คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9321/2542
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้มีสิทธิร้องขอให้ศาลมีคำสั่งงดการบังคับคดีได้ จะต้องเป็นผู้มีส่วนได้เสียในการบังคับคดีตามกฎหมาย
ย่อคำพิพากษา
ผู้ที่มีสิทธิร้องขอให้ศาลมีคำสั่งงดการบังคับคดีได้ จะต้องเป็นผู้มีส่วนได้เสียตาม ป.วิ.พ.มาตรา 280
ตามคำร้องของผู้ร้องกล่าวอ้างสิทธิของผู้ร้องในการขอให้งดการบังคับคดีเพียงว่า ผู้ร้องกำลังมีข้อพิพาทกับโจทก์และจำเลยคดีนี้ ขณะผู้ร้องยื่นคำร้องดังกล่าว ผู้ร้องเป็นเพียงคู่ความที่ฟ้องร้องกันอยู่กับโจทก์และจำเลยในคดีนี้เป็นอีกคดีหนึ่งต่างหาก ดังนั้น ขณะผู้ร้องยื่นคำร้อง ผู้ร้องจึงมิใช่บุคคลผู้มีส่วนได้เสียในการบังคับคดี
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความให้จำเลยชำระเงินต้นพร้อมดอกเบี้ย ต่อมาจำเลยไม่ชำระหนี้ตามคำพิพากษาโจทก์จึงขอให้ศาลออกหมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีเพื่อยึดที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๒๗๓๕พร้อมสิ่งปลูกสร้างที่จำนองออกขายทอดตลาดนำเงินชำระหนี้แก่โจทก์ตามคำพิพากษา
ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องได้ยื่นฟ้องจำเลยในคดีนี้เป็นจำเลยที่ ๓และโจทก์ในคดีนี้เป็นจำเลยที่ ๔ เพื่อให้ศาลเพิกถอนนิติกรรมการซื้อขายที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๒๗๓๕ เฉพาะส่วนของผู้ร้องจำนวน ๒๑ ตารางวา ขอให้ศาลเพิกถอนนิติกรรมจำนองที่ดินดังกล่าวเฉพาะส่วนของผู้ร้องซึ่งจำเลยที่ ๓ นำไปจำนองไว้กับจำเลยที่ ๔เนื่องจากที่ดินดังกล่าวผู้ร้องเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รวมอยู่ด้วย ๒๑ ตารางวา หากโจทก์ในคดีนี้บังคับคดีเอาแก่ที่ดินดังกล่าวจะทำให้ผู้ร้องได้รับความเสียหาย จึงขอให้งดการบังคับคดีหรือมีคำสั่งอื่นใดตามที่เห็นสมควรเพื่อรอผลคำพิพากษาถึงที่สุดในคดีของผู้ร้อง
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า กรณีไม่มีเหตุที่จะของดการบังคับคดี จึงให้ยกคำร้อง
ผู้ร้องอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
ผู้ร้องฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ผู้ร้องฎีกาว่า ผู้ร้องได้ฟ้องโจทก์และจำเลยคดีนี้เป็นจำเลยในคดีแพ่งหมายเลขดำที่ ๑๗๓๐๓/๒๕๓๙ ของศาลชั้นต้น เพื่อขอให้เพิกถอนการซื้อขายและจำนองที่ดินคดีนี้ หากศาลอนุญาตให้มีการขายทอดตลาดที่ดินดังกล่าวแล้ว คดีของผู้ร้องซึ่งอยู่ในระหว่างพิจารณาจะได้รับผลกระทบจากการขายทอดตลาดเนื่องจากที่ดินได้ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของบุคคลภายนอก ทำให้ผู้ร้องไม่ได้รับที่ดินในส่วนที่พิพาทกันกลับมาเป็นของผู้ร้องได้ เห็นว่า ผู้ที่มีสิทธิร้องขอให้ศาลมีคำสั่งงดการบังคับคดีได้จะต้องเป็นผู้มีส่วนได้เสียตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๘๐ แต่ตามคำร้องของผู้ร้องกล่าวอ้าง สิทธิของผู้ร้องในการขอให้งดการบังคับคดีเพียงว่า ผู้ร้องกำลังมีข้อพิพาทกับโจทก์และจำเลยคดีนี้ตามคดีแพ่งหมายเลขดำที่ ๑๗๓๐๓/๒๕๓๙ ของศาลชั้นต้น ข้อเท็จจริงจึงฟังได้ว่า ขณะผู้ร้องยื่นคำร้องดังกล่าว ผู้ร้องเป็นเพียงคู่ความที่ฟ้องร้องกันอยู่กับโจทก์และจำเลยในคดีนี้เป็นอีกคดีหนึ่งต่างหาก ดังนั้น ขณะผู้ร้องยื่นคำร้อง ผู้ร้องจึงมิใช่บุคคลผู้มีส่วนได้เสียในการบังคับคดี ตามที่บัญญัติไว้ในบทกฎหมายดังกล่าว
พิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9321/2542
ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) โจทก์
นายชรินทร์ หวังผล ผู้ร้อง
นางสาวมลิวัลย์ จิตรีญาติธรรม จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) · ผู้ร้อง - นายชรินทร์ หวังผล · จำเลย - นางสาวมลิวัลย์ จิตรีญาติธรรม |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ทวีวัฒน์ แดงทองดี · พินิจ เพชรรุ่ง · โนรี จันทร์ทร |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายมานะ ติระกุล · ศาลอุทธรณ์ - นายพิสิฐ ฐิติภัค |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา