⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 588/2546

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 588/2546

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การฟ้องคดีอาญาที่ศาลที่ไม่มีอำนาจพิจารณา ไม่ถือเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาภายในกำหนดอายุความตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

ประมวลกฎหมายอาญา ภาค 1 ลักษณะ 1 หมวด 9 ได้บัญญัติเรื่องอายุความคดีอาญาไว้โดยเฉพาะแล้ว หาได้มีบทบัญญัติเรื่องอายุความสะดุดหยุดลงหรือเลิกนับอายุความร้องทุกข์อันจะนำ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาใช้บังคับไม่ แม้โจทก์จะฟ้องจำเลยทั้งสองต่อศาลแขวงดุสิตภายในกำหนดอายุความ แต่เมื่อคดีไม่อยู่ในอำนาจศาลแขวงดุสิตซึ่งศาลแขวงดุสิตมีคำสั่งจำหน่ายคดีของโจทก์ไปแล้ว การที่โจทก์นำคดีนี้มาฟ้องศาลแขวงพระนครใต้อีกเมื่อพ้นกำหนดอายุความ สิทธินำคดีอาญามาฟ้องของโจทก์ย่อมระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39(6)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.39 ประมวลกฎหมายอาญา ม.96 พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2497 ม.4

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด จำเลยที่ 1 เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด มีจำเลยที่ 2 เป็นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนเมื่อประมาณเดือนมีนาคม 2542 วันเวลาใดไม่ปรากฏชัด จำเลยทั้งสองร่วมกันออกเช็คธนาคารกรุงไทยจำกัด (มหาชน) สาขาสีลม จำนวน 2 ฉบับ ลงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2543 จำนวนเงินฉบับละ 750,000 บาท และ 15,212,988 บาท ตามลำดับ มอบให้โจทก์เพื่อชำระหนี้ค่าเช่าซื้อ อันเป็นหนี้ที่มีอยู่จริงและบังคับได้ตามกฎหมาย ต่อมาธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินเมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2543 จำเลยทั้งสองออกเช็คโดยมีเจตนาจะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็ค เหตุเกิดที่แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร โดยเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม2543 โจทก์ใช้สิทธิยื่นฟ้องคดีอาญาจำเลยทั้งสองต่อศาลแขวงดุสิต ศาลแขวงดุสิตมีคำสั่งนัดไต่สวนมูลฟ้องและส่งสำเนาคำฟ้องให้จำเลยทั้งสอง ต่อมาโจทก์ยื่นคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมคำฟ้อง ศาลแขวงดุสิตมีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งเดิม ไม่รับฟ้องโจทก์และจำหน่ายคดีออกจากสารบบความอายุความร้องทุกข์จึงสะดุดหยุดลงตั้งแต่วันที่ 29พฤษภาคม 2543 เป็นต้นมา ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 มาตรา 4 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ศาลชั้นต้นพิจารณาคำฟ้องแล้ว เห็นว่า ฟ้องของโจทก์ขาดอายุความ พิพากษายกฟ้อง โจทก์ยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นเพิกถอนคำสั่งที่ยกฟ้อง และมีคำสั่งใหม่ให้นัดไต่สวนมูลฟ้อง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า กรณีตามคำร้องไม่มีเหตุที่จะให้เพิกถอนคำสั่งที่ยกฟ้องให้ยกคำร้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน โจทก์ฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ว่า วันที่ 29 พฤษภาคม 2543 โจทก์ได้ฟ้องจำเลยทั้งสองต่อศาลแขวงดุสิตในคดีหมายเลขดำที่ 3738/2543 และขอแก้ไขคำฟ้องโดยเปลี่ยนสถานที่เกิดเหตุจากธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) สาขาซอยอารี เลขที่ 404/9 ถนนพหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร มาเป็นธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) สาขาสีลม เลขที่ 491/1-2 อาคารสีลมพลาซ่า แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร และขอให้โอนคดีไปศาลแขวงพระนครใต้ ศาลแขวงดุสิตมีคำสั่งในรายงานกระบวนพิจารณาว่า อนุญาตตามที่โจทก์ขอแก้ไขคำฟ้องส่วนที่โจทก์ขอโอนคดีนั้นไม่มีกฎหมายให้อำนาจทำได้ จึงให้ยกคำร้องส่วนนี้ และให้เพิกถอนคำสั่งรับคำฟ้อง และมีคำสั่งใหม่ ไม่รับคำฟ้อง ให้คืนคำฟ้องแก่โจทก์ไป จำหน่ายคดีจากสารบบความ ซึ่งต่อมาในวันที่ 5 กันยายน 2543 โจทก์ก็ได้ยื่นฟ้องจำเลยทั้งสองต่อศาลแขวงพระนครใต้เป็นคดีนี้ ศาลแขวงพระนครใต้มีคำสั่งในคำฟ้องว่า "พิเคราะห์แล้ว คดีนี้เป็นความผิดอันยอมความกันได้ แต่โจทก์มิได้ร้องทุกข์หรือฟ้องคดีต่อศาลนี้ภายในกำหนด 3 เดือน นับแต่วันที่โจทก์รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิด การที่โจทก์บรรยายฟ้องว่าได้ฟ้องคดีต่อศาลอื่นไว้ก่อนแล้วภายในกำหนดอายุความ ก็มิได้มีกฎหมายบัญญัติให้อายุความสะดุดหยุดลงนับแต่วันที่โจทก์ฟ้องคดีต่อศาลอื่นดังกล่าวแต่อย่างใด ฟ้องโจทก์จึงขาดอายุความให้ยกฟ้อง หมายแจ้งคำสั่งให้โจทก์และทนายโจทก์ทราบ ไม่มีผู้รับโดยชอบให้ปิด" มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาโจทก์ว่า มีเหตุให้เพิกถอนคำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้ยกฟ้องโจทก์หรือไม่ เห็นว่า ความผิดต่อพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คเกิดตั้งแต่วันที่ธนาคารปฏิเสธไม่จ่ายเงินตามเช็คพิพาทคือวันที่ 8 มีนาคม 2543 เมื่อคดีนี้เป็นความผิดอันยอมความได้ซึ่งมีกำหนดให้ร้องทุกข์ภายใน 3 เดือน นับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 95 และ 96 ดังนั้น เมื่อโจทก์ฟ้องคดีวันที่ 5 กันยายน2543 โดยมิได้ร้องทุกข์จำเลยไว้ฟ้องโจทก์จึงขาดอายุความแล้ว ที่โจทก์ฎีกาว่าได้ฟ้องจำเลยทั้งสองในคดีนี้ต่อศาลแขวงดุสิตก่อนแล้วจึงเป็นเหตุให้อายุความสะดุดหยุดลงหรือเลิกนับอายุความร้องทุกข์นั้น เห็นว่า ประมวลกฎหมายอาญา ภาค 1 ลักษณะ 1 หมวด 9 ได้บัญญัติเรื่องอายุความคดีอาญาไว้โดยเฉพาะแล้ว หาได้มีบทบัญญัติเรื่องอายุความสะดุดหยุดลงหรือเลิกนับอายุความร้องทุกข์อันจะนำประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาใช้บังคับไม่ แม้โจทก์จะได้ฟ้องจำเลยทั้งสองคดีนี้ต่อศาลแขวงดุสิตภายในกำหนดอายุความ แต่คดีไม่อยู่ในเขตอำนาจศาลแขวงดุสิต และศาลแขวงดุสิตได้มีคำสั่งจำหน่ายคดีของโจทก์ไปแล้ว การที่โจทก์นำคดีนี้มาฟ้องศาลแขวงพระนครใต้อีกเมื่อพ้นกำหนดอายุความ สิทธินำคดีอาญามาฟ้องของโจทก์ย่อมระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39(6) จึงไม่มีเหตุที่ศาลฎีกาจะเพิกถอนคำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้ยกฟ้องโจทก์ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้นชอบแล้ว ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 588/2546 บริษัท อินเตอร์กราฟิก้า พริ้นท์ แอนด์ แพ็ค (ประเทศไทย) จำกัด โจทก์ บริษัท เทคนิคสแกน จำกัด กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัท อินเตอร์กราฟิก้า พริ้นท์ แอนด์ แพ็ค (ประเทศไทย) จำกัด · จำเลย - บริษัท เทคนิคสแกน จำกัด กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุวิทย์ นรนุตกุล · สุวัฒน์ วรรธนะหทัย · สิทธิชัย รุ่งตระกูล
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1656/2512ฎีกา 19406/2555ฎีกา 8080/2538ฎีกา 199/2537ฎีกา 1124/2496ฎีกา 7687/2553ฎีกา 4225/2559ฎีกา 6230/2544ฎีกา 1979/2521ฎีกา 1499/2531ฎีกา 801/2503ฎีกา 70/2489ฎีกา 9076/2558ฎีกา 2379/2565ฎีกา 4541/2550ฎีกา 178/2494ฎีกา 8404/2540ฎีกา 2927/2540ฎีกา 214/2494ฎีกา 169/2490ฎีกา 2083/2539ฎีกา 7283-7285/2540ฎีกา 1604-1605/2512ฎีกา 1721/2535
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ