⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 7671/2542

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7671/2542

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การรอการลงโทษจำคุกตามคำพิพากษา ถือว่าจำเลยไม่เคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน และไม่สามารถนำโทษที่รอการลงโทษไว้ไปรวมกับโทษในคดีใหม่เพื่อเพิ่มโทษจำคุกได้

ย่อคำพิพากษา

ตาม ป.อ. มาตรา 23 ศาลจะพิพากษาให้ลงโทษกักขังผู้ใดไม่เกินสามเดือนแทนโทษจำคุกนั้น จะต้องเป็นความผิดซึ่งมีโทษจำคุก และศาลจะลงโทษจำคุกไม่เกินสามเดือน ทั้งต้องไม่ปรากฏว่าผู้นั้นได้รับโทษจำคุกมาก่อน ซึ่งโทษจำคุกในที่นี้ย่อมหมายถึงการถูกจำคุกจริงตามคำพิพากษา แต่ในคดีก่อนศาลมีคำพิพากษาให้รอการลงโทษจำเลยไว้ จึงไม่มีการจำคุกจริงอันถือได้ว่าเป็นกรณีที่จำเลยไม่เคยรับโทษจำคุกมาก่อน การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาให้ลงโทษกักขังไม่เกินสามเดือนแทนโทษจำคุกนั้นจึงชอบด้วย ป.อ. มาตรา 23 แล้ว และเมื่อเปลี่ยนโทษจำคุกเป็นกักขังแทนแล้ว ก็ย่อมถือไม่ได้ว่าจำเลยถูกลงโทษจำคุก จึงบวกโทษที่รอการลงโทษไว้ในคดีก่อนเข้ากับโทษคดีนี้ไม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.23 ประมวลกฎหมายอาญา ม.58

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยนี้เป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1904/2540 ของศาลจังหวัดลำปาง ความผิดฐานมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยฝ่าฝืนกฎหมาย ซึ่งศาลพิพากษาเมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2540 ให้ลงโทษจำคุก 1 ปี ปรับ 2,000 บาท โทษจำคุกรอการลงโทษไว้ 2 ปี คดีถึงที่สุดแล้ว ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 58, 83, 295 และนำโทษจำคุกของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1904/2540 ของศาลจังหวัดลำปาง บวกเข้ากับโทษของจำเลยในคดีนี้ด้วย จำเลยให้การรับสารภาพ และรับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้บวกโทษ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 58, 83, 295 จำคุก 6 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพมีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 3 เดือน บวกโทษจำคุกที่รอการลงโทษไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1904/2540 ของศาลจังหวัดลำปางเข้ากับโทษคดีนี้แล้ว รวมจำคุก 1 ปี 3 เดือน จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้เปลี่ยนโทษจำคุก 3 เดือน เป็นกักขังแทนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 23 ไม่บวกโทษที่รอการลงโทษไว้ในคดีหมายเลขแดงที่ 1904/2540 ของศาลจังหวัดลำปาง นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 23 ศาลจะพิพากษาให้ลงโทษกักขังผู้ใดไม่เกินสามเดือนแทนโทษจำคุกนั้น จะต้องเป็นความผิดซึ่งมีโทษจำคุกและศาลจะลงโทษจำคุกไม่เกินสามเดือน ทั้งต้องไม่ปรากฏว่าผู้นั้นได้รับโทษจำคุกมาก่อน ซึ่งโทษจำคุกในที่นี้ย่อมหมายถึงการถูกจำคุกจริงตามคำพิพากษา แต่คดีนี้ข้อเท็จจริงปรากฏชัดว่าในคดีหมายเลขแดงที่ 1904/2540 ของศาลจังหวัดลำปาง ศาลมีคำพิพากษาให้รอการลงโทษไว้จึงไม่มีการจำคุกจริง อันถือได้ว่าเป็นกรณีที่จำเลยไม่เคยรับโทษจำคุกมาก่อน การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาให้ลงโทษกักขังไม่เกินสามเดือนแทนโทษจำคุกนั้นจึงชอบด้วยประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 23 แล้ว และเมื่อเปลี่ยนโทษจำคุกเป็นกักขังแทนแล้ว ก็ย่อมถือไม่ได้ว่าจำเลยถูกลงโทษจำคุก จึงบวกโทษที่รอการลงโทษไว้ในคดีก่อนเข้ากับโทษคดีนี้ไม่ได้ หาใช่เป็นการกำหนดโทษโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายดังที่โจทก์ฎีกาไม่ และเมื่อพิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีแล้ว เห็นว่าศาลอุทธรณ์ภาค 2 ใช้ดุลพินิจในการลงโทษจำเลยเหมาะสมแล้ว ไม่มีเหตุที่ศาลฎีกาจะเปลี่ยนแปลงแก้ไข ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7671/2542 พนักงานอัยการประจำศาลแขวงลำปาง โจทก์ นายวิชาญ ฟูเต็มวงศ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการประจำศาลแขวงลำปาง · จำเลย - นายวิชาญ ฟูเต็มวงศ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ระพินทร บรรจงศิลป · วุฒินันท์ สุขสว่าง · วิรัช ลิ้มวิชัย
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแขวงลำปาง - นายสันติ ชูกิจทรัพย์ไพศาล · ศาลอุทธรณ์ภาค 2 - นายมณฑล เกตุไทย
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำอ.2826/2542

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 40/2546ฎีกา 2916/2522ฎีกา 9999/2559ฎีกา 1142/2565ฎีกา 8944/2544ฎีกา 6043/2540ฎีกา 124/2547ฎีกา 7878/2538ฎีกา 52/2471ฎีกา 5054/2549ฎีกา 6810/2539ฎีกา 12696/2553ฎีกา 2023/2541ฎีกา 2994/2540ฎีกา 9575/2544ฎีกา 764/2508ฎีกา 4068/2556ฎีกา 6712/2547ฎีกา 1008/2484ฎีกา 1199/2509ฎีกา 7619/2546ฎีกา 6465/2547ฎีกา 829/2473ฎีกา 8074/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา