⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 8910/2543

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8910/2543

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
จำเลยมีสิทธิยื่นคำให้การและบัญชีระบุพยานพร้อมทั้งสืบพยานและอ้างส่งเอกสารในวันที่ศาลนัดให้มาศาลเพื่อการแก้ข้อหาและสืบพยานในวันเดียวกันได้ แม้จะไม่อาจส่งสำเนาเอกสารตามที่กฎหมายกำหนดไว้ก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

บทบัญญัติว่าด้วยการพิจารณาคดีมโนสาเร่ให้สิทธิจำเลยยื่นคำให้การในวันที่มาศาลตามหมายเรียกของศาลหรือในวันอื่นต่อมาตามแต่ศาลจะเห็นสมควรก็ได้ โดยต้องมิให้เป็นการเสียหายแก่การต่อสู้คดีของจำเลย เมื่อตามหมายเรียกของศาลชั้นต้นกำหนดให้จำเลยมาศาลเพื่อให้การแก้ข้อหา และนัดสืบพยานในวันเดียวกันจำเลยจึงมีสิทธิยื่นคำให้การและยื่นบัญชีระบุพยานและสืบพยานจำเลยพร้อมทั้งอ้างส่งเอกสารหมาย ล.1 ถึง ล.3 ในวันดังกล่าวได้จำเลยไม่อาจส่งสำเนาเอกสารตามที่กำหนดไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 90 ได้ การที่ศาลล่างทั้งสองรับฟังเอกสารหมาย ล.1 ถึง ล.3 จึงชอบแล้ว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.90 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.193

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกู้เงินโจทก์ 100,000 บาท กำหนดชำระคืนพร้อมดอกเบี้ยภายในวันที่ 30 ธันวาคม 2533 จำเลยรับเงินจากโจทก์ไปในวันทำสัญญา หลังจากนั้นจำเลยผิดนัดไม่ชำระหนี้แก่โจทก์ขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 171,690 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 100,000 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การว่า จำเลยทำสัญญากู้เงินให้โจทก์ไว้เป็นประกันการจ่ายเงินตามพันธบัตรที่จำเลยโอนกรรมสิทธิ์ให้แก่โจทก์ และโจทก์ได้รับเงินตามพันธบัตรไปครบถ้วนแล้ว สัญญากู้เงินจึงไม่มีผลผูกพันจำเลย ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้น พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษากลับ ให้จำเลยชำระเงิน 171,690 บาทแก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 100,000 บาทนับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองว่ามีเหตุสมควรที่จะฎีกาในข้อเท็จจริงได้ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยได้ทำหนังสือสัญญากู้เงินเอกสารหมาย จ.1 ให้โจทก์ยึดถือไว้ ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยมีว่าสัญญากู้เงินเอกสารหมาย จ.1มีส่วนเกี่ยวข้องกับพันธบัตรที่จำเลยโอนให้โจทก์หรือไม่ ข้อต่อสู้ของจำเลยมีน้ำหนักน่าเชื่อว่าเอกสารหนังสือสัญญากู้เงินหมาย จ.1น่าจะทำขึ้นเพื่อประกันว่าโจทก์จะได้รับเงินไถ่ถอนตามพันธบัตรรัฐบาลที่จำเลยโอนชำระหนี้เงินกู้เดิม เมื่อโจทก์ได้รับเงินค่าไถ่ถอนตามพันธบัตรรัฐบาลที่รับโอนไปจากจำเลยแล้ว จำเลยจึงไม่มีภาระจะต้องชำระเงินตามเอกสารหมาย จ.1 อีก ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3พิพากษาให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์ ศาลฎีกาไม่เห็นด้วย ฎีกาของจำเลยฟังขึ้น ส่วนการรับฟังเอกสารหมาย ล.1 ถึง ล.3 ที่โจทก์แก้ฎีกาว่าจำเลยมิได้ส่งสำเนาให้โจทก์ก่อนวันสืบพยานตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 90 นั้น เห็นว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นได้สั่งให้ดำเนินกระบวนพิจารณาคดีนี้อย่างคดีมโนสาเร่ ซึ่งการพิจารณาคดีมโนสาเร่มีบทบัญญัติในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 193 ที่ให้สิทธิจำเลยยื่นคำให้การในวันที่มาศาลตามหมายเรียกของศาลหรือในวันอื่นต่อมาตามแต่ศาลจะเห็นสมควรก็ได้ โดยต้องมิให้เป็นการเสียหายแก่การต่อสู้คดีของจำเลย เมื่อคดีนี้ตามหมายเรียกของศาลชั้นต้นกำหนดให้จำเลยมาศาลเพื่อให้การแก้ข้อหาในวันที่ 8เมษายน 2542 และนัดสืบพยานในวันดังกล่าวด้วย จำเลยจึงมีสิทธิยื่นคำให้การและยื่นบัญชีระบุพยานในวันสืบพยานได้ ซึ่งจำเลยได้ยื่นคำให้การและสืบพยานจำเลยพร้อมทั้งอ้างส่งเอกสารหมาย ล.1ถึง ล.3 ในวันดังกล่าวจำเลยจึงไม่อาจส่งสำเนาเอกสารหมาย ล.1 ถึงล.3 ตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 90 ได้ การจะนำประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 90 เรื่องการกำหนดเวลายื่นสำเนาเอกสารก่อนวันสืบพยานมาใช้บังคับแก่คดีมโนสาเร่ จะต้องนำมาใช้ให้เหมาะสมแก่สภาพของการดำเนินกระบวนพิจารณาคดีมโนสาเร่แต่ละคดีด้วย และศาลชั้นต้นได้สั่งรับบัญชีระบุพยานและสั่งรับเอกสารหมาย ล.1 ถึง ล.3ในวันเดียวกับที่ศาลชั้นต้นนัดให้จำเลยมาศาลในวันแรกประกอบกับการสืบพยานในคดีมโนสาเร่มีลักษณะของการค้นหาความจริงในลักษณะเดียวกับการไต่สวนมากกว่าการรับฟังข้อเท็จจริงจากคู่ความอย่างคดีสามัญทั่วไป และอีกประการหนึ่งเอกสารหมาย ล.1 ถึง ล.3 อยู่ในความครอบครองของส่วนราชการซึ่งเป็นบุคคลภายนอก และโจทก์มีส่วนเกี่ยวข้องด้วยก่อนฟ้องคดีนี้ การที่ศาลล่างทั้งสองรับฟังเอกสารหมาย ล.1 ถึง ล.3จึงเป็นการชอบและไม่เสียความยุติธรรมแต่ประการใด" พิพากษากลับให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8910/2543 นายสาโรช การอุปฏิ โจทก์ พันตรีถนอม อัจฉริยพล จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสาโรช การอุปฏิ · จำเลย - พันตรีถนอม อัจฉริยพล
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิชัย ชื่นชมพูนุท · สุรศักดิ์ กาญจนวิทย์ · พีรพล จันทร์สว่าง
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 45/2495ฎีกา 219/2538ฎีกา 686/2546ฎีกา 1913/2520ฎีกา 3041/2522ฎีกา 7812/2547ฎีกา 1197/2530ฎีกา 2732/2534ฎีกา 2500/2548ฎีกา 4052/2567ฎีกา 899/2487ฎีกา 149/2526ฎีกา 269/2520ฎีกา 4537/2536ฎีกา 254/2520ฎีกา 3055/2526ฎีกา 3493/2535ฎีกา 7937/2538ฎีกา 8108/2542ฎีกา 8358/2538ฎีกา 5098/2550ฎีกา 2295/2543ฎีกา 6880/2538ฎีกา 623/2506
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ