⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 8204/2543

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8204/2543

ป.อาญา ม.90, 91, 264 ฯลฯ

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำอันกฎหมายที่แตกต่างกันหลายบทบัญญัติ แต่มีเจตนาเดียวกันและเป็นการกระทำอันเดียว อาจเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ซึ่งเป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยที่ศาลฎีกาสามารถแก้ไขให้ถูกต้องได้ แม้คู่ความมิได้ฎีกา

ย่อคำพิพากษา

การที่จำเลยปลอมและใช้ใบถอนเงินฝากปลอม กับปลอมและใช้สมุดคู่ฝากบัญชีเงินฝากปลอมถอนเงินเกินกว่าจำนวนที่จำเลยได้รับมอบฉันทะแล้วยักยอกเอาเงินส่วนที่เกินไป ก็เพื่อเจตนาจะยักยอกเงินส่วนที่เกินจากธนาคารและแสดงต่อผู้เสียหายนั่นเอง จึงเป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ซึ่งปัญหาว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมหรือเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้ไม่มีคู่ความฎีกา ศาลฎีกาแก้ไขให้ถูกต้องได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.90 ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 ประมวลกฎหมายอาญา ม.264 ประมวลกฎหมายอาญา ม.265 ประมวลกฎหมายอาญา ม.268

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายอาญา ม.90 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.264 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.265 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยปลอมใบถอนเงินฝากบัญชีออมทรัพย์ ธนาคารกรุงไทย จำกัด สาขาย่อยเกาะพงัน อันเป็นเอกสารสิทธิ ซึ่งสำนักงานสุขาภิบาลเกาะพงันผู้เสียหายมอบฉันทะให้จำเลยนำไปเบิกถอนเงิน โดยจำเลยกรอกข้อความแก้ไขเพิ่มเติมบางส่วนว่า "ขอถอนเงินฝากจำนวนหนึ่งแสนเจ็ดหมื่นแปดพันสี่ร้อยหกสิบห้าบาทถ้วน - ๑๗๘,๔๖๕ บาท" ซึ่งความจริงแล้วผู้เสียหายมอบฉันทะให้จำเลยถอนเงินเพียง ๘,๔๖๕ บาท และจำเลยใช้เอกสารดังกล่าวแสดงต่อพนักงานของธนาคารกรุงไทย จำกัด สาขาย่อยเกาะพงัน เพื่อขอเบิกเงิน ๑๗๘,๔๖๕ บาท หลังจากนั้นจำเลยปลอมสมุดคู่ฝากบัญชีเงินฝาก อันเป็นเอกสารสิทธิซึ่งธนาคารกรุงไทย จำกัด สาขาย่อยเกาะพงัน ได้มอบให้ผู้เสียหายไว้ โดยกรอกข้อความเพิ่มเติมบางส่วนในรายการบัญชี "ถอน - ๑๗๘,๔๖๕.๐๐ บาท คงเหลือ ๔๐๙,๘๘๘.๐๐ บาท" และใช้สมุดคู่ฝากบัญชีดังกล่าวแสดงต่อผู้เสียหาย แล้วจำเลยได้เบียดบังเงินจำนวน ๑๗๐,๐๐๐ บาท ของผู้เสียหายเป็นของตนโดยทุจริต ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๖๔ ,๒๖๕ , ๒๖๘ , ๓๕๒ , ๙๑ จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๖๕ , ๒๖๘ , ๓๕๒ วรรคแรก จำเลยเป็นผู้ปลอมและใช้เอกสารปลอม ลงโทษฐานใช้เอกสารปลอมตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๖๘ วรรคสอง เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ ฐานใช้ใบถอนเงินฝากปลอม จำคุก ๑ ปี ฐานใช้สมุดคู่ฝากบัญชีเงินฝากปลอม จำคุก ๑ ปี ฐานยักยอก จำคุก ๑ ปี รวมจำคุก ๓ ปี จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ กึ่งหนึ่ง คงจำคุก ๑ ปี ๖ เดือน จำเลยอุทธรณ์ขอให้ลงโทษสถานเบาหรือรอการลงโทษ ศาลอุทธรณ์ภาค ๘ พิพากษายืน จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การที่จำเลยปลอมใบถอนเงินฝากแล้วนำไปใช้แสดงต่อธนาคารเพื่อถอนเงินเกินกว่าที่ตนได้รับมอบฉันทะ แล้วยักยอกเอาเงินของผู้เสียหายส่วนที่เกินไปนั้น เป็นพฤติการณ์ที่ร้ายแรง แม้จะปรากฏว่าจำเลยชดใช้เงินให้ผู้เสียหายเต็มจำนวนที่ยักยอกไปก็ยังไม่มีเหตุสมควรที่จะรอการลงโทษให้ ที่ศาลล่างทั้งสองใช้ดุลพินิจไม่รอการลงโทษให้จำเลยนั้น เหมาะสมแก่พฤติการณ์แห่งรูปคดีแล้ว ไม่มีเหตุที่ศาลฎีกาจะเปลี่ยนแปลงแก้ไข ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น อนึ่ง การที่จำเลยปลอมและใช้ใบถอนเงินฝากปลอม กับปลอมและใช้สมุดคู่ฝากบัญชีเงินฝากปลอมก็เพื่อเจตนาที่จะยักยอกเงินจำนวน ๑๗๐,๐๐๐ บาท ของผู้เสียหายนั่นเอง จึงเป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ที่ศาลล่างทั้งสองลงโทษจำเลยมา ๓ กระทงนั้น ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ปัญหานี้เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้ไม่มีคู่ความฎีกา ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไขให้ถูกต้อง พิพากษาแก้เป็นว่า การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทและบางบทมีโทษเท่ากัน เห็นสมควรลงโทษฐานใช้เอกสารสิทธิปลอมตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๖๘ วรรคสอง ประกอบด้วยมาตรา ๒๖๕ ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๐ ให้จำคุก ๑ ปี จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ กึ่งหนึ่ง คงจำคุก ๖ เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ๘. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8204/2543 พนักงานอัยการจังหวัดสุราษฎร์ธานี โจทก์ นางสาวอัจฉรา เกื้อสกุล จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดสุราษฎร์ธานี · จำเลย - นางสาวอัจฉรา เกื้อสกุล
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิเทพ ศิริพากย์ · มงคล ทับเที่ยง · ปุญพัฒน์ อิทธิธรรมวินิจ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี - นายนวพงษ์ บุญสิทธิ์ · ศาลอุทธรณ์ภาค 8 - นางนพวรรณ อินทรัมพรรย์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4825/2553ฎีกา 788/2545ฎีกา 3889/2543ฎีกา 1447/2531ฎีกา 1955/2546ฎีกา 5246/2548ฎีกา 1093/2568ฎีกา 3146/2541ฎีกา 2365/2563ฎีกา 1603/2511ฎีกา 3637/2559ฎีกา 13379/2555ฎีกา 3120/2559ฎีกา 6575/2551ฎีกา 9026/2553ฎีกา 1392/2564ฎีกา 21848/2555ฎีกา 7570/2541ฎีกา 20504/2556ฎีกา 1089/2559ฎีกา 3345/2535ฎีกา 7722/2544ฎีกา 2165/2531ฎีกา 4180/2548
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา