คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2795/2544
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การดำเนินคดีแทนคู่ความโดยทนายความที่ไม่มีอำนาจถือเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาที่มิชอบด้วยกฎหมาย
ย่อคำพิพากษา
คำฟ้องฎีกาและคำร้องขอให้ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาหรือลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 6 รับรองฎีกาของจำเลยที่นาย พ. ทนายความเป็นผู้ฎีกาและผู้ยื่นคำร้องแทนจำเลย ทนายความดังกล่าวจะต้องมีอำนาจในการฎีกาด้วย เมื่อจำเลยมิได้แต่งให้นาย พ. เป็นทนายความในชั้นฎีกา จึงเป็นการดำเนินคดีแทนจำเลยโดยไม่มีอำนาจ แม้ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาในศาลชั้นต้นจะมีคำสั่งอนุญาตให้ฎีกาและมีคำสั่งรับฎีกาของจำเลยมา ก็เป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔, ๗, ๘, ๑๕, ๖๖ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๕ วรรคหนึ่ง, ๖๖ วรรคหนึ่ง รวม ๒ กระทง เรียงกระทงลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ ฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำคุก ๕ ปี ฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน จำคุก ๕ ปี รวมจำคุก ๑๐ ปี
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค ๖ พิพากษายืน
จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง
ศาลฎีกาพิจารณาแล้ว วินิจฉัยว่า คำฟ้องฎีกาและคำร้องขอให้ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาหรือลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค ๖ รับรองฎีกาของจำเลยในคดีนี้ ลงวันที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๔๓ นั้น นายพิทูร ทวีการไถ ทนายความเป็นผู้ฎีกาและผู้ยื่นคำร้องแทนจำเลย แม้ข้อเท็จจริงปรากฏว่าจำเลยได้แต่งนายพิทูรเป็นทนายความของตน มีอำนาจดำเนินคดีในศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์และศาลฎีกาแทนจำเลยได้ ตามใบแต่งทนายความลงวันที่ ๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๑ แต่ปรากฏว่าในระหว่างอุทธรณ์จำเลยได้ยื่นคำร้องขอถอนนายพิทูรออกจากการเป็นทนายความของจำเลย และแต่งนายฤทธิชัย ปัญญวานิช เป็นทนายความของจำเลยแทน โดยได้ยื่นใบแต่งทนายความแต่งให้นายฤทธิชัยเป็นทนายความของจำเลยให้มีอำนาจอุทธรณ์ ฎีกาหรือขอพิจารณาคดีใหม่ ปรากฏตามคำร้องและใบแต่งทนายความลงวันที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๔๒ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้วันเดียวกัน นายพิทูรจึงพ้นจากการเป็นทนายความของจำเลยนับตั้งแต่วันที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่ง นายพิทูรไม่มีอำนาจดำเนินคดีนี้แทนจำเลยอีกต่อไป การที่นายพิทูรยื่นฎีกาและยื่นคำร้องขอให้ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาหรือลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นหรือศาลอุทธรณ์ภาค ๖ รับรองฎีกาว่ามีเหตุอันควรฎีกาได้แทนจำเลย โดยจำเลยมิได้แต่งให้นายพิทูรเป็นทนายความของจำเลยในชั้นฎีกาขึ้นใหม่ จึงเป็นการดำเนินคดีแทนจำเลยโดยไม่มีอำนาจ แม้ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาคดีนี้ในศาลชั้นต้นจะมีคำสั่งอนุญาตให้ฎีกา และมีคำสั่งรับฎีกาของจำเลยมา ก็เป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย
พิพากษายกฎีกาของจำเลย.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2795/2544
พนักงานอัยการจังหวัดพิษณุโลก โจทก์
นายจือ แซ่ลี จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดพิษณุโลก · จำเลย - นายจือ แซ่ลี |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สุวัฒน์ วรรธนะหทัย · มงคล คุปต์กาญจนากุล · ธีรศักดิ์ เตียวัฒนานนท์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดพิษณุโลก - นายคมสัน รักขิตกูล · ศาลอุทธรณ์ภาค 6 - นายอดิศักดิ์ ปัตรวลี |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา