คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4038/2543
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่เจ้าพนักงานบังคับคดีทำการยึดและขายทอดตลาดทรัพย์จำนอง ถือว่าเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาได้รับชำระหนี้แล้ว จึงมีสิทธิเรียกดอกเบี้ยได้ถึงวันขายทอดตลาดเท่านั้น.
ย่อคำพิพากษา
การที่เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการตามหมายบังคับคดี โดยทำการยึดและขายทอดตลาดทรัพย์จำนอง รวมทั้งรับเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดไว้เพื่อชำระหนี้ให้โจทก์ตามคำพิพากษา เป็นการกระทำในฐานะเป็นผู้แทนโจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 278 กรณีต้องถือว่าเงินที่เจ้าพนักงานบังคับคดีได้รับจากการขายทอดตลาดทรัพย์จำนองของจำเลยในวันที่เจ้าพนักงานบังคับคดีได้ขายทอดตลาดเป็นเงินที่โจทก์ได้รับชำระหนี้ตามคำพิพากษาแล้ว โจทก์จึงมีสิทธิเรียกดอกเบี้ยถึงวันขายทอดตลาดเท่านั้น
เจ้าพนักงานบังคับคดีทำบัญชีส่วนเฉลี่ยเสร็จล่าช้าไปหลายปีนับแต่วันขายทอดตลาดเพราะมีผู้เข้าสู้ราคาคัดค้านการขายทอดตลาด และโจทก์คัดค้านบัญชีส่วนเฉลี่ย จำเลยหาได้มีส่วนเกี่ยวข้องหรือมีส่วนทำให้เจ้าพนักงานบังคับคดีทำบัญชีส่วนเฉลี่ยเสร็จล่าช้าไม่ จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดชำระดอกเบี้ยให้โจทก์หลังจากวันขายทอดตลาดทรัพย์จำนองอีกต่อไป
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - ธนาคารสหมาลายัน จำกัด · จำกัด - บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ ไอ ที เอฟ · ผู้คัดค้าน - (มหาชน) · จำเลย - บริษัท ยู ไอ เอ็ม จำกัด |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สุเมธ ตังคจิวางกูร · ปราโมทย์ ชพานนท์ · ชวลิต ยอดเณร |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นางนุจรินทร์ จันทร์พรายศรี · ศาลอุทธรณ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา