⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 8793/2543

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8793/2543

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่เจ้าพนักงานที่ดินสั่งการตามมาตรา 60 แห่งประมวลกฎหมายที่ดินฯ ไม่ใช่เงื่อนไขในการฟ้องคดีต่อศาล และมิได้ห้ามมิให้ฟ้องคดีหากมิได้ดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนดไว้

ย่อคำพิพากษา

บทบัญญัติมาตรา 60 แห่งประมวลกฎหมายที่ดินฯ เป็นเพียงการกำหนดวิธีการให้เจ้าพนักงานที่ดินดำเนินการสอบสวนเปรียบเทียบและสั่งการในกรณีที่มีการโต้แย้งสิทธิกันในการขอออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์เท่านั้น แม้จะมีข้อกำหนดไว้ว่าเมื่อเจ้าพนักงานที่ดินสั่งการอย่างไรแล้ว ให้ฝ่ายที่ไม่พอใจไปดำเนินการฟ้องร้องต่อศาลภายในกำหนด 60 วัน นับแต่วันทราบคำสั่งก็ตาม แต่ข้อกำหนดดังกล่าวคงเป็นเพียงการกำหนดขั้นตอนเพื่อให้เจ้าพนักงานที่ดินปฏิบัติภายหลังจากที่ได้สั่งการไปแล้ว คือหากมีการฟ้องคดีต่อศาลก็ให้เจ้าพนักงานที่ดินรอเรื่องไว้จนกว่าศาลจะได้มีคำพิพากษาหรือคำสั่งถึงที่สุดประการใดก็ให้ดำเนินการไปตามนั้น ถ้าไม่ฟ้องภายในกำหนดก็ให้ดำเนินการไปตามที่เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสั่งหาใช่เป็นเงื่อนไขในการฟ้องคดีต่อศาลไม่ ทั้งบทบัญญัติดังกล่าวก็มิได้ห้ามมิให้ฟ้องคดีหากมิได้ดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนดไว้ดังที่บัญญัติห้ามไว้ในกฎหมายอื่นดังนั้น เมื่อโจทก์ถูกโต้แย้งสิทธิตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 55 โจทก์จึงมีอำนาจฟ้อง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายที่ดิน ม.60 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของผู้ครอบครองที่ดินมือเปล่า 1 แปลงเมื่อต้นปี 2542 ทางราชการได้ประกาศเดินสำรวจออกโฉนดที่ดิน โจทก์ได้ยื่นคำขอให้เดินสำรวจออกโฉนดที่ดินแปลงนี้ให้แก่โจทก์ ซึ่งทางราชการได้ดำเนินการตามคำขอของโจทก์จนเสร็จและเตรียมที่จะออกโฉนดที่ดินให้แก่โจทก์ แต่ปรากฏว่าจำเลยได้มีหนังสือแจ้งคณะกรรมการขอให้ระงับการออกโฉนดที่ดินให้แก่โจทก์ โดยอ้างว่าเป็นที่ดินสาธารณะประโยชน์คณะกรรมการจึงได้แจ้งต่อโจทก์ว่าต้องให้จำเลยผู้คัดค้านไปเพิกถอนคำคัดค้านเสียก่อนจึงจะพิจารณาออกโฉนดที่ดินให้แก่โจทก์ต่อไปได้ โจทก์ได้พยายามติดต่อจำเลยแล้ว แต่จำเลยเพิกเฉยไม่ยอมดำเนินการใด ๆขอให้พิพากษาว่า โจทก์เป็นเจ้าของผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินตามฟ้องห้ามจำเลยเข้าเกี่ยวข้อง และให้จำเลยไปดำเนินการเพิกถอนหนังสือคัดค้านการขอออกโฉนด หากไม่ไปให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย ศาลชั้นต้นตรวจคำฟ้องของโจทก์แล้วมีคำสั่งว่า ตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 60 หากมีผู้โต้แย้งสิทธิในการออกโฉนดที่ดินและไม่สามารถตกลงกันได้ ให้เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดหรือเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสาขาพิจารณาสั่ง และหากคู่กรณีไม่พอใจคำสั่งดังกล่าวให้ฟ้องต่อศาลภายใน60 วัน แต่ตามคำฟ้องของโจทก์มิได้บรรยายให้เห็นว่าเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดมีคำสั่งในเรื่องที่จำเลยมาคัดค้านการออกโฉนดที่ดินอย่างไร เพียงแต่บรรยายว่าคณะกรรมการสำรวจออกโฉนดระงับการออกโฉนดที่ดินของโจทก์กรณีจึงยังไม่ครบตามเงื่อนไขที่จะฟ้องคดีต่อศาล ถือได้ว่ายังไม่มีการโต้แย้งสิทธิของโจทก์ จึงมีคำสั่งไม่รับคำฟ้องของโจทก์ คืนค่าขึ้นศาลให้โจทก์ โจทก์อุทธรณ์ เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกาโดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 223 ทวิ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "บทบัญญัติในมาตรา 60 แห่งประมวลกฎหมายที่ดินเป็นเพียงการกำหนดวิธีการให้เจ้าพนักงานที่ดินดำเนินการสอบสวนเปรียบเทียบและสั่งการในกรณีที่มีการโต้แย้งสิทธิกันในการขอออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์เท่านั้น แม้จะมีข้อกำหนดไว้ว่าเมื่อเจ้าพนักงานที่ดินสั่งการอย่างไรแล้วให้ฝ่ายที่ไม่พอใจไปดำเนินการฟ้องร้องต่อศาลภายในกำหนด 60 วัน นับแต่วันทราบคำสั่งก็ตาม แต่ข้อกำหนดดังกล่าวคงเป็นเพียงการกำหนดขั้นตอนเพื่อให้เจ้าพนักงานที่ดินปฏิบัติภายหลังจากที่ได้สั่งการไปแล้ว คือหากมีการฟ้องคดีต่อศาลก็ให้เจ้าพนักงานที่ดินรอเรื่องไว้จนกว่าศาลจะได้มีคำพิพากษาหรือคำสั่งถึงที่สุดประการใดก็ให้ดำเนินการไปตามนั้น ถ้าไม่ฟ้องภายในกำหนดก็ให้ดำเนินการไปตามที่เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดหรือเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสาขาสั่งแล้วแต่กรณี หาใช่เป็นเงื่อนไขในการฟ้องคดีต่อศาลไม่ ทั้งบทบัญญัติดังกล่าวก็มิได้ห้ามมิให้ฟ้องคดีหากมิได้ดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนดไว้ดังที่บัญญัติห้ามไว้ในกฎหมายอื่น ดังนั้น เมื่อโจทก์ถูกโต้แย้งสิทธิตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 55 โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับคำฟ้องของโจทก์นั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของโจทก์ฟังขึ้น" พิพากษากลับ ให้ศาลชั้นต้นรับคำฟ้องโจทก์ไว้พิจารณาต่อไป ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8793/2543 นายปรก อัมระนันท์ โจทก์ นายบรรพต ทองเพน หรือทองแพน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายปรก อัมระนันท์ · จำเลย - นายบรรพต ทองเพน หรือทองแพน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ผล อนุวัตรนิติการ · พิชิต คำแฝง · โนรี จันทร์ทร
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1073/2508ฎีกา 1249/2526ฎีกา 1490/2535ฎีกา 1854/2493ฎีกา 2620/2517ฎีกา 2893/2531ฎีกา 5360/2546ฎีกา 5693/2549ฎีกา 673/2526ฎีกา 1812/2506ฎีกา 1281-1283/2493ฎีกา 704/2522ฎีกา 1029/2519ฎีกา 1565/2543ฎีกา 2618/2526ฎีกา 1218/2534ฎีกา 5280/2544ฎีกา 73-74/2506ฎีกา 2765/2548ฎีกา 2368/2523ฎีกา 1025/2487ฎีกา 1971/2494ฎีกา 789/2515ฎีกา 513/2546
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ