คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5495/2543
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลพิพากษาถึงที่สุดว่าที่ดินเป็นของโจทก์ ย่อมทำให้โจทก์มีสิทธิขอให้ใส่ชื่อในหนังสือรับรองการทำประโยชน์ได้ตามกฎหมาย แต่โจทก์จะฟ้องผู้จัดการมรดกให้จดทะเบียนโอนสิทธิครอบครองให้ไม่ได้ หากผู้จัดการมรดกไม่มีหน้าที่ตามกฎหมายที่จะต้องดำเนินการดังกล่าว
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์มีสิทธิครอบครองที่ดิน ตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ของ ต. โดย ต.ยกให้แก่โจทก์ในขณะที่ ต.ยังมีชีวิตอยู่ แต่ยังไม่ได้โอนทางทะเบียน ต่อมาศาลพิพากษาถึงที่สุดว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ โจทก์ย่อมมีสิทธิที่จะขอให้ใส่ชื่อโจทก์ในหนังสือรับรองการทำประโยชน์ได้โดยการปฏิบัติตาม ป.ที่ดินมาตรา 77 และกฎกระทรวงฉบับที่ 7 (พ.ศ. 2497) ข้อ 9 แต่จะฟ้องจำเลยผู้จัดการมรดกของ ต.ให้จดทะเบียนโอนสิทธิครอบครองให้โจทก์ไม่ได้ เพราะจำเลยไม่มีหน้าที่ตามกฎหมายที่จะต้องไปจดทะเบียนโอนสิทธิครอบครองแก่โจทก์
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายสุชิน ญาณสุภาพ กับพวก · ในฐานะผู้จัดการมรดก - นายเสงี่ยม แพทย์สิทธิ์ · จำเลย - นายตุ๋ย แพทย์สิทธิ์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | มงคล ทับเที่ยง · วิเทพ ศิริพากย์ · ปุญพัฒน์ อิทธิธรรมวินิจ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา - นายณัฐพร ณ กาฬสินธุ์ · ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ - นายอภิรัตน์ ลัดพลี |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา