⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 9664/2542

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9664/2542

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ความแตกต่างในเรื่องวันกระทำผิดไม่ใช่ข้อสาระสำคัญ หากจำเลยมิได้หลงต่อสู้ ศาลจะลงโทษจำเลยตามข้อเท็จจริงที่ได้ความนั้นก็ได้

ย่อคำพิพากษา

วันเวลากระทำผิดเป็นเพียงรายละเอียดที่จะต้องกล่าวไว้ในฟ้องตาม ป.วิ.อ. มาตรา 158 (5) ข้อแตกต่างในเรื่องวันกระทำผิดจึงไม่ใช่ข้อสาระสำคัญ หากจำเลยมิได้หลงต่อสู้ ศาลจะลงโทษจำเลยตามข้อเท็จจริงที่ได้ความนั้นก็ได้ ตามที่บัญญัติไว้ใน ป.วิ.อ. มาตรา 192 วรรคสอง คดีนี้จำเลยให้การและเบิกความว่าไม่ได้กระทำผิดตามฟ้อง และนำสืบข้อเท็จจริงตรงตามที่โจทก์นำสืบมา ถือไม่ได้ว่าจำเลยหลงต่อสู้ ศาลจึงพิพากษาลงโทษจำเลยได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม ป.อ. มาตรา 335, 357 และให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ที่ยังไม่ได้คืนจำนวนเงิน 1,974,512.50 บาท แก่ผู้เสียหาย จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 335 (1) (11) วรรคแรก วรรคสาม จำคุก 5 ปี คำให้การจำเลยในชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตาม ป.อ. มาตรา 78 หนึ่งในสาม คงจำคุก 3 ปี 4 เดือน คำขออื่นให้ยก จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 335 (1) (11) วรรคสาม นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์ฟ้องอ้างว่าจำเลยได้กระทำผิดระหว่างวันที่ 20 พฤษภาคม 2539 ถึงวันที่ 27 พฤษภาคม 2539 แต่ข้อเท็จจริงที่ฟังได้ในทางนำสืบกลับปรากฏว่าจำเลยกระทำผิดในวันที่ 30 พฤษภาคม 2539 ข้อแตกต่างในเรื่องวันกระทำผิดดังกล่าวเป็นเพียงรายละเอียดที่จะต้องกล่าวไว้ในฟ้องตาม ป.วิ.อ. มาตรา 158 (5) ไม่ใช่ข้อสาระสำคัญ เมื่อจำเลยให้การและเบิกความว่าไม่ได้กระทำผิดตามที่โจทก์ฟ้องว่าจำเลยได้ลักพลอยของผู้เสียหายไประหว่างวันที่ 20 พฤษภาคม 2539 ถึงวันที่ 27 พฤษภาคม 2539 วันเวลากระทำผิดเป็นเพียงรายละเอียดที่จะต้องกล่าวไว้ในฟ้องตาม ป.วิ.อ. มาตรา 158 (5) ข้อแตกต่างในเรื่องวันกระทำผิดตามที่จำเลยฎีกาขึ้นมาไม่ใช่สาระสำคัญ หากจำเลยมิได้หลงต่อสู้ ศาลจะลงโทษจำเลยตามข้อเท็จจริงที่ได้ความนั้นก็ได้ ตามที่บัญญัติไว้ใน ป.วิ.อ. มาตรา 192 วรรคสอง คดีนี้จำเลยให้การและเบิกความว่าไม่ได้กระทำผิดตามที่โจทก์ฟ้อง โดยจำเลยนำสืบข้อเท็จจริงตรงตามที่โจทก์นำสืบมา ถือไม่ได้ว่าจำเลยหลงต่อสู้คดี ศาลจึงพิพากษาลงโทษจำเลยได้ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้นชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9664/2542 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ นางสาวเมษา คำแปง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด · จำเลย - นางสาวเมษา คำแปง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ปรีดี รุ่งวิสัย · กนก พรรณรักษา · สมศักดิ์ เนตรมัย
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญาธนบุรี - นางสุทิสา ลิมปิรัชตกุล · ศาลอุทธรณ์ - นางพฤษภา ตั้งปอง
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 160/2533ฎีกา 679/2485ฎีกา 2417/2540ฎีกา 1504/2536ฎีกา 2486/2558ฎีกา 537/2554ฎีกา 443/2489ฎีกา 1051/2510ฎีกา 2059/2522ฎีกา 7407/2553ฎีกา 2560/2544ฎีกา 5665/2538ฎีกา 7273/2539ฎีกา 17581/2555ฎีกา 2690/2535ฎีกา 436/2497ฎีกา 628/2537ฎีกา 2750/2543ฎีกา 852/2490ฎีกา 1161-1163/2487ฎีกา 2588/2524ฎีกา 5246/2548ฎีกา 6299/2534ฎีกา 1610/2539
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา