คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2161/2543
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การบังคับตามคำพิพากษาให้บุคคลภายนอกที่มิใช่คู่ความในคดีแสดงเจตนาแทนคู่ความต้องห้ามตามกฎหมาย
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ได้ซื้อรถยนต์จากจำเลยเพื่อนำไปให้บริษัท พ.เช่าซื้อจำเลยสัญญาว่าจะจดทะเบียนแจ้งการจำหน่ายรถยนต์ต่อกรมการขนส่งทางบกแก่โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ และให้บริษัท พ.เป็นผู้ครอบครองใช้รถโดยสัญญาเช่าซื้อพร้อมทั้งส่งมอบแผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์ ป้ายวงกลมแสดงการเสียภาษีรถยนต์เพื่อให้ผู้เช่าซื้อนำรถยนต์ไปใช้ได้ แต่จำเลยผิดสัญญาไม่จดทะเบียนแจ้งการจำหน่ายรถยนต์ต่อกรมการขนส่งทางบก ไม่ดำเนินการจัดให้มีสมุดคู่มือจดทะเบียนรถยนต์แผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์กับป้ายวงกลมแสดงการเสียภาษีรถยนต์และเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการจดทะเบียนและเสียภาษีตามที่ตกลงกับโจทก์ เพราะไม่มีเอกสารสำคัญประจำรถยนต์อยู่ในครอบครอง ทั้งไม่ปรากฏว่าเอกสารนั้นมีคู่ฉบับอยู่ที่กรมการขนส่งทางบกดังนั้นการนำคำพิพากษาของศาลแต่เพียงอย่างเดียวไปแสดงเจตนาแทนจำเลยเพื่อแจ้งจำหน่ายรถยนต์ต่อกรมการขนส่งทางบก โดยไม่มีเอกสารสำคัญของรถยนต์ประกอบเรื่องราวด้วย จึงเป็นการบังคับบุคคลภายนอกที่มิใช่คู่ความในคดี ต้องห้ามตาม ป.วิ.พ.มาตรา 145
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - ริษัทเงินทุนหลักทรัพย์กรุงไทยธนกิจ จำกัด (มหาชน) · จำเลย - ้างหุ้นส่วนจำกัด ที.แอนด์ เค.ยนตร์การ กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ธีระวัฒน์ ภัทรานวัช · ชูชาติ ศรีแสง · สบโชค สุขารมณ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่งธนบุรี - นายทองเพียร มูลกาย · ศาลอุทธรณ์ - นายวินัย ตุลยภักดิ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา