⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1073/2502

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1073/2502

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ใบแดงแจ้งโทษท้ายฟ้องถือเป็นส่วนหนึ่งของคำฟ้อง และเมื่อจำเลยรับว่าเป็นความจริงตามใบแดงแล้ว จะไม่สามารถอุทธรณ์หรือฎีกาในประเด็นดังกล่าวได้อีก

ย่อคำพิพากษา

ใบแดงแจ้งโทษท้ายฟ้อง ย่อมถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของคำฟ้อง ในชั้นพิจารณาของศาลชั้นต้น จำเลยรับว่า จำเลยรับว่าจำเลยเคยต้องโทษและพ้นโทษจริงตามใบแดงแจ้งโทษท้ายฟ้องทุกครั้ง เมื่อศาลได้พิพากษาลงโทษจำเลยฐานลักทรัพย์และลงโทษกักกันจำเลยจนคดีถึงที่สุดไปแล้ว จำเลยจะมาร้องขอให้ศาลรื้อฟื้นคดีขึ้นพิจารณาในปัญหาที่ว่า ใบแดงแจ้งโทษท้ายฟ้องมิใช่ใบแดงแจ้งโทษความผิดของจำเลยหาได้ไม่ ต้องห้ามตาม ป.วิ.อ. มาตรา 39 (4)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.39 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.159 ประมวลกฎหมายอาญา ม.41 ประมวลกฎหมายอาญา ม.92 ประมวลกฎหมายอาญา ม.93

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยผิดตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา ๒๙๓ จำคุก ๓ ปี และให้ลงโทษกักกันอีก ๓ ปี ตาม พ.ร.บ. กักกันผู้มีสันดานเป็นผู้ร้าย พ.ศ. ๒๔๗๙ มาตรา ๘, ๙ เนื่องจากจำเลยได้เคยกระทำผิดต้องโทษจำคุกมาหลายครั้ง แล้วและมากระทำผิดอาญาอันเป็นเหตุร้ายในคดีนี้อีก จำเลยร้องขอให้ศาลงดการลงโทษกักกันแก่จำเลยในคดีนี้ ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์วินิจฉัยต้องกันให้ยกคำร้องของจำเลย จำเลยฎีกาโต้แย้งว่า ศาลอุทธรณ์ควรจะได้เรียกใบแดงแจ้งโทษครั้งที่ ๕ ของจำเลย จากตำรวจสันติบาลหรือจากสำนวนเดิมในคดีของศาลจังหวัดชุมพร มาพิเคราะห์ การที่ศาลอุทธรณ์ วินิจฉัยคดีว่า จำเลยได้เคยต้องโทษจำคุกตามใบแดงแจ้งโทษท้ายฟ้อง ไม่ชอบจึงขอให้ศาลฎีกาพิจารณาคดีใหม่ โดยเรียกใบแดงแจ้งโทษครั้งที่ ๕ ของจำเลยมาจากตำรวจสันติบาลเพื่อทำการพิสูจน์ลายพิมพ์นิ้วมือว่าเป็นจำเลยจริงหรือไม่ และเรียกหนังสืออ้างการหลบหนีเรือนจำจากผู้บัญชาการเรือนจำประจำเขตภาคธารโตจังหวัดยะลามาพิสูจน์ว่าเป็นคดีหมายเลขแดงตามใบแดงแจ้งโทษครั้งที่ ๕ ของจำเลยจริงหรือไม่ แล้วพิพากษายกโทษกักกันให้จำเลยด้วย ศาลฎีกาเห็นว่า เรื่องนี้จำเลยได้แถลงรับต่อศาลว่า จำเลยเคยต้องโทษและพ้นโทษมาแล้ว รวม ๖ ครั้ง ตามใบแดงแจ้งโทษท้ายฟ้องจริง จึงต้องถือว่า ข้อที่จำเลยเคยต้องโทษและพ้นโทษมา รวม ๖ ครั้ง ตามที่ปรากฏในใบแดง แจ้งโทษท้ายฟ้องนั้น ย่อมถือว่า เป็นส่วนหนึ่ง ของคำฟ้องโจทก์ การพิจารณาคดีต่อไปก็เกี่ยวกับปัญหาที่ว่า จำเลยได้กระทำความผิดฐานลักทรัพย์ ตามฟ้องหรือไม่เท่านั้น ซึ่งปัญหาข้อนี้ ในที่สุดศาลก็ชี้ขาดว่าจำเลยได้กระทำผิดฐานลักทรัพย์จริง จึงต้องถือว่า ในข้อหาฐานเป็นคนเคยต้องโทษหลายครั้ง ตามใบทำผิดฐานลักทรัพย์จริง จึงต้องถือว่า ในข้อหาฐานเป็นคนเคยต้องโทษหลายครั้งตามใบแดงแจ้งโทษท้ายฟ้องก็ดี ข้อหาฐานลักทรัพย์ในคดี ได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดเด็ดขาดแล้วและจำเลยเคยยื่นอุทธรณ์ไว้ แต่ก็ได้ถอนอุทธรณ์เสียแล้ว บัดนี้ จำเลยมาร้องข้อให้ศาลรื้อฟื้นคดีขึ้นพิจารณาในปัญหาที่ว่า โทษครั้งที่ ๕, ๖ ตามใบแดงแจ้งโทษท้ายฟ้องมิใช่ใบแดงแจ้งโทษความผิดของจำเลยหาได้ไม่ และเป็นการต้องห้ามตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๓๙ (๔) ศาลฎีกาพิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1073/2502 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ นายสุเทพ หรือชิดหรือแทน สายทองหรือแสงทอง หรือวงศ์โรจน์ หรือวงศาโรจน์

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · หรือวงศาโรจน์ - นายสุเทพ หรือชิดหรือแทน สายทองหรือแสงทอง หรือวงศ์โรจน์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประจักษ์ศุภอรรถ · ไชยเจริญ สันติศิริ · ไชยเจริญ สันติศิริ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายศรี มลิลา · ศาลอุทธรณ์ - นายห้วน ประชาบาล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6846/2558ฎีกา 1656/2512ฎีกา 19406/2555ฎีกา 528/2470ฎีกา 947/2520ฎีกา 1124/2496ฎีกา 668/2481ฎีกา 293/2507ฎีกา 1979/2521ฎีกา 1499/2531ฎีกา 801/2503ฎีกา 70/2489ฎีกา 9076/2558ฎีกา 2379/2565ฎีกา 4541/2550ฎีกา 178/2494ฎีกา 8404/2540ฎีกา 2927/2540ฎีกา 214/2494ฎีกา 169/2490ฎีกา 196/2471ฎีกา 764/2508ฎีกา 2083/2539ฎีกา 7283-7285/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา