⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1252/2543

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1252/2543

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด

ย่อคำพิพากษา

เมื่อเมทแอมเฟตามีนและเฮโรอีนต่างเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 เหมือนกัน การที่จำเลยมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองและมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายในคราวเดียวกัน จึงเป็นการกระทำความผิดกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตาม ป.อ. มาตรา 90 ส่วนธนบัตรของกลางไม่ใช่ทรัพย์สินที่จำเลยได้มาเพราะกระทำความผิดคดีนี้ จึงไม่อาจริบได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.33 ประมวลกฎหมายอาญา ม.90 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.15 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.66 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.67

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 66, 102 พ.ร.บ. วัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518 มาตรา 4, 5, 6 (1), 62, 106 ป.อ. มาตรา 33, 91 ริบธนบัตรชนิดต่าง ๆ เป็นเงิน 2,080 บาท หลอดกาแฟตัด 6 หลอด หลอดกาแฟ 30 หลอด กรรไกร เทียนไข ไฟแช็กแก๊ส หลอดพลาสติกใสเบอร์ 5 ของกลางและริบเฮโรอีนที่เหลือให้แก่กระทรวงสาธารณสุข จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 66 วรรคหนึ่ง พ.ร.บ. วัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518 มาตรา 62 วรรคหนึ่ง, 106 วรรคหนึ่ง เรียงกระทงลงโทษตาม ป.อ. มาตรา 91 ฐานจำหน่ายและมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำคุกกระทงละ 5 ปี ฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 1 ปี รวมจำคุก 11 ปี คำรับของจำเลยในชั้นจับกุมเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสี่ตาม ป.อ. มาตรา 78 คงจำคุก 8 ปี 3 เดือน ริบของกลาง ส่วนเฮโรอีนของกลางที่เหลือริบให้แก่กระทรวงสาธารณสุข จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นลงโทษจำคุกจำเลยเป็น 3 กระทง แต่ละกระทงมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี เมื่อศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน จึงต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.อ. มาตรา 218 วรรคหนึ่ง ที่จำเลยฎีกาทำนองว่า ไม่ได้กระทำความผิดตามฟ้องเป็นการโต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐาน เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จึงต้องห้ามฎีกาตามบทกฎหมายดังกล่าว ปรากฏว่าศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาของจำเลย และศาลฎีกาเห็นว่าศาลล่างทั้งสองปรับบทลงโทษความผิดข้อหามีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตและมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและริบเฮโรอีนของกลางที่เหลือให้แก่กระทรวงสาธารณสุขและธนบัตรจำนวน 2,080 บาทนั้น ไม่ถูกต้อง ทั้งลงโทษหนักเกินไป โดยระหว่างพิจารณาของศาลฎีกาได้มีประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 97 (พ.ศ. 2539) ซึ่งไม่ได้ระบุให้เมทแอมเฟตามีนเป็นวัตถุออกฤทธิ์ และได้มีประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 135 (พ.ศ. 2539) ระบุให้เมทแอมเฟตามีนเป็นยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มีผลให้การมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นความผิดตาม พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 67 จึงเป็นกรณีที่กฎหมายที่ใช้ในขณะกระทำความผิดแตกต่างกับกฎหมายที่ใช้ภายหลังกระทำความผิด ซึ่ง ป.อ. มาตรา 3 บัญญัติให้ใช้กฎหมายในส่วนที่เป็นคุณแก่ผู้กระทำความผิด ไม่ว่าในทางใดบังคับแก่ผู้กระทำความผิด เมื่อเมทแอมเฟตามีนและเฮโรอีนต่างเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 เหมือนกัน การที่จำเลยมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองและมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายในคราวเดียวกัน จึงเป็นการกระทำความผิดกรรมเดียว ซึ่งเป็นคุณแก่จำเลย ต้องปรับบทลงโทษจำเลยสำหรับความผิดข้อหามีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตตาม พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 67 ที่ศาลล่างทั้งสองปรับบทลงโทษจำเลยในข้อหามีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตและมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายเป็นความผิดสองกรรม จึงไม่ถูกต้อง สำหรับเฮโรอีนของกลางที่เหลือเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 ซึ่ง พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 102 ให้อำนาจศาลริบเสียทั้งสิ้นเท่านั้น โดยไม่ได้ให้ริบแก่กระทรวงสาธารณสุข จึงไม่อาจริบเฮโรอีนของกลางที่เหลือแก่กระทรวงสาธารณสุขได้ ส่วนธนบัตรจำนวน 2,080 บาทของกลาง ไม่ใช่ทรัพย์สินที่จำเลยได้มาเพราะกระทำผิดคดีนี้ จึงไม่อาจริบได้ ปัญหาดังกล่าวเป็นข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกา ศาลฎีกาก็มีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยและแก้ไขให้ถูกต้องได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบด้วยมาตรา 225 และเห็นสมควรกำหนดโทษเสียใหม่ให้เหมาะสมแก่รูปคดี พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตาม พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง, 66 วรรคหนึ่ง, 67 ความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตกับความผิดฐานมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายเป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตาม ป.อ. มาตรา 90 จำคุก 5 ปี เมื่อรวมกับโทษจำคุกฐานจำหน่ายเฮโรอีน 5 ปี แล้วเป็นจำคุก 10 ปี คำรับของจำเลยในชั้นจับกุมเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตาม ป.อ. มาตรา 78 คงจำคุก 6 ปี 8 เดือน ริบเฮโรอีนของกลางที่เหลือจากการตรวจพิสูจน์ ไม่ริบธนบัตรจำนวน 2,080 บาทของกลาง และให้คืนแก่เจ้าของ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3. (ชวลิต ศรีสง่า - วัฒนชัย โชติชูตระกูล - วิธวิทย์ หิรัญรุจิพงศ์) ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1252/2543 พนักงานอัยการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โจทก์ นายไพฑูรย์หรือไพทูรณ์ ปานรอด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ · จำเลย - นายไพฑูรย์หรือไพทูรณ์ ปานรอด
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ - นายวิบูลย์ ศุภสกุลอาภาพิบูล · ศาลอุทธรณ์ภาค 3 - นายธวัช เศรษฐมงคล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1554/2521ฎีกา 712/2559ฎีกา 2182/2567ฎีกา 5305/2539ฎีกา 1268/2515ฎีกา 6293/2541ฎีกา 1992/2530ฎีกา 1715/2545ฎีกา 633/2540ฎีกา 3911/2568ฎีกา 531/2510ฎีกา 7281/2537ฎีกา 1666/2521ฎีกา 1979/2521ฎีกา 4519/2544ฎีกา 5632/2551ฎีกา 3310/2541ฎีกา 34/2521ฎีกา 9083/2544ฎีกา 3107/2533ฎีกา 1386/2521ฎีกา 3789/2532ฎีกา 1020/2525ฎีกา 73/2567
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา