คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5383/2543
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำความผิดฐานปลอมและใช้เอกสารปลอมหลายครั้งหลายฉบับ โดยมีเจตนาทุจริต และไม่ปรากฏเหตุอันควรปรานี อาจไม่สมควรรอการลงโทษ.
ย่อคำพิพากษา
การกระทำของจำเลยเป็นการกระทำความผิดโดยปลอมเอกสารและใช้เอกสารปลอมของผู้เสียหาย 4 ราย รวม 4 ฉบับ ระยะเวลาที่จำเลยปลอมและใช้เอกสารปลอมอยู่ในช่วงก่อนกำหนดที่จะมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลใหม่ไม่มากนัก กับไม่น่าเชื่อว่าการที่จำเลยปลอมและใช้เอกสารปลอมในการย้ายภูมิลำเนาของผู้เสียหายทั้งสี่จะเป็นการกระทำเพื่อให้บุตรหลานของผู้เสียหายทั้งสี่ได้เข้าเรียนในโรงเรียนซึ่งตั้งอยู่ในเขตเทศบาล ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาลงโทษจำเลยเพียงจำคุก 2 เดือน จึงนับว่าเป็นคุณแก่จำเลยอย่างมากแล้ว ไม่มีเหตุที่จะรอการลงโทษ
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264, 268, 91
จำเลยให้การรับสารภาพ
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264, 268 ลงโทษจำเลยฐานใช้เอกสารปลอมตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 วรรคสอง จำคุก 4 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 2 เดือน
จำเลยอุทธรณ์ขอให้รอการลงโทษ
ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษายืน
จำเลยฎีกาขอให้รอการลงโทษ โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่จำเลยอ้างว่า เหตุที่จำเลยปลอมและใช้เอกสารปลอมในการย้ายภูมิลำเนาของผู้เสียหายทั้งสี่เข้าไปอยู่ในบ้านเลขที่ตามฟ้องเพราะบ้านดังกล่าวอยู่ในเขตเทศบาล บุตรหลานของผู้เสียหายทั้งสี่จะได้เข้าเรียนหนังสือในเขตเทศบาลได้สะดวก ผู้เสียหายทั้งสี่จึงมอบหมายให้จำเลยดำเนินการย้ายภูมิลำเนาให้นั้นเห็นว่า แม้ผู้เสียหายทั้งสี่จะยื่นคำร้องรับรองว่าเป็นความจริง และไม่ติดใจเอาความแก่จำเลยก็ตาม แต่เป็นข้อเท็จจริงที่ขัดกับคำให้การรับสารภาพของจำเลย ทั้งตามสำเนาทะเบียนบ้านเอกสารท้ายคำร้องของผู้เสียหายทั้งสี่ก็ไม่ปรากฏว่ามีการแจ้งย้ายภูมิลำเนาบุตรหลานของผู้เสียหายทั้งสี่ไปด้วย ยิ่งไปกว่านั้นบ้านเลขที่ 131/2 ซึ่งนางสาวยุพิน บัวแก้ว มีภูมิลำเนาไม่มีเด็กอาศัยอยู่เลย และตามคำร้องของผู้เสียหายทั้งสี่ยังปรากฏอีกว่า ระยะเวลาที่จำเลยปลอมและใช้เอกสารปลอมนั้น อยู่ในช่วงก่อนกำหนดที่จะมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลใหม่ไม่นานนัก จึงไม่น่าเชื่อว่าการที่จำเลยปลอมและใช้เอกสารปลอมในการย้ายภูมิลำเนาของผู้เสียหายทั้งสี่จะเป็นการกระทำเพื่อให้บุตรหลานของผู้เสียหายทั้งสี่ได้เข้าเรียนหนังสือในโรงเรียนซึ่งตั้งอยู่ในเขตเทศบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งการกระทำของจำเลยเป็นการกระทำความผิดโดยปลอมเอกสารและใช้เอกสารปลอมของผู้เสียหาย 4 ราย รวม 4 ฉบับ ศาลล่างทั้งสองพิพากษาลงโทษจำเลยเพียงจำคุก 2 เดือน จึงนับว่าเป็นคุณแก่จำเลยอย่างมากแล้วไม่มีเหตุที่ศาลฎีกาจะเปลี่ยนแปลงแก้ไข ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษาจำคุกจำเลยโดยไม่รอการลงโทษนั้นชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น"
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5383/2543
พนักงานอัยการ จังหวัดอุตรดิตถ์ โจทก์
นาย สมศักดิ์ สนิทอินทร์ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัดอุตรดิตถ์ · จำเลย - นาย สมศักดิ์ สนิทอินทร์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อภิศักดิ์ พรวชิราภา · ม.ล.ไกรฤกษ์ เกษมสันต์ · ยงยศ นิสภัครกุล |
| แหล่งที่มา | สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ