คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4084/2543
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
- การรอการลงโทษจำคุกและคุมความประพฤติจำเลยเป็นผลดีแก่จำเลยและสังคมมากกว่าการลงโทษจำคุกในกรณีที่พฤติการณ์แห่งคดีไม่ร้ายแรงนัก จำเลยไม่เคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน และยังอยู่ในวิสัยที่จะแก้ไขฟื้นฟูให้กลับตัวเป็นพลเมืองดีได้
ย่อคำพิพากษา
แม้อาวุธปืนที่จำเลยทำ ประกอบ และซ่อมแซมจะมีหลายกระบอกแต่ก็เป็นเพียงอาวุธปืนยาวประจุปาก (ปืนแก๊ป) อาวุธปืนยาวอัดลมซึ่งมีอานุภาพไม่ร้ายแรง จำเลยร่างกายพิการเนื่องจากเป็นโรคเรื้อนอยู่ระหว่างรักษาตัว ได้ใช้ความรู้ความสามารถเฉพาะตัวรับทำเครื่องมือเครื่องใช้ ในการเกษตรกรรม เพื่อมิให้เป็นภาระแก่สังคม ชาวบ้านเห็นว่าเป็นคนมีฝีมือ จึงไหว้วานให้ช่วยซ่อมแซมอาวุธปืนของกลางซึ่งมีไว้ยิงหนู ยิงกบหรือยิงสัตว์เล็กๆ ที่มากัดกินต้นข้าวเป็นการหารายได้จุนเจือครอบครัว พฤติการณ์แห่งคดีไม่ร้ายแรงนัก ประกอบกับไม่ปรากฏว่า จำเลยเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน ยังอยู่ในวิสัยที่พนักงานคุมประพฤติ จะแก้ไขฟื้นฟูให้จำเลยกลับตัวเป็นพลเมืองดีได้ การลงโทษจำคุก จำเลยระยะสั้นนอกจากจะไม่เกิดผลในการฟื้นฟูแก้ไขความประพฤติ ของจำเลยแล้ว ยังทำให้จำเลยมีประวัติเสื่อมเสีย เมื่อพ้นโทษแล้ว ก็ยากที่จะกลับตัวเป็นพลเมืองดีประกอบสัมมาชีพเลี้ยงตนเองและ ครอบครัวโดยสุจริตต่อไปได้ การรอการลงโทษจำคุกจำเลยและคุม ความประพฤติจำเลยไว้น่าจะเป็นผลดีแก่จำเลยและสังคมโดยส่วนรวมมากกว่า
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 4, 7, 24, 72, 73 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 91 และริบของกลาง
จำเลยให้การรับสารภาพ
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 7, 72 วรรคหนึ่ง, 24, 73 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายกรรมต่างกัน ให้เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานมีอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 1 ปี ฐานทำ ประกอบซ่อมแซมอาวุธปืนสำหรับการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 4 ปี รวมจำคุก 5 ปี จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 2 ปี 6 เดือน ริบของกลาง
จำเลยอุทธรณ์ขอให้รอการลงโทษ
ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน
จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "แม้อาวุธปืนที่จำเลยทำ ประกอบ ซ่อมแซมจะมีหลายกระบอกแต่ก็เป็นเพียงอาวุธปืนยาวประจุปาก (ปืนแก๊ป) อาวุธปืนยาวอัดลมซึ่งมีอานุภาพไม่ร้ายแรง จำเลยร่างกายพิการเนื่องจากเป็นโรคเรื้อนอยู่ระหว่างรักษาตัวได้ใช้ความรู้ความสามารถเฉพาะตัวรับทำเครื่องมือเครื่องใช้ในการเกษตรกรรม เช่น จอบ เสียม มีด และเคียว เป็นต้น เพื่อมิให้เป็นภาระแก่สังคม ชาวบ้านเห็นว่าเป็นคนมีฝีมือจึงไหว้วานให้ช่วยซ่อมแซมอาวุธปืนของกลางซึ่งมีไว้ยิงหนู ยิงกบหรือยิงสัตว์เล็ก ๆ ที่มากัดกินต้นข้าวเป็นการหารายได้จุนเจือครอบครัว พฤติการณ์แห่งคดีจึงไม่ร้ายแรงนัก ประกอบกับไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อนยังอยู่ในวิสัยที่พนักงานคุมประพฤติจะแก้ไขฟื้นฟูให้จำเลยกลับตัวเป็นพลเมืองดีได้ ศาลฎีกาจึงไม่เห็นพ้องด้วยกับคำพิพากษาศาลล่างทั้งสองที่ไม่รอการลงโทษจำคุกให้จำเลย เพราะโทษจำคุกระยะสั้นนอกจากจะไม่เกิดผลในการฟื้นฟูแก้ไขความประพฤติของจำเลยแล้ว ยังทำให้จำเลยมีประวัติเสื่อมเสีย เมื่อพ้นโทษแล้วก็ยากที่จะกลับตัวเป็นพลเมืองดีประกอบสัมมาชีพเลี้ยงตนเองและครอบครัวโดยสุจริตต่อไปได้ การรอการลงโทษจำคุกและคุมความประพฤติจำเลยไว้น่าจะเป็นผลดีแก่จำเลยและสังคมโดยส่วนรวมมากกว่า ฎีกาของจำเลยฟังขึ้น แต่เพื่อให้จำเลยหลาบจำ จึงให้ลงโทษปรับจำเลยอีกสถานหนึ่งและคุมความประพฤติจำเลยด้วย"
พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษปรับจำเลยอีกสถานหนึ่งโดยข้อหาฐานมีอาวุธปืนโดยไม่ได้รับใบอนุญาตปรับ 20,000 บาท ฐานทำ ประกอบ และซ่อมแซมอาวุธปืนสำหรับการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาตปรับ 20,000 บาท รวมปรับ 40,000 บาทลดโทษให้จำเลยกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 แล้ว คงปรับ 20,000 บาทโทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 3 ปี และคุมความประพฤติจำเลยไว้ 2 ปี นับตั้งแต่วันที่ได้อ่านคำพิพากษาศาลฎีกาให้จำเลยฟัง โดยให้จำเลยไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติปีละ 3 ครั้ง ตามเงื่อนไขและกำหนดระยะเวลาที่พนักงานคุมประพฤติเห็นสมควรกำหนด ให้จำเลยละเว้นการประพฤติใดอันอาจนำไปสู่การกระทำความผิดทำนองนี้อีก กับให้จำเลยกระทำกิจกรรมบริการสังคมหรือสาธารณประโยชน์ตามที่พนักงานคุมประพฤติและจำเลยเห็นสมควรมีกำหนด 30 ชั่วโมง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 หากไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามมาตรา 29, 30 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4084/2543
พนักงานอัยการ จังหวัดอุบลราชธานี โจทก์
นาย ทองใบ ว่องไว จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัดอุบลราชธานี · จำเลย - นาย ทองใบ ว่องไว |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สกนธ์ กฤติยาวงศ์ · ทองหล่อ โฉมงาม · ธำรงศักดิ์ ขมะวรรณ |
| แหล่งที่มา | สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ