คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4181/2543
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่คู่สัญญาตกลงยกเลิกบันทึกข้อตกลงเดิมและทำบันทึกข้อตกลงใหม่ โดยตกลงให้นำเช็คที่เคยออกไว้เพื่อประกันหนี้ มาชำระหนี้ตามบันทึกข้อตกลงใหม่ ถือว่าเช็คนั้นออกเพื่อชำระหนี้ที่มีอยู่จริงและบังคับได้ตามกฎหมายแล้ว
ย่อคำพิพากษา
แม้เดิมจำเลยจะออกเช็คพิพาทเพื่อประกันหนี้ตามบันทึกข้อตกลงอันมีผลให้จำเลยไม่มีความผิดตามพระราชบัญญัติ ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คฯ มาตรา 4 ก็ตาม แต่เมื่อ โจทก์ร่วมกับจำเลยตกลงยกเลิกบันทึกข้อตกลงดังกล่าวเสีย แล้วทำ บันทึกข้อตกลงกันใหม่ โดยตกลงให้นำเช็คพิพาทมาชำระหนี้ก็ต้องถือว่าจำเลยออกเช็คพิพาทเพื่อชำระหนี้ตามบันทึกข้อตกลงใหม่ อันเป็นหนี้ ที่มีอยู่จริงและบังคับได้ตามกฎหมายแล้ว กรณีหาใช่โจทก์ร่วมกับ จำเลยตกลงกันใหม่เพื่อไม่ให้คดีอาญาระงับไม่
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2497 ม.4
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยสั่งจ่ายเช็คมอบให้ผู้เสียหายเพื่อชำระหนี้ค่าสินค้าอันเป็นหนี้ที่มีอยู่จริงและบังคับได้ตามกฎหมาย ต่อมาผู้เสียหายนำเช็คเข้าเรียกเก็บเงินแต่ธนาคารได้ปฏิเสธการจ่ายเงิน ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 มาตรา 4ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91
จำเลยให้การปฏิเสธ
ระหว่างพิจารณา ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 มาตรา 4 เรียงกระทงลงโทษให้จำคุกกระทงละ 1 ปี ทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาอยู่บ้าง ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78หนึ่งในสาม คงจำคุกกระทงละ 8 เดือน รวมจำคุก 16 เดือน ให้ยกฟ้อง ข้อ ก.
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายกอุทธรณ์ของจำเลย
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "แม้เดิมจำเลยจะออกเช็คพิพาทเอกสารหมาย จ.1และ จ.3 เพื่อประกันหนี้ตามบันทึกข้อตกลงเอกสารหมาย จ.ร.2 หรือ ล.4อันมีผลให้จำเลยไม่มีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 มาตรา 4 แต่เมื่อโจทก์ร่วมกับจำเลยตกลงยกเลิกบันทึกข้อตกลงเอกสารหมาย จ.ร.2 หรือ ล.4 แล้วทำบันทึกข้อตกลงกันใหม่ตามบันทึกข้อตกลงเอกสารหมาย จ.ร.3 และตกลงให้นำเช็คพิพาทเอกสารหมาย จ.1 และ จ.3 มาชำระหนี้ ก็ต้องถือว่าจำเลยออกเช็คพิพาทเอกสารหมาย จ.1 และ จ.3 เพื่อชำระหนี้ตามบันทึกข้อตกลงเอกสารหมาย จ.ร.3อันเป็นหนี้ที่มีอยู่จริงและบังคับได้ตามกฎหมาย กรณีหาใช่โจทก์ร่วมกับจำเลยตกลงกันใหม่เพื่อไม่ให้คดีอาญาระงับดังที่จำเลยอุทธรณ์ไม่เมื่อเช็คพิพาทเอกสารหมาย จ.1 และ จ.3 ถึงกำหนด โจทก์ร่วมนำไปเรียกเก็บเงิน ธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงิน จำเลยจึงมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534มาตรา 4 ที่ศาลชั้นต้นพิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของจำเลยฟังไม่ขึ้น"
พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4181/2543
พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์
โจทก์ร่วม โจทก์
บริษัท ตั้งลีเฮง จำกัด โจทก์
นาย ประสิทธิ์ รุ่งสมบูรณ์ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด · โจทก์ - โจทก์ร่วม · โจทก์ - บริษัท ตั้งลีเฮง จำกัด · จำเลย - นาย ประสิทธิ์ รุ่งสมบูรณ์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ทองหล่อ โฉมงาม · สกนธ์ กฤติยาวงศ์ · ธำรงศักดิ์ ขมะวรรณ |
| แหล่งที่มา | สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ