำเลยที่ 2 และที่ 3 ได้ พิพากษาแก้เป็นว่า ให้รอการลงโทษจำคุกจำเลยทั้งสามไว้มีกำหนด 3 ปี ให้จำเลยทั้งสามไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติประจำศาลราชบุรีทุก 3 เดือน ภายในกำหนด 1 ปี ตาม ป.อ. มาตรา 56 นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 7. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5093/2548 พนักงานอัยการจังหวัดราชบุรี โจทก์ นายพัลลภ ทรัพย์คำนูณ โจทก์ร่วม นายจิระศักดิ์หรือต้น คำสุข กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดราชบุรี · โจทก์ร่วม - นายพัลลภ ทรัพย์คำนูณ · จำเลย - นายจิระศักดิ์หรือต้น คำสุข กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุรภพ ปัทมะสุคนธ์ · พิชิต คำแฝง · เฉลิมชัย จารุไพบูลย์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดราชบุรี - นายโกสินทร์ ฤทธิรงค์ · ศาลอุทธรณ์ภาค 7 - นายอร่าม แย้มสอาด
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 927/2490ฎีกา 1891/2500ฎีกา 846/2512ฎีกา 138/2532ฎีกา 5598/2540ฎีกา 668/2481ฎีกา 3887/2542ฎีกา 2958/2540ฎีกา 633/2540ฎีกา 664/2520ฎีกา 3911/2568ฎีกา 6355/2544ฎีกา 551/2514ฎีกา 726/2487ฎีกา 1005/2532ฎีกา 1082/2511ฎีกา 1049/2539ฎีกา 170/2539ฎีกา 6318/2534ฎีกา 5509/2549ฎีกา 1027/2485ฎีกา 3576/2536ฎีกา 4018/2542ฎีกา 3985/2530
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา