⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4124/2543

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4124/2543

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
- การทำรายงานสรุปยอดเอกสารเพื่อแสดงรายรับรายจ่ายให้ทราบผลกำไรขาดทุนต่อบุคคลบางกลุ่ม มิใช่เพื่อให้เป็นหลักฐานทางบัญชีหรืองบดุลของบริษัท ไม่จำเป็นต้องลงรายการแหล่งที่มาของการนำเงินมาเป็นรายจ่ายด้วย รายการดังกล่าวไม่ถือเป็นข้อความสำคัญในเอกสาร

ย่อคำพิพากษา

พ.ศ. 2499 มาตรา 42 โจทก์กับ ภ. ฝ่ายหนึ่งกับจำเลยทั้งสองอีกฝ่ายหนึ่งเข้าหุ้นกันทำธุรกิจส่งผักสดให้แก่บริษัท ก. จำกัด (มหาชน) ในนามบริษัท พ. มีระยะเวลาตั้งแต่กลางเดือนมกราคม 2538 ถึงสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ 2538 เมื่อครบกำหนดสัญญาได้ชวน ต. เข้าร่วมหุ้นอีกฝ่ายหนึ่งทำธุรกิจนี้ต่อไป โดยลงทุนเป็นเงินจำนวนฝ่ายละ 1,000,000 บาท แล้วจดทะเบียนเพิ่มทุนและเปลี่ยนแปลงกรรมการให้โจทก์กับจำเลยทั้งสอง และ ต. เป็นกรรมการของบริษัทผู้มีอำนาจกระทำการในนามบริษัท คือจำเลยที่ 1 ลงลายมือชื่อและประทับตราสำคัญของบริษัท หรือจำเลยที่ 2 กับ ต. ลงลายมือชื่อร่วมกันและประทับตราสำคัญของบริษัท จำเลยที่ 1 มีอำนาจหน้าที่รับจ่ายและเก็บรักษาเงิน จำเลยที่ 2 มีหน้าที่จัดทำบัญชีและเอกสารอื่น ๆ บริษัท พ. ประมูลส่งผักสดให้บริษัท ก. จำกัด (มหาชน) ครั้งต่อไปได้ มีระยะเวลาตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2538 ถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2538 จำเลยทั้งสองร่วมกันทำสัญญากู้เงินและสัญญาเบิกเงินเกินบัญชีจากธนาคารในนามบริษัท พ. โดยยอมให้หักชำระหนี้จากบัญชีเงินฝากของบริษัท พ. ที่เปิดไว้ที่ธนาคารดังกล่าวมีการรับเงินที่กู้กับเบิกเงินเกินบัญชีไป และธนาคารหักชำระหนี้จากบัญชีเงินฝากแล้ว ต่อมาวันที่ 19 มีนาคม 2539 จำเลยทั้งสองร่วมกันทำรายงานสรุปยอดเอกสารฉบับพิพาทโดยไม่ได้ลงรายการกู้เงินและเบิกเงินเกินบัญชีดังกล่าวไว้ เมื่อปรากฏว่าจำเลยทั้งสองทำรายงานสรุปยอดเอกสารฉบับพิพาทเพื่อแสดงรายรับรายจ่ายให้ทราบผลกำไรขาดทุนต่อฝ่ายโจทก์กับฝ่าย ต. เท่านั้น มิใช่เพื่อให้เป็นหลักฐานทางบัญชีหรืองบดุลของบริษัท จึงไม่จำเป็นต้องลงรายการกู้เงินและเบิกเงินเกินบัญชีซึ่งเป็นแหล่งที่มาของการนำเงินมาเป็นรายจ่ายด้วย รายการดังกล่าวมิใช่ข้อความสำคัญในเอกสารรายการสรุปยอดเอกสารฉบับพิพาทของบริษัท แม้จำเลยทั้งสองจะมิได้ลงไว้ ก็ไม่มีความผิดตาม พ.ร.บ.กำหนดความผิดเกี่ยวกับห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด สมาคม และมูลนิธิ พ.ศ. 2499 มาตรา 42 และ ป.อ. มาตรา 83

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม พ.ร.บ.กำหนดความผิดเกี่ยวกับห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด สมาคม และมูลนิธิ พ.ศ. ๒๔๙๙ มาตรา ๔๒ และ ป.อ. มาตรา ๘๓ ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกาโดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่า เมื่อต้นปี ๒๕๓๘ โจทก์กับนายภูษิต ภานุภาพ ฝ่ายหนึ่งกับจำเลยทั้งสองอีกฝ่ายหนึ่งเข้าหุ้นกันทำธุรกิจส่งผักสดให้แก่บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) ในนามบริษัทพฤศจิกา จำกัด มีระยะเวลาตั้งแต่กลางเดือนมกราคม ๒๕๓๘ ถึงสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๓๘ เมื่อครบกำหนดสัญญาได้ชวนนายตรีกูล โสภณศิริ เข้าร่วมหุ้นอีกฝ่ายหนึ่งทำธุรกิจนี้ต่อไป โดยลงทุนเป็นเงินจำนวนฝ่ายละ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท แล้วจดทะเบียนเพิ่มทุนและเปลี่ยนแปลงกรรมการให้โจทก์กับจำเลยทั้งสองและนายตรีกูลเป็นกรรมการของบริษัทผู้มีอำนาจกระทำการในนามบริษัท คือจำเลยที่ ๑ ลงลายมือชื่อและประทับตราสำคัญของบริษัท หรือจำเลยที่ ๒ กับนายตรีกูลลงลายมือชื่อร่วมกันและประทับตราสำคัญของบริษัท จำเลยที่ ๑ มีอำนาจหน้าที่รับจ่ายและเก็บรักษาเงิน จำเลยที่ ๒ มีหน้าที่จัดทำบัญชีและเอกสารอื่น ๆ บริษัทพฤศจิกา จำกัด ประมูลส่งผักสดให้บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) ครั้งต่อไปได้ มีระยะเวลาตั้งแต่วันที่ ๑ มีนาคม ๒๕๓๘ ถึงวันที่ ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๓๘ ตามสัญญาซื้อขายอาหารและวัตถุดิบภายในประเทศเอกสารหมาย จ. ๕ จำเลยทั้งสองร่วมกันทำสัญญากู้เงินและสัญญาเบิกเงินเกินบัญชีจากธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) สาขาอินทรารักษ์ ในนามบริษัทพฤศจิกา จำกัด ๔ ครั้ง คือ เมื่อวันที่ ๒๐ มีนาคม ๒๕๓๘ ทำสัญญาเบิกเงินเกินบัญชีในวงเงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท วันที่ ๘ กันยายน ๒๕๓๘ ทำสัญญากู้เงินจำนวน ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท วันที่ ๑๓ กันยายน ๒๕๓๘ ทำสัญญาเบิกเงินเกินบัญชีในวงเงิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท และวันที่ ๑๔ ธันวาคม ๒๕๓๘ ทำสัญญากู้เงินจำนวน ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท โดยยอมให้หักชำระหนี้จากบัญชีเงินฝากของบริษัทพฤศจิกา จำกัด ที่เปิดไว้ที่ธนาคารดังกล่าว มีการรับเงินที่กู้กับเบิกเงินเกินบัญชีไป และธนาคารหักชำระหนี้จากบัญชีเงินฝากแล้ว ต่อมาวันที่ ๑๙ มีนาคม ๒๕๓๙ จำเลยทั้งสองร่วมกันทำรายงานสรุปยอดเอกสารหมาย จ. ๘ โดยไม่ได้ลงรายการกู้เงินและเบิกเงินเกินบัญชีดังกล่าวไว้ ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์มีว่า จำเลยทั้งสองกระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ โจทก์ฎีกาว่า รายงานสรุปยอดเอกสารหมาย จ. ๘ เป็นหลักฐานทางบัญชีของบริษัทเสมือนเป็นงบดุล มิใช่หลักฐานที่ทำขึ้นเพื่อให้ผู้ถือหุ้นทราบถึงค่าใช้จ่ายและผลกำไรขาดทุน จึงต้องลงรายการกู้เงินและเบิกเงินเกินบัญชีด้วยนั้น เห็นว่า นายภูษิต ภานุภาพ พยานโจทก์เองเบิกความว่า เมื่อสิ้นระยะการดำเนินกิจการตามสัญญาแล้ว ยังไม่มีการแบ่งผลกำไรกัน พยานกับนายตรีกูลแจ้งให้ฝ่ายจำเลยส่งบัญชีกำไรขาดทุน จำเลยทั้งสองจึงทำรายงานสรุปยอดเอกสารหมาย จ. ๘ ซึ่งเจือสมกับทางนำสืบของจำเลยทั้งสองที่มีนายตรีกูล โสภณศิริ เบิกความสนับสนุนว่าจำเลยทั้งสองทำรายงานสรุปยอดเอกสารหมาย จ. ๘ เพื่อทราบผลกำไรขาดทุนของการดำเนินกิจการตามสัญญาเท่านั้น ที่โจทก์ฎีกาว่า นายตรีกูลเบิกความช่วยเหลือจำเลยทั้งสองนั้น เห็นว่า นายตรีกูลเบิกความสอดคล้องกับพยานเอกสาร ไม่มีพิรุธว่าจะช่วยเหลือจำเลยทั้งสอง ศาลฎีกาเชื่อว่าจำเลยทั้งสองทำรายงานสรุปยอดเอกสารหมาย จ. ๘ เพื่อแสดงรายรับรายจ่ายให้ทราบผลกำไรขาดทุนต่อฝ่ายโจทก์กับฝ่ายนายตรีกูลเท่านั้น มิใช่เพื่อให้เป็นหลักฐานทางบัญชีหรืองบดุลของบริษัท จึงไม่จำเป็นต้องลงรายการกู้เงินและเบิกเงินเกินบัญชีซึ่งเป็นแหล่งที่มาของการนำเงินมาเป็นรายจ่ายด้วย รายการดังกล่าวมิใช่ข้อความสำคัญในเอกสารรายการสรุปยอดเอกสารหมาย จ. ๘ ของบริษัท แม้จำเลยทั้งสองจะมิได้ลงไว้ ก็ไม่มีความผิดตามฟ้อง พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4124/2543 นางสาวบุญสม ศิริชัย โจทก์ นายฤกษ์ชัย สาณะเสน กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสาวบุญสม ศิริชัย · จำเลย - นายฤกษ์ชัย สาณะเสน กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ทองหล่อ โฉมงาม · สกนธ์ กฤติยาวงศ์ · ธำรงศักดิ์ ขมะวรรณ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายวิชัย วิริยะสุนทรวงศ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายพิสิฐ ฐิติภัค
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา