⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 7799/2543

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7799/2543

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การแจ้งความเท็จต่อพนักงานสอบสวนว่ามีการกระทำความผิดอาญาเกิดขึ้น โดยที่ตนรู้ว่ามิได้มีการกระทำความผิดนั้น เป็นการกระทำที่มุ่งถึงประโยชน์ส่วนตนและก่อให้เกิดความเสียหายแก่ทางราชการ จึงเป็นพฤติการณ์ร้ายแรงที่ไม่สมควรรอการลงโทษ

ย่อคำพิพากษา

การที่จำเลยรู้ว่ามิได้มีการกระทำความผิดเกิดขึ้น แต่กลับแจ้งแก่พนักงานสอบสวนว่ามีคนร้ายสองคนร่วมกันชิงทรัพย์รถจักรยานยนต์ที่จำเลยเช่าซื้อจากผู้ให้เช่าซื้อไป เพื่อมิให้ผู้ให้เช่าซื้อยึดรถจักรยานยนต์คืนจากจำเลย เนื่องจากจำเลยค้างชำระค่าเช่าซื้อ นอกจากจะเป็นการกระทำที่มุ่งถึงประโยชน์ส่วนตนโดยไม่คำนึงถึงความเสียหายของผู้ให้เช่าซื้อแล้วยังก่อให้เกิดความเสียหายแก่ทางราชการที่ต้องสืบสวนสอบสวนหาตัวผู้กระทำความผิดตามที่จำเลยแจ้งความอีก พฤติการณ์แห่งคดีจึงเป็นเรื่องร้ายแรง ไม่สมควรรอการลงโทษจำคุก

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.56

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยแจ้งข้อความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับความผิดอาญาแก่ร้อยตำรวจโทสรรชัย บัวลาด พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรตำบลพะวอ อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ว่าเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2542 เวลากลางวัน จำเลยถูกคนร้ายสองคนร่วมกันใช้อาวุธมีดจี้ชิงทรัพย์รถจักรยานยนต์ซึ่งจำเลยเช่าซื้อมาจากบริษัทเมืองตากจำกัดโดยจำเลยรู้ว่ามิได้มีการกระทำความผิดดังกล่าวเกิดขึ้น จำเลยกระทำการดังกล่าวเพื่อมิให้บริษัทเมืองตาก จำกัด ยึดรถจักรยานยนต์คืนจากจำเลย เนื่องจากจำเลยค้างชำระค่าเช่าซื้อ เหตุเกิดที่ตำบลพะวอ อำเภอแม่สอด จังหวัดตากขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 173 จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 173 จำคุก 6 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 คงจำคุก 3 เดือน จำเลยอุทธรณ์ขอให้รอการลงโทษ ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษายืน จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่าสมควรรอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลยหรือไม่ เห็นว่า การที่จำเลยรู้ว่ามิได้มีการกระทำความผิดเกิดขึ้น แต่กลับแจ้งแก่พนักงานสอบสวนว่ามีคนร้ายสองคนร่วมกันชิงทรัพย์รถจักรยานยนต์ที่จำเลยเช่าซื้อมาจากบริษัทเมืองตาก จำกัด ไป เพื่อมิให้บริษัทดังกล่าวยึดรถจักรยานยนต์คืนจากจำเลยเนื่องจากจำเลยค้างชำระค่าเช่าซื้อนั้น นอกจากจะเป็นการกระทำที่มุ่งถึงแต่ประโยชน์ส่วนตนโดยมิได้คำนึงถึงความเสียหายของบริษัทที่ให้จำเลยเช่าซื้อรถจักรยานยนต์แล้ว ยังก่อให้เกิดความเสียหายแก่ทางราชการที่ต้องสืบสวนสอบสวนหาตัวผู้กระทำความผิดตามจำเลยแจ้งความอีกพฤติการณ์แห่งคดีจึงเป็นเรื่องร้ายแรง ที่ศาลล่างทั้งสองใช้ดุลพินิจไม่รอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลยนั้นเหมาะสมแก่พฤติการณ์แห่งรูปคดีแล้ว ไม่มีเหตุที่ศาลฎีกาจะเปลี่ยนแปลงแก้ไข เหตุต่าง ๆ ที่จำเลยอ้างมาในฎีกานั้น ไม่เพียงพอที่จะรับฟังเพื่อรอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลยได้ ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7799/2543 พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดแม่สอด โจทก์ นาย เลา แซ่เฮ่อ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดแม่สอด · จำเลย - นาย เลา แซ่เฮ่อ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)กมล เพียรพิทักษ์ · สมชาย พงษธา · รุ่งโรจน์ รื่นเริงวงศ์
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 17225/2557ฎีกา 1891/2500ฎีกา 7074/2541ฎีกา 5598/2540ฎีกา 633/2540ฎีกา 2724/2550ฎีกา 664/2520ฎีกา 3911/2568ฎีกา 412/2540ฎีกา 370/2542ฎีกา 187/2530ฎีกา 1049/2539ฎีกา 170/2539ฎีกา 6318/2534ฎีกา 1935/2541ฎีกา 4380/2542ฎีกา 4042/2547ฎีกา 5509/2549ฎีกา 3576/2536ฎีกา 1594/2523ฎีกา 4018/2542ฎีกา 2994/2540ฎีกา 5093/2548ฎีกา 9575/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ