คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1641/2544
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อโจทก์ได้ขอยกเลิกการรังวัดที่ดินของตนเองแล้ว โดยให้เหตุผลว่าสามารถตกลงแนวเขตกับจำเลยได้แล้ว ข้อโต้แย้งสิทธิของโจทก์ย่อมหมดไป โจทก์จึงนำคดีมาฟ้องจำเลยไม่ได้
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ฟ้องคดีโดยกล่าวอ้างว่า โจทก์ยื่นคำขอรังวัดสอบเขตที่ดินของโจทก์ จำเลยซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินข้างเคียงได้คัดค้านและขัดขวางการรังวัด แต่เมื่อกลับได้ความว่าโจทก์ได้ขอยกเลิกการรังวัดที่ดินของโจทก์แล้ว โดยให้เหตุผลในบันทึกถ้อยคำของเจ้าพนักงานที่ดินว่า โจทก์กับจำเลยสามารถตกลงแนวเขตกันได้แล้วโดยไม่ติดใจสงสัยค้านแนวเขตด้านที่ติดกัน ดังนั้นข้อโต้แย้งสิทธิของโจทก์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 55 ย่อมหมดไป โจทก์จึงนำคดีมาฟ้องจำเลยไม่ได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ 3486เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2536 โจทก์ยื่นคำขอรังวัดสอบเขตที่ดินต่อเจ้าพนักงานที่ดิน เจ้าพนักงานที่ดินไปทำการรังวัด จำเลยทั้งสี่เป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ 470 ซึ่งอยู่ติดกับที่ดินโจทก์ด้านทิศใต้ คัดค้านและขัดขวางการรังวัดโดยไม่ยอมนำชี้และรับรองแนวเขตที่ดิน ขอให้บังคับห้ามมิให้จำเลยทั้งสี่คัดค้านหรือขัดขวางการรังวัดสอบเขตที่ดินโฉนดเลขที่ 3486 ของโจทก์ให้จำเลยทั้งสี่รับรองเขตที่ดินในการรังวัดให้โจทก์ ถ้าจำเลยทั้งสี่ไม่ยินยอมให้ถือเอาตามคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยทั้งสี่
จำเลยทั้งสี่ให้การว่า จำเลยไม่เคยคัดค้านการรังวัดการรับรองแนวเขตที่ดินไม่ใช่เป็นหน้าที่ของจำเลย โจทก์ไม่มีสิทธิบังคับให้รับรองแนวเขตที่ดิน โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงที่โจทก์จำเลยทั้งสี่ไม่โต้เถียงกันรับฟังเป็นยุติว่า โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 3486ส่วนจำเลยทั้งสี่เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 470 ตามสำเนาโฉนดที่ดินเอกสารหมาย จ.1 และ ล.1 ที่ดินทั้ง 2 แปลง ตั้งอยู่ที่ตำบลท่าพลับ อำเภอสนามจันทร์ (บ้านโพธิ์) จังหวัดฉะเชิงเทราที่ดินของจำเลยทั้งสี่ติดกับที่ดินของโจทก์ทางด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้ โจทก์โดยนายอ่วน เจริญผล ผู้อนุบาล ยื่นคำขอรังวัดสอบเขตที่ดินของโจทก์ต่อเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดฉะเชิงเทราเจ้าพนักงานที่ดินไปทำการรังวัด 2 ครั้ง คือวันที่ 29 พฤศจิกายน2536 และวันที่ 31 มกราคม 2537 แต่ฝ่ายโจทก์และจำเลยทั้งสี่ไม่สามารถตกลงแนวเขตที่ดินกันได้ จึงเลื่อนการรังวัดไปรายละเอียดตามบันทึกถ้อยคำเอกสารหมาย จ.4 และ จ.5 ตามลำดับ ต่อมาวันที่ 1 มิถุนายน 2537 อันเป็นวันกำหนดทำการรังวัด โจทก์ขอยกเลิกการรังวัดรายละเอียดตามบันทึกถ้อยคำเอกสารหมายจ.7 ศาลฎีกาเห็นว่า การที่โจทก์ฟ้องคดีนี้ก็โดยกล่าวอ้างว่า โจทก์ยื่นคำขอรังวัดสอบเขตที่ดินของโจทก์ จำเลยทั้งสี่ซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินข้างเคียงได้คัดค้านและขัดขวางการรังวัดที่ดินของโจทก์แต่เมื่อข้อเท็จจริงกลับได้ความจากโจทก์เองว่าโจทก์ได้ขอยกเลิกการรังวัดที่ดินของโจทก์เสียแล้ว โดยให้เหตุผลในบันทึกถ้อยคำว่าโจทก์กับจำเลยทั้งสี่สามารถตกลงแนวเขตกันได้แล้วโดยไม่ติดใจสงสัยค้านแนวเขตด้านที่ติดกันแต่อย่างใด ดังนั้น ข้อโต้แย้งสิทธิของโจทก์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 55ย่อมหมดไป โจทก์จะนำคดีมาฟ้องจำเลยทั้งสี่หาได้ไม่ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1พิพากษายกฟ้องโจทก์ ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล"
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1641/2544
นาง เตือน เจริญผล โดยนาย อ่วน เจริญผล ผู้อนุบาล โจทก์
นางสาว ศิริวรรณ ฮะสุนทร กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นาง เตือน เจริญผล โดยนาย อ่วน เจริญผล ผู้อนุบาล · จำเลย - นางสาว ศิริวรรณ ฮะสุนทร กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สุเมธ ตังคจิวางกูร · ปราโมทย์ ชพานนท์ · ชวลิต ยอดเณร |
| แหล่งที่มา | เนติบัณฑิตยสภา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา