⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5578/2543

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5578/2543

ย่อคำพิพากษา

++ เรื่อง ความผิดต่อชีวิต ความผิดต่อร่างกาย ++ โปรดดูย่อจากหนังสือคำพิพากษาศาลฎีกา สำนักงานศาลยุติธรรม ++ เล่มที่ 6 หน้า 216 ++ ++ ขอดูชุดพิเศษโปรดติดต่อห้องบริการเอกสารสำเนาคำพิพากษา (ห้องสมุด) ชั้น 4, 5 ++

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.83

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

เรื่อง ความผิดต่อชีวิต ความผิดต่อร่างกาย จำเลย ฎีกาคัดค้าน คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ลงวันที่ ๑๙ เดือน ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๔๒ ศาลฎีกา รับวันที่ ๒๔ เดือน พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๔๓ โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกระทำความผิดหลายกรรมต่างกันกล่าวคือ เมื่อวันที่ ๒๐ สิงหาคม ๒๕๓๕ เวลากลางคืนหลังเที่ยง จำเลยกับพวกร่วมกันใช้มีดปลายแหลมและไม้เป็นอาวุธแทงและตีนายอุไร พรมณีย์หลายครั้งโดยเจตนาฆ่า และใช้ไม้ตีสิบเอกสุนัน จิตรมั่น จนเป็นเหตุให้นายอุไรถึงแก่ความตาย และสิบเอกสุนันได้รับอันตรายแก่กาย เหตุเกิดที่แขวงฉิมพลี เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร ต่อมาวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๐เจ้าพนักงานจับกุมจำเลยได้ นำส่งพนักงานสอบสวน ชั้นสอบสวนจำเลยให้การปฏิเสธ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๒๙๕ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๕ ให้จำคุก ๑ ปี ข้อหาอื่นนอกจากนี้ให้ยก โจทก์และจำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘ จำคุก ๒๐ ปี และฐานทำร้ายร่างกายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๕ จำคุก ๑ ปีรวมโทษจำคุก ๒๑ ปี จำเลยฎีกา ศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว ทางพิจารณาโจทก์นำสืบว่า เมื่อวันที่ ๒๐ สิงหาคม ๒๕๓๕ นายอุไร พรมณีย์ ผู้ตาย สิบเอกสุนัน จิตรมั่น ผู้เสียหาย และนายพิชัย พรมณีย์ น้องผู้ตาย ซึ่งทำงานเป็นช่างตกแต่งภายในที่หมู่บ้านนิคโฮม ดื่มสุราอยู่ที่หน้าบ้านเลขที่ ๗๗/๖๖หมู่บ้านยูนิคโฮม แขวงฉิมพลี เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร ส่วนจำเลยนายสันติ ทองตัน นายแก่น รื่นรัมย์ นายคำแสน ลานประโคน นายชาญไม่ทราบนามสกุล ทุกคนทำงานเป็นช่างก่อสร้างอยู่ที่หมู่บ้านยูนิคโฮมดื่มสุราอยู่ที่ร้านค้าอยู่ห่างจากผู้ตายกับพวกดื่มสุราประมาณ ๑๐ เมตรต่อมาผู้ตายและผู้เสียหายเดินไปซื้อบุหรี่ที่ร้านค้าที่จำเลยกับพวกนั่งดื่มสุราอยู่จำเลยใช้ไม้หน้าสามตีที่ศีรษะผู้เสียหาย ๒ ครั้ง จนผู้เสียหายสลบล้มลงส่วนนายแก่นได้ใช้อาวุธมีดแทงผู้ตายที่ท้อง ๒ ครั้ง ผู้ตายวิ่งกลับมาที่บ้านโดยมีจำเลย นายสันติ นายคำแสนถือไม้หน้าสามและนายแก่นถือมีดไล่ตามมาเมื่อทันกันพวกของจำเลยใช้ไม้ตีผู้ตายหลายครั้ง ส่วนนายแก่นใช้มีดแทงผู้ตายอีกหลายครั้งจนถึงแก่ความตาย แล้วจำเลยกับพวกหลบหนีไป จำเลยนำสืบว่า ก่อนเกิดเหตุจำเลย นายแก่น นายสันตินายคำเผือ และนายชาญดื่มสุราที่หมู่บ้านยูนิคโฮม ขณะดื่มสุราผู้ตายและผู้เสียหายมาชวนนายชาญให้ไปร่วมดื่มสุรากับผู้ตาย นายชาญ นายแก่นนายสันติ และนายคำเผือจึงไปดื่มสุรากับผู้ตายและผู้เสียหาย จำเลยนั่งดื่มสุราอยู่คนเดียว ต่อมาเวลาประมาณ ๒๐ นาฬิกา มีเรื่องทำร้ายร่างกายกันระหว่างนายชาญกับพวกผู้ตาย จำเลยจึงไปนอนในบ้านวันรุ่งขึ้นจำเลยเดินทางกลับบ้านที่จังหวัดบุรีรัมย์ จนวันที่ ๑๙ กันยายน๒๕๔๐ จึงถูกเจ้าพนักงานตำรวจจับกุม พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังยุติตามที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยและจำเลยมิได้ฎีกาโต้แย้งว่า ในวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้องจำเลยใช้ไม้หน้าสามเป็นอาวุธตีผู้เสียหายจนได้รับอันตรายแก่กาย ส่วนนายแก่นได้ใช้มีดเป็นอาวุธแทงผู้ตาย ผู้ตายวิ่งหนี นายแก่นถืออาวุธมีดส่วนจำเลยกับพวกถือไม้หน้าสามไล่ตามไป เมื่อทันกันพวกของจำเลยใช้ไม้หน้าสามตีผู้ตายหลายครั้ง และนายแก่นใช้มีดเป็นอาวุธแทงผู้ตายอีกหลายครั้งจนผู้ตายถึงแก่ความตาย แล้วจำเลยกับพวกก็หลบหนีไป มีปัญหาตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยมีความผิดฐานร่วมกับพวกฆ่าผู้ตายหรือไม่ ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ผู้ตาย ผู้เสียหายและจำเลยกับพวกเป็นช่างก่อสร้างที่หมู่บ้านยูนิคโฮมทุกคนรู้จักกัน ก่อนจะเกิดเหตุฆ่าและทำร้ายกันจะต้องมีเหตุกระทบกระทั่งไม่พอใจกัน ซึ่งโจทก์มีพันตำรวจเอกสุรพงษ์ กายทวารพนักงานสอบสวนเป็นพยานเบิกความว่า ได้ไปยังสถานที่เกิดเหตุสอบถามพยานที่รู้เห็นเหตุการณ์ได้ความว่า ผู้ตายได้มาชวนนายชาญซึ่งนั่งดื่มสุราอยู่กับจำเลยกับพวกให้ไปดื่มสุรากับผู้ตาย ผู้เสียหายและนายพิชัยโดยพูดกระทบกระเทียบว่าพวกผู้ตายดื่มสุราแดง ส่วนจำเลยกับพวกดื่มสุราธรรมดา ผู้ตายชวนนายชาญเพียงผู้เดียว ทำให้จำเลยกับพวกไม่พอใจเกิดโต้เถียงกัน ต่อมาผู้ตายและผู้เสียหายเดินมาที่จำเลยกับพวกดื่มสุรากันอยู่อีกจึงเกิดการทำร้ายกัน เชื่อว่าเหตุที่เกิดขึ้นเกิดจากคำพูดกระทบกระเทียบของผู้ตาย คำพูดดังกล่าวไม่ได้พูดเจาะจงผู้ใดเป็นการพูดลอย ๆ ทำให้จำเลยกับพวกทุกคนเกิดความไม่พอใจ และเป็นความไม่พอใจเป็นส่วนตัวของแต่ละคน เห็นว่า การกระทำอันจะถือว่าร่วมกันกระทำนั้นนอกจากร่วมกันในส่วนของการกระทำแล้ว ยังต้องมีเจตนาร่วมกันด้วย แต่จากทางนำสืบของโจทก์ได้ความเพียงว่า คำพูดของผู้ตายทำให้จำเลยกับพวกทุกคนเกิดความไม่พอใจซึ่งเป็นความไม่พอใจของแต่ละคน ทำให้ทุกคนโกรธและเจตนาทำร้ายต่อผู้ตายเหมือนกัน กรณีเป็นเรื่องต่างคนต่างทำร้ายผู้ตาย ไม่ใช่เกิดจากเจตนาร่วมกันทำร้ายผู้ตาย เมื่อข้อเท็จจริงไม่ปรากฏว่าจำเลยได้ทำร้ายผู้ตายแต่อย่างใดพยานหลักฐานโจทก์ดังกล่าวจึงฟังไม่ได้ว่า จำเลยร่วมกับพวกฆ่าผู้ตายที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยฐานฆ่าผู้อื่นมานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาข้อนี้ของจำเลยฟังขึ้น ส่วนที่จำเลยฎีกาขอให้รอการลงโทษในความผิดฐานทำร้ายร่างกายนั้น เมื่อพิเคราะห์ถึงพฤติการณ์แห่งคดีแล้วยังไม่มีเหตุที่จะรอการลงโทษจำคุก และโทษที่ศาลอุทธรณ์กำหนดเหมาะสมดีแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาข้อนี้ของจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษาแก้เป็นว่า ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5578/2543 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ นายเนียดหรืออำนวยหรืออวย ประประโคน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด · จำเลย - นายเนียดหรืออำนวยหรืออวย ประประโคน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ธาดา กษิตินนท์ · ประดิษฐ์ สิงหทัศน์ · หัสดี ไกรทองสุก
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญาธนบุรี - นายเดชา สร้อยสุวรรณ · ศาลอุทธรณ์ - นายประจวบ พัชนีรัตนกรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1597/2532ฎีกา 3345/2535ฎีกา 180/2554ฎีกา 2014-2015/2539ฎีกา 593/2510ฎีกา 712/2559ฎีกา 861/2521ฎีกา 619/2513ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1270/2506ฎีกา 6355/2544ฎีกา 3578/2531ฎีกา 1893/2538ฎีกา 5487/2548ฎีกา 3595/2532ฎีกา 2936/2543ฎีกา 1315/2513ฎีกา 3380/2531ฎีกา 1/2567ฎีกา 5957/2530ฎีกา 643/2531ฎีกา 215/2556ฎีกา 4547/2530ฎีกา 2491-2493/2519
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา