คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 210/2544
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ที่อ่านโดยศาลชั้นต้นภายหลังวันที่ 4 พฤษภาคม 2542 เป็นที่สุด ต้องห้ามมิให้ฎีกา
ย่อคำพิพากษา
ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เกี่ยวกับคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งงดการบังคับคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 293 เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2543 อันเป็นเวลาภายหลังจากบทบัญญัติมาตรา 293 วรรคสาม ซึ่งได้แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ 18) พ.ศ. 2542 มีผลบังคับใช้แล้ว (มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 4 พฤษภาคม 2542) คำพิพากษาศาลอุทธรณ์จึงเป็นที่สุด ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 293 วรรคสาม ประกอบมาตรา 223 และมาตรา 247
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาขับไล่จำเลยและให้ชำระค่าเสียหายเดือนละ 6,000 บาท จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระค่าเสียหายเดือนละ 2,000 บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น คดีถึงที่สุด
จำเลยยื่นคำร้องขอให้งดการบังคับคดี เพราะจำเลยได้เป็นโจทก์ฟ้องโจทก์ในคดีนี้เป็นจำเลยในคดีขอให้เพิกถอนนิติกรรมการซื้อขายระหว่างเจ้าของที่ดินเดิมกับโจทก์ ซึ่งหากศาลพิพากษาให้จำเลยชนะคดีจำเลยก็ไม่ต้องออกไปจากที่ดินพิพาท
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีนี้จำเลยยื่นคำร้องอ้างว่าจำเลยได้ฟ้องโจทก์เป็นจำเลยในคดีขอให้เพิกถอนนิติกรรมการซื้อขายที่ดินพิพาทระหว่างโจทก์กับเจ้าของเดิมซึ่งหากศาลพิพากษาให้เพิกถอนการซื้อขายดังกล่าว จำเลยก็ไม่ต้องออกจากที่ดินพิพาทตามคำพิพากษาของศาลในคดีนี้ คำร้องของจำเลยจึงเป็นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งงดการบังคับคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 293 ซึ่งได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ 18) พ.ศ. 2542มาตรา 11 ให้เพิ่มความเป็นวรรคสามของมาตรา 293 ว่า "คำสั่งของศาลตามมาตรานี้ให้เป็นที่สุด" การแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งดังกล่าวมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 4 พฤษภาคม 2542 ข้อเท็จจริงปรากฏว่าศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เกี่ยวกับคำร้องของจำเลยดังกล่าวเมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2543 อันเป็นเวลาภายหลังจากบทบัญญัติมาตรา 293วรรคสาม ซึ่งได้แก้ไขเพิ่มเติมมีผลบังคับใช้แล้ว คำพิพากษาศาลอุทธรณ์จึงเป็นที่สุด ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 293 วรรคสาม ประกอบมาตรา 223 และมาตรา 247 จำเลยไม่มีสิทธิฎีกาคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์อีกต่อไป ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาของจำเลยมาจึงไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่วินิจฉัยให้"
พิพากษายกฎีกาของจำเลย ให้คืนค่าธรรมเนียมศาลในชั้นฎีกาทั้งหมดแก่จำเลย ค่าทนายความชั้นฎีกาให้เป็นพับ
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 210/2544
นาง เพ็ญศรี ตรีถาวร โจทก์
นาง มะลิ ชมภูหรือสุขเอี่ยม จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นาง เพ็ญศรี ตรีถาวร · จำเลย - นาง มะลิ ชมภูหรือสุขเอี่ยม |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | วิชัย วิวิตเสวี · เรืองฤทธิ์ ศรีวรรธนะ · พลประสิทธิ์ ฤทธิ์รักษา |
| แหล่งที่มา | สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ