⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 6395/2543

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6395/2543

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
จำเลยต้องรับผิดชำระค่าฤชาธรรมเนียมรวมถึงค่าธรรมเนียมในการบังคับคดี แม้จะมีการชำระหนี้บางส่วนแล้วก็ตาม.

ย่อคำพิพากษา

ศาลฎีกาพิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้จำเลยชำระเงินพร้อมดอกเบี้ยและค่าฤชาธรรมเนียมแก่โจทก์ จำเลยต้องรับผิดชำระค่าฤชาธรรมเนียมซึ่งรวมถึงค่าธรรมเนียมในการบังคับคดีด้วยแม้ก่อนหน้าในวันที่โจทก์นำยึดทรัพย์สินของจำเลยนั้น จำเลยจะวางเงินชำระหนี้แก่โจทก์ 1,000,000 บาท ก็เป็นการชำระหนี้เพียงบางส่วนยังมีหนี้ตามคำพิพากษาอยู่อีกถึง 1,965,741.45 บาท ชอบที่โจทก์จะนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างของจำเลยเพื่อขายทอดตลาดบังคับชำระหนี้ตามคำพิพากษาในส่วนที่เหลือได้และแม้ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวจะมีราคาสูง แต่ก็เป็นทรัพย์สินที่จำเลยวางเป็นประกันการชำระหนี้ตามคำพิพากษาในชั้นทุเลาการบังคับโดยสภาพไม่สมควรแบ่งการยึดระหว่างที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเพราะอาจทำให้ทรัพย์สินเสื่อมราคา การกระทำของโจทก์หาใช่ทำให้ต้องเสียค่าฤชาธรรมเนียมในกระบวนพิจารณาใด ๆ ที่ได้ดำเนินไปโดยไม่จำเป็นซึ่งโจทก์ต้องรับผิดชำระค่าธรรมเนียมเจ้าพนักงานบังคับคดีเมื่อยึดทรัพย์สินซึ่งไม่ใช่ตัวเงินแล้วไม่มีการขายหรือจำหน่ายไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.161 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.166

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากศาลฎีกาพิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้จำเลยชำระเงิน 1,904,284.11 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ศาลชั้นต้นได้ออกคำบังคับแล้วแต่จำเลยไม่ปฏิบัติตาม โจทก์จึงขอให้ศาลออกหมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีเพื่อบังคับคดีตามคำพิพากษา วันที่ 2 พฤษภาคม 2540 จำเลยวางเงินเพื่อชำระหนี้ให้แก่โจทก์เพียงบางส่วนเป็นเงิน 1,000,000 บาท วันที่ 8พฤษภาคม 2540 โจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินโฉนดเลขที่ 16363ตำบลราษฎร์นิยม (ละหาร) อำเภอไทรน้อย (บางบัวทอง) จังหวัดนนทบุรีที่จำเลยนำมาวางประกันการชำระหนี้ในการทุเลาการบังคับชั้นฎีกาเพื่อออกขายทอดตลาด วันที่ 3 มิถุนายน 2540 และวันที่ 20 มิถุนายน 2540จำเลยนำเงินมาวางชำระหนี้ให้แก่โจทก์อีกจนครบจำนวนหนี้ เจ้าพนักงานบังคับคดีจัดทำบัญชีแสดงรายการรับจ่ายแล้วให้โจทก์รับผิดชอบค่าธรรมเนียมยึดแล้วไม่มีการขายเป็นเงิน 315,000 บาท โจทก์ยื่นคำร้องขอให้ศาลสั่งเพิกถอนคำสั่งของเจ้าพนักงานบังคับคดีดังกล่าว ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า จำเลยวางเงินชำระหนี้ก่อนโจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์สินของจำเลย แต่เงินที่วางไม่ครบจำนวนหนี้ตามคำพิพากษาโจทก์จึงย่อมมีสิทธิบังคับคดีจำเลยต่อไป ดังนั้น การที่จำเลยวางเงินภายหลังการยึดทรัพย์จนครบถ้วนจนมีการถอนการบังคับคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 295(1) จำเลยต้องรับผิดชำระค่าธรรมเนียมในการยึดทรัพย์สินซึ่งมิใช่เป็นตัวเงินแล้วไม่มีการขาย จึงให้เพิกถอนคำสั่งเจ้าพนักงานบังคับคดีที่สั่งให้โจทก์รับผิดค่าธรรมเนียมถอนการยึด จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษากลับ ให้โจทก์รับผิดชำระค่าธรรมเนียมเจ้าพนักงานบังคับคดีเมื่อยึดทรัพย์สินซึ่งมิใช่ตัวเงินแล้วไม่มีการขายหรือจำหน่าย ตามตาราง 5(3) ท้ายประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาตามฎีกาของโจทก์ว่า โจทก์มีหน้าที่ชำระค่าธรรมเนียมเจ้าพนักงานบังคับคดีเมื่อยึดทรัพย์สินซึ่งไม่ใช่ตัวเงินแล้วไม่มีการขายหรือจำหน่ายตามตาราง 5(3) ท้ายประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งหรือไม่ เห็นว่า ศาลฎีกาได้พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้จำเลยชำระเงินพร้อมดอกเบี้ยและค่าฤชาธรรมเนียมแก่โจทก์จำเลยเป็นฝ่ายแพ้คดีต้องรับผิดชำระค่าฤชาธรรมเนียม ซึ่งรวมถึงค่าธรรมเนียมในการบังคับคดีด้วยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 161 วรรคหนึ่งและวรรคสอง ในวันที่โจทก์นำยึดทรัพย์สินของจำเลยนั้น แม้ก่อนหน้านั้นจำเลยจะวางเงินชำระหนี้แก่โจทก์จำนวน 1,000,000 บาท ก็ตาม แต่ก็เป็นการชำระหนี้เพียงบางส่วน ยังมีหนี้ตามคำพิพากษาที่ปรากฏในบัญชีแสดงรายการรับจ่ายของเจ้าพนักงานบังคับคดีอยู่อีกถึง 1,965,741.45 บาทไม่ปรากฏว่าศาลชั้นต้นได้มีคำสั่งให้งดการบังคับคดีไว้เพื่อให้โอกาสจำเลยชำระหนี้ตามคำพิพากษาในส่วนที่จำเลยยังค้างชำระ จึงชอบที่โจทก์จะนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างของจำเลยเพื่อขายทอดตลาดบังคับชำระหนี้ตามคำพิพากษาในส่วนที่เหลือได้ และนับว่าเป็นความผิดของจำเลยซึ่งเป็นฝ่ายแพ้คดีที่ไม่ชำระหนี้ตามคำพิพากษาให้ครบถ้วน จำเลยจึงมีหน้าที่ชำระค่าธรรมเนียมเจ้าพนักงานบังคับคดีเมื่อยึดทรัพย์สินแล้วไม่มีการขายหรือจำหน่าย ตามที่บัญญัติไว้ในตาราง 5(3) ท้ายประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง แม้ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างที่โจทก์นำยึดดังกล่าวจะมีราคาสูง แต่ก็เป็นทรัพย์สินที่จำเลยวางเป็นประกันการชำระหนี้ตามคำพิพากษาในชั้นทุเลาการบังคับ และโดยสภาพไม่สมควรแบ่งการยึดระหว่างที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเพราะอาจทำให้ทรัพย์สินเสื่อมราคา การกระทำของโจทก์ดังกล่าวรวมตลอดทั้งการที่จำเลยวางเงินชำระหนี้อีกสองครั้งภายหลังโจทก์นำยึดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างแล้ว หาใช่เป็นกรณีที่ทำให้ต้องเสียค่าฤชาธรรมเนียมในกระบวนพิจารณาใด ๆ ที่ได้ดำเนินไปโดยไม่จำเป็นซึ่งโจทก์ต้องรับผิดชำระดังที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 166 แต่อย่างใดไม่ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาให้โจทก์รับผิดชำระค่าธรรมเนียมเจ้าพนักงานบังคับคดีเมื่อยึดทรัพย์สินซึ่งไม่ใช่ตัวเงินแล้วไม่มีการขายหรือจำหน่ายตามตาราง 5(3) ท้ายประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งนั้นศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น ไม่จำต้องวินิจฉัยปัญหาตามฎีกาของโจทก์ในข้ออื่นต่อไป" พิพากษากลับ ให้บังคับตามคำสั่งศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6395/2543 นาง ประเทือง ชุ่มกมล โจทก์ นาย วัน กาญจนอุดม จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาง ประเทือง ชุ่มกมล · จำเลย - นาย วัน กาญจนอุดม
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมชาย พงษธา · กมล เพียรพิทักษ์ · จรัส พวงมณี
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2532/2538ฎีกา 79/2501ฎีกา 1781/2509ฎีกา 3651/2526ฎีกา 748/2551ฎีกา 951/2542ฎีกา 2482/2517ฎีกา 2303/2533ฎีกา 58/2491ฎีกา 5089/2540ฎีกา 1055/2510ฎีกา 2627/2522ฎีกา 6052/2537ฎีกา 7139/2538ฎีกา 2006/2526ฎีกา 3418/2553ฎีกา 8337/2540ฎีกา 917/2501ฎีกา 6620/2550ฎีกา 1930/2526ฎีกา 2170/2517ฎีกา 2202/2514ฎีกา 533/2521ฎีกา 12104/2553
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ