⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1123/2543

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1123/2543

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เอกสารใดเป็นตราสารที่ต้องปิดอากรแสตมป์หรือไม่ เป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลมีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยเองได้ แม้คู่ความมิได้อุทธรณ์.

ย่อคำพิพากษา

ปัญหาว่าเอกสารใดเป็นตราสารที่ต้องปิดอากรแสตมป์ให้บริบูรณ์ตามประมวลรัษฎากรหรือไม่ เป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดอุทธรณ์ เมื่อศาลอุทธรณ์เห็นสมควร ศาลอุทธรณ์ย่อมมีอำนาจหยิบยกปัญหาดังกล่าวขึ้นมาวินิจฉัยได้ตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142(5) ประกอบมาตรา 246 การที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าหนังสือสัญญากู้ยืมเงินและหนังสือสัญญาค้ำประกันเป็นเพียงหลักฐานเป็นหนังสือไม่ใช่ตราสารที่ต้องปิดอากรแสตมป์ตามประมวลรัษฎากร จึงไม่ถือว่าเป็นการวินิจฉัยนอกประเด็น

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.246

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินกู้ พร้อมดอกเบี้ยจำนวน87,499.99 บาท และดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปีจากต้นเงิน 50,000 บาทนับถัดจากวันฟ้อง จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยทั้งสองให้การ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 72,500 บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี จากต้นเงิน 50,000 บาท นับจากวันฟ้องวันที่ 2 เมษายน 2540 ไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลตามทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดี จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีนี้ ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่า เมื่อวันที่ 3 เมษายน2530 จำเลยที่ 1 เป็นผู้เขียนหนังสือสัญญากู้ยืมเงินโจทก์จำนวน 50,000 บาท ตกลงชำระดอกเบี้ยทุกเดือนในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี โดยมีจำเลยที่ 2 เป็นผู้ค้ำประกันจำเลยที่ 1 ค้างชำระต้นเงินจำนวน 50,000 บาท และค้างชำระดอกเบี้ยจนถึงวันฟ้องจำนวน 22,500 บาท ในการสืบพยานของโจทก์ โจทก์อ้างส่งหนังสือสัญญากู้ยืมเงินและหนังสือสัญญาค้ำประกันเป็นพยานเอกสาร หนังสือสัญญากู้ยืมเงินมีจำเลยที่ 1ลงลายมือชื่อเป็นผู้กู้ และหนังสือสัญญาค้ำประกันมีจำเลยที่ 2 ลงลายมือชื่อเป็นผู้ค้ำประกันแต่เพียงฝ่ายเดียว โดยโจทก์ซึ่งเป็นคู่สัญญามิได้ลงลายมือชื่อในหนังสือสัญญาทั้งสองฉบับด้วย หนังสือสัญญาทั้งสองฉบับปิดอากรแสตมป์ครบถ้วนแต่ยังมิได้ขีดฆ่าอากรแสตมป์ทั้งหมด มีปัญหาข้อกฎหมายที่ต้องวินิจฉัยเป็นข้อแรกว่าการที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า หนังสือสัญญากู้ยืมเงินและหนังสือสัญญาค้ำประกันไม่ใช่ตราสารที่ต้องปิดอากรแสตมป์ตามประมวลรัษฎากรเป็นการวินิจฉัยนอกประเด็นหรือไม่ เห็นว่า ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าหนังสือสัญญากู้ยืมเงินและหนังสือสัญญาค้ำประกันแม้จะปิดอากรแสตมป์มาครบถ้วน แต่ไม่มีการขีดฆ่าอากรแสตมป์ ถือว่ายังปิดอากรแสตมป์ไม่บริบูรณ์ ต้องห้ามไม่ให้รับฟังเป็นพยานหลักฐานตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118 แม้โจทก์จะมิได้อุทธรณ์ว่าหนังสือสัญญากู้ยืมเงินและหนังสือสัญญาค้ำประกันไม่ใช่ตราสารที่ต้องปิดอากรแสตมป์ตามประมวลรัษฎากร แต่ปัญหาที่ว่าเอกสารใดเป็นตราสารที่ต้องปิดอากรแสตมป์ให้บริบูรณ์ตามประมวลรัษฎากรหรือไม่ เป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดอุทธรณ์ เมื่อศาลอุทธรณ์เห็นสมควร ศาลอุทธรณ์ย่อมมีอำนาจหยิบยกปัญหาดังกล่าวขึ้นมาวินิจฉัยได้ ทั้งนี้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142(5) ประกอบมาตรา 246 ดังนั้น การที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าหนังสือสัญญากู้ยืมเงินและหนังสือสัญญาค้ำประกัน เป็นเพียงหลักฐานเป็นหนังสือไม่ใช่ตราสารที่ต้องปิดอากรแสตมป์ตามประมวลรัษฎากรนั้น ไม่ถือว่าเป็นการวินิจฉัยนอกประเด็นแต่อย่างใด ปัญหาข้อกฎหมายที่ต้องวินิจฉัยต่อไปมีว่า หนังสือสัญญากู้ยืมเงินและหนังสือสัญญาค้ำประกัน เป็นตราสารที่ต้องปิดอากรแสตมป์ให้บริบูรณ์ตามประมวลรัษฎากรหรือไม่ เห็นว่า คดีนี้จำเลยที่ 1 และที่ 2 ให้การรับว่า จำเลยที่ 1และที่ 2 เป็นผู้ทำหนังสือสัญากู้ยืมเงินและหนังสือสัญญาค้ำประกันตามที่โจทก์ฟ้องจริง ข้อเท็จจริงย่อมฟังได้แล้วว่าจำเลยที่ 1 กู้ยืมเงินโจทก์มีจำเลยที่ 2 เป็นผู้ค้ำประกันโดยมีหลักฐานเป็นหนังสือโดยไม่ต้องอาศัยฟังจากเอกสารอีก ดังนั้น ปัญหาที่ว่าหนังสือสัญญากู้ยืมเงินและหนังสือสัญญาค้ำประกันเป็นตราสารที่ต้องปิดอากรแสตมป์ให้บริบูรณ์ตามประมวลรัษฎากรหรือไม่ จึงไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัยเพราะไม่ทำให้ผลของคดีเปลี่ยนแปลงไป ฎีกาจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1123/2543 นาง ธิวา โอฬารวัฒน์หรือศรีพันธ์ โจทก์ นาย ศักดิ์ชัย สิงห์โตทอง กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาง ธิวา โอฬารวัฒน์หรือศรีพันธ์ · จำเลย - นาย ศักดิ์ชัย สิงห์โตทอง กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุวัฒน์ วรรธนะหทัย · มงคล คุปต์กาญจนากุล · ธีรศักดิ์ เตียวัฒนานนท์
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 576/2540ฎีกา 4884/2543ฎีกา 5732/2552ฎีกา 609/2526ฎีกา 1721/2528ฎีกา 2076/2542ฎีกา 1342/2509ฎีกา 1879/2542ฎีกา 1339/2499ฎีกา 5801/2538ฎีกา 2834/2527ฎีกา 4637/2567ฎีกา 3099/2524ฎีกา 10755/2551ฎีกา 2983/2549ฎีกา 6366/2538ฎีกา 8366/2557ฎีกา 8884/2543ฎีกา 2572/2541ฎีกา 4041/2542ฎีกา 8108/2542ฎีกา 6039/2537ฎีกา 861/2540ฎีกา 3474/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ