คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1958/2544
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การสละมรดกต้องเป็นการสละโดยเด็ดขาด ไม่เจาะจงว่าจะให้ตกแก่บุคคลใด หากมีเจตนาจะยกให้แก่บุคคลใดเป็นการเฉพาะ ถือว่าไม่ใช่การสละมรดก.
ย่อคำพิพากษา
การสละมรดก หมายถึงการสละส่วนของตนโดยไม่เจาะจงว่าจะให้มรดกที่สละนั้นตกได้แก่บุคคลอื่นใด เพราะมิเช่นนั้นแล้วบทบัญญัติแห่งมาตรา 1615 วรรคสอง จะไม่มีผลบังคับ ดังนั้น หนังสือตามที่ผู้ร้องและผู้คัดค้าน ทำขึ้นโดยมีเจตนาจะไม่รับทรัพย์มรดกของผู้ตาย โดยจะยกให้เด็กหญิง ด. แต่ผู้เดียว แต่ผู้ร้องและผู้คัดค้านยังประสงค์จะเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายอยู่ จึงมิใช่เป็นการสละมรดก ผู้ร้องซึ่งเป็นมารดาของผู้ตายจึงมีสิทธิยื่นคำร้องขอเป็น ผู้จัดการมรดกของผู้ตายได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ผู้ร้องยื่นคำร้องขอว่า ผู้ร้องเป็นมารดาของนางระเบียบ สินหนัง ผู้ตาย เมื่อวันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๙ ผู้ตาย ถึงแก่ความตายด้วยสาเหตุระบบไหลเวียนโลหิตล้มเหลว ผู้ตายมีทุนทรัพย์มรดกเป็นที่ดิน ๕ แปลง ซึ่งเป็นสินส่วนตัวและเงินฝากในธนาคาร การจัดการมรดกมีเหตุขัดข้อง ผู้ร้องมิได้เป็นบุคคลต้องห้ามตามกฎหมายที่จะเป็นผู้จัดการมรดก ขอให้มีคำสั่งตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของนางระเบียบ สินหนัง ผู้ตาย
ผู้คัดค้านยื่นคำร้องคัดค้านว่า ผู้คัดค้านเป็นสามีผู้ตาย ผู้ร้องไม่เหมาะสมที่จะเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย เนื่องจากผู้ร้องยักยอกทรัพย์มรดกเครื่องประดับ เครื่องเพชร และทองรูปพรรณของผู้ตาย และเบิกความเท็จต่อศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง ขอให้ยกคำร้องขอ และตั้งผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย
ศาลชั้นต้น มีคำสั่งตั้งนางนวม เม้ยชม ผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของนางระเบียบ สินหนัง ผู้ตาย โดยให้มีสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมาย ยกคำร้องคัดค้านของผู้คัดค้าน
ผู้คัดค้านอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
ผู้คัดค้านฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การสละมรดกหมายถึงการสละส่วนของตนโดยไม่เจาะจงว่าจะให้มรดกที่สละนั้นตกได้แก่บุคคลอื่นใด เพราะมิเช่นนั้นแล้วบทบัญญัติแห่ง ป.พ.พ. มาตรา ๑๖๑๕ วรรคสอง จะไม่มีผลบังคับ ดังนั้น สำเนาหนังสือตามเอกสารหมาย ค.๑ ที่ผู้ร้องและผู้คัดค้านทำขึ้นโดยมีเจตนาจะไม่รับทรัพย์มรดกของผู้ตาย โดยจะยกให้ เด็กหญิงดาวบรรจง สินหนัง แต่ผู้เดียว แต่ผู้ร้องและผู้คัดค้านยังประสงค์จะเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายอยู่ จึงมิใช่เป็นการสละมรดกดังที่ผู้คัดค้านฎีกา ผู้ร้องซึ่งเป็นมารดาของผู้ตายจึงมีสิทธิยื่นคำร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายได้แล้ววินิจฉัยต่อไปว่า ผู้คัดค้านไม่สมควรเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย ส่วนผู้ร้องเป็นมารดาของผู้ตายประกอบอาชีพโดยสุจริตไม่เป็นบุคคลต้องห้ามมิให้เป็นผู้จัดการมรดกแต่ประการใด ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยที่ศาลล่างทั้งสองตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย
พิพากษายืน .
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1958/2544
นางนวม เม้ยชม ผู้ร้อง
นายดีปรี สินหนัง ผู้คัดค้าน
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | ผู้ร้อง - นางนวม เม้ยชม · ผู้คัดค้าน - นายดีปรี สินหนัง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สบโชค สุขารมณ์ · ชูชาติ ศรีแสง · ธีระวัฒน์ ภัทรานวัช |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดนนทบุรี - นางสาวฉวีวรรณ แม้นโชติ · ศาลอุทธรณ์ภาค 2 - นายสมบัติ อรรถพิมล |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา