คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 713/2542
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การฎีกาโต้แย้งดุลพินิจของศาลอุทธรณ์ในการรับฟังพยานหลักฐานถือเป็นฎีกาในข้อเท็จจริง ซึ่งต้องห้ามฎีกาในกรณีที่ทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นฎีกามีจำนวนไม่ถึงสองแสนบาท.
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยบุกรุกเข้ามาปลูกต้นยูคาลิปตัสในที่ดินของโจทก์ด้านทิศตะวันออกเนื้อที่ประมาณ 2 ไร่ และด้านทิศใต้อีกประมาณ 2 งานขอให้ขับไล่และใช้ค่าเสียหาย จำเลยให้การว่า ที่ดินเป็นของจำเลย ศาลชั้นต้นฟังว่าที่ดินพิพาทเป็นของจำเลย พิพากษายกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ฟังว่า ที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์พิพากษาให้ขับไล่จำเลยและให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ปีละ600 บาท จำเลยฎีกาว่า ที่ดินพิพาทเป็นของจำเลยและโจทก์ไม่ได้รับความเสียหายเป็นฎีกาโต้เถียงดุลพินิจของศาลอุทธรณ์ในการรับฟังพยานหลักฐานเป็นฎีกาในข้อเท็จจริงเมื่อราคาที่ดินพิพาทคือทุนทรัพย์ชั้นฎีกามีเพียง 101,500 บาท จึงต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.พ.มาตรา 248 วรรคหนึ่ง
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายบัญญัติ เชาวน์เจริญ · จำเลย - บริษัทสวนกิตติ จำกัด · โกชิน - แก้ว โกชิน โดยนายวิชัย · จำเลยร่วม - เข้าเป็นคู่ความแทน |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อธิราช มณีภาค · ไพศาล เจริญวุฒิ · พินิจ เพชรรุ่ง |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดปราจีนบุรี - นายวสิน กุรพินท์พาณิชย์ · ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ - นายสมชัย เกษชุมพล |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา