คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4585/2543
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การรุมทำร้ายผู้อื่นโดยใช้อาวุธจนได้รับอันตรายสาหัส เป็นพฤติการณ์ที่เป็นภัยร้ายแรงต่อสังคม การพยายามบรรเทาผลร้ายหรือความเสียหายภายหลังเกิดเหตุเป็นปัจจัยหนึ่งในการพิจารณา แต่หากไม่มีหลักฐานเพียงพอ การอ้างเหตุผลอื่น ๆ เช่น การเป็นนักศึกษา อาจไม่เพียงพอต่อการรอการกำหนดโทษหรือรอการลงโทษ
ย่อคำพิพากษา
การที่จำเลยกับพวกรวมเจ็ดคนใช้ไม้หน้า 3 ยาวประมาณ 1 เมตรเป็นอาวุธทำร้ายร่างกายผู้เสียหายหลายครั้งจนได้รับอันตรายสาหัส ลักษณะการกระทำดังกล่าวเป็นการรุมทำร้ายผู้เสียหายโดยไม่เคารพยำเกรงต่อกฎหมายพฤติการณ์การกระทำเป็นภัยร้ายแรงต่อสังคม ที่จำเลยอ้างว่าหลังเกิดเหตุได้พยายามช่วยออกค่ารักษาพยาบาลบางส่วนและยินดีชดใช้ค่าเสียหายแต่ผู้เสียหายเรียกร้องสูงเกินไปนั้น ไม่ปรากฏหลักฐานใด ๆ ในสำนวนว่าจำเลยได้ช่วยค่ารักษาพยาบาล ชดใช้หรือเสนอที่จะชดใช้ค่าเสียหายอันเป็นการบรรเทาผลร้ายหรือความเสียหายให้แก่ผู้เสียหายแต่ประการใด แม้ขณะเกิดเหตุจำเลยเป็นนักศึกษาและขณะนี้สำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง ก็ยังไม่มีเหตุผลเพียงพอที่จะรอการกำหนดโทษหรือรอการลงโทษให้แก่จำเลย
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297,83
จำเลยให้การรับสารภาพ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297 (ที่ถูกมาตรา 297(8)) ประกอบด้วยมาตรา 83 จำคุก 3 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 ปี 6 เดือน
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำคุก 2 ปี ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 ปี นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "การที่จำเลยกับพวกรวมเจ็ดคนใช้ไม้หน้า 3 ยาวประมาณ 1 เมตรเป็นอาวุธตีทำร้ายร่างกายผู้เสียหายหลายครั้งถูกบริเวณใบหน้ามีเลือดออกในช่องหน้า ม่านตาขาว กระดูกเบ้าตาและโหนกแก้มขวาแตกยุบ ฟันหน้าหัก 2 ซี่ได้รับอันตรายสาหัส ลักษณะการกระทำดังกล่าวเป็นการรุมทำร้ายผู้เสียหายโดยไม่เคารพยำเกรงต่อกฎหมาย พฤติการณ์การกระทำเป็นภัยร้ายแรงต่อสังคม ที่จำเลยฎีกาอ้างว่าหลังเกิดเหตุจำเลยได้พยายามช่วยออกค่ารักษาพยาบาลบางส่วนและยินดีชดใช้ค่าเสียหาย แต่ผู้เสียหายเรียกร้องสูงเกินไปนั้นไม่ปรากฏหลักฐานใด ๆ ในสำนวนเลยว่าจำเลยได้ช่วยค่ารักษาพยาบาลชดใช้หรือเสนอที่จะชดใช้ค่าเสียหายอันเป็นการบรรเทาผลร้ายหรือความเสียหายให้แก่ผู้เสียหายแต่ประการใด ดังนั้น แม้ขณะเกิดเหตุจำเลยเป็นนักศึกษาและขณะนี้สำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง ประเภทวิชาช่างอุตสาหกรรม สาขาวิชาช่างยนต์ ก็ยังไม่มีเหตุผลเพียงพอที่จะรอการกำหนดโทษหรือรอการลงโทษให้แก่จำเลย ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น"
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4585/2543
พนักงานอัยการจังหวัดนนทบุรี โจทก์
นาย จตุพรหรือเก๋ สุขสวัสดิ์ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดนนทบุรี · จำเลย - นาย จตุพรหรือเก๋ สุขสวัสดิ์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ธีรศักดิ์ เตียวัฒนานนท์ · มงคล คุปต์กาญจนากุล · สุวัฒน์ วรรธนะหทัย |
| แหล่งที่มา | สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ