คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9604/2542
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อโจทก์ยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นที่ให้รอการลงโทษ ศาลอุทธรณ์ย่อมมีอำนาจพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นเป็นไม่รอการลงโทษได้ แม้จำเลยจะปฏิบัติตามเงื่อนไขการคุมความประพฤติครบถ้วนแล้วก็ตาม
ย่อคำพิพากษา
เมื่อศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาให้รอการลงโทษ หากโจทก์ไม่พอใจก็ย่อมมีสิทธิอุทธรณ์ไปยังศาลอุทธรณ์ได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 193 เมื่อโจทก์ยื่นอุทธรณ์และศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับอุทธรณ์ คำพิพากษาศาลชั้นต้นย่อมยังไม่ถึงที่สุดและศาลอุทธรณ์ย่อมมีอำนาจพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นเป็นไม่รอการลงโทษจำคุกได้ แม้ในวันที่ศาลชั้นต้นอ่าน คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ จะล่วงเลยระยะเวลารอการลงโทษจำคุกตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นและจำเลยปฏิบัติตามเงื่อนไขเพื่อคุมความประพฤติครบถ้วนแล้วก็ตาม
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดนครราชสีมา · จำเลย - นายทองจันทร์ แก้วกัลยา |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | กมล เพียรพิทักษ์ · สมชาย พงษธา · จรัส พวงมณี |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดนครราชสีมา - นายอรพงษ์ ศิริกานต์นนท์ · ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายชวลิต สุจริตกุล |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา