⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 696/2544

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 696/2544

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่คู่สัญญาฝ่ายหนึ่งได้กระทำการอันเป็นการขัดต่อข้อตกลงโดยปริยายอันเป็นสาระสำคัญในการทำสัญญา ย่อมทำให้คู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งไม่ต้องรับผิดในการไม่ปฏิบัติตามสัญญา

ย่อคำพิพากษา

ก่อนที่มีการประกาศใช้นโยบายนำเข้าทองคำโดยเสรี การนำทองคำเข้ามาจำหน่ายในราชอาณาจักรต้องอยู่ภายใต้การควบคุมของกระทรวงการคลังโจทก์ ด้วยการทำสัญญากำหนดปริมาณการนำเข้าภายในระยะเวลาที่กำหนดโดยจะไม่มีผู้อื่นนำทองคำเข้ามาแข่งขัน เมื่อโจทก์ทำสัญญากำหนดให้จำเลยนำทองคำเข้ามาจำหน่ายจำนวน 4,500 กิโลกรัม ภายในวันที่ 15 ตุลาคม 2534 ย่อมเป็นที่เข้าใจว่า ภายในวันดังกล่าวโจทก์จะไม่ประกาศใช้นโยบายนำทองคำเข้ามาโดยเสรีเพื่อให้จำเลยนำเข้าและจำหน่ายทองคำได้ในปริมาณที่กำหนด ความเข้าใจเช่นนี้แม้ไม่ได้ระบุในสัญญา แต่ก็ถือได้ว่าเป็นข้อตกลงโดยปริยาย ฉะนั้นการที่โจทก์จะไม่ประกาศใช้นโยบายนำทองคำเข้ามาโดยเสรีก่อนวันที่ 15 ตุลาคม 2534 จึงเป็นสาระสำคัญในการทำสัญญาระหว่างโจทก์กับจำเลย เมื่อโจทก์ประกาศใช้นโยบายนำทองคำเข้ามาโดยเสรีในวันที่ 7 พฤษภาคม 2534 ทำให้ผู้อื่นสามารถนำทองคำเข้ามาได้อย่างเสรี เป็นเหตุให้จำเลยนำทองคำเข้ามาขายได้น้อยกว่าปริมาณที่กำหนด จะถือว่าจำเลยผิดสัญญาและต้องชำระค่าปรับให้โจทก์หาได้ไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.177 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.213 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.366 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.369

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยใช้เงินจำนวน 8,843,447 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 8,572,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 4,048,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับตั้งแต่วันที่ 8 เมษายน 2535 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้วมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยผิดสัญญาหรือไม่ ก่อนเกิดเหตุคดีนี้ รัฐบาลมีนโยบายควบคุมการนำเข้าและส่งออกทองคำโดยการประมูลว่าผู้ใดให้ผลประโยชน์ตอบแทนแก่รัฐบาลมากที่สุดก็จะได้รับอนุญาตให้เป็นผู้นำเข้าทองคำ ต่อมามีปัญหาในเรื่องคุณภาพของทองคำและมีการนำทองคำเถื่อนเข้ามาในประเทศ โจทก์จึงมีนโยบายที่จะผ่อนคลายโดยให้จำเลยซึ่งเป็นตัวแทนของสมาคมเพชรพลอยเงินทอง บริษัท อ. และบริษัท ก. ซึ่งเป็นตัวแทนของสมาคมผู้ค้าทองคำเป็นผู้นำเข้าโดยอยู่ในความควบคุมของโจทก์ ต่อมารัฐบาลมีนโยบายที่จะให้มีการนำเข้าทองคำโดยเสรี โดยจะเริ่มใช้นโยบายดังกล่าวในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2534 ซึ่งเป็นวันที่สัญญาการนำเข้าทองคำแท่งของจำเลยและบริษัท อ. กับบริษัท ก. สิ้นสุดลง แต่โจทก์ไม่สามารถดำเนินการได้ทัน จึงได้ขยายระยะเวลาประกาศใช้นโยบายนำเข้าทองคำโดยเสรีออกไป โดยตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะนำมาใช้หลังวันที่ 15 ตุลาคม 2534 และทำสัญญากับจำเลยและบริษัท อ. กับบริษัท ก. โดยให้บริษัททั้งสามดังกล่าวเป็นผู้นำเข้าทองคำแท่งต่อไปจนถึงวันที่ 15 ตุลาคม 2534 ต่อมาวันที่ 17 พฤษภาคม 2534 โจทก์ประกาศใช้นโยบายการนำเข้าทองคำโดยเสรี จำเลยจึงมีหนังสือถึงโจทก์ขอขยายระยะเวลาการนำเข้าทองคำแท่งออกไปอีก และขอลดปริมาณการนำเข้าจากจำนวน 4,500 กิโลกรัม เหลือเพียงจำนวน 3,200 กิโลกรัม จำเลยขอให้โจทก์พิจารณาทบทวนการขยายระยะเวลานำเข้าทองคำแท่ง สำนักงานเศรษฐกิจการคลังได้มีบันทึกเสนอโจทก์ถึงแนวทางที่จะผ่อนคลายแก่จำเลยโดยมีความเห็นว่า การที่จำเลยนำเข้าไม่ครบนั้นอาจมีสาเหตุเนื่องมาจากทางการได้ปรับปรุงนโยบายการนำเข้าและส่งออกทองคำโดยเสรี จากข้อเท็จจริงดังกล่าวศาลฎีกาเห็นว่า ก่อนที่มีการประกาศใช้นโยบายนำเข้าทองคำโดยเสรี จำเลยและบริษัท อ. กับบริษัท ก. เท่านั้นที่สามารถนำทองคำเข้ามาจำหน่ายในราชอาณาจักรได้ภายใต้การควบคุมของโจทก์ด้วยการกำหนดปริมาณการนำเข้าทองคำภายในระยะเวลาที่กำหนดโดยไม่มีผู้อื่นนำทองคำเข้ามาแข่งขัน และเมื่อโจทก์ไม่สามารถแก้ไขกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการอนุญาตให้มีการนำทองคำเข้ามาในราชอาณาจักรโดยเสรีได้ทันภายในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2534 จึงได้ต่อสัญญาให้จำเลยและบริษัท อ. กับบริษัท ก. อีก การที่โจทก์ต่อสัญญาให้จำเลย และบริษัท อ. กับบริษัท ก. นำทองคำแท่งเข้ามาในราชอาณาจักรนี้ คู่สัญญาจะต้องกำหนดปริมาณและระยะเวลาที่เหมาะสมโดยคำนึงถึงสถานการณ์ในขณะที่ทำสัญญาว่าไม่มีผู้อื่นสามารถนำทองคำแท่งเข้ามาแข่งขัน ดังนั้น เมื่อโจทก์ทำสัญญากำหนดให้จำเลยนำทองคำแท่งเข้ามาจำหน่ายจำนวน 4,500 กิโลกรัม ภายในวันที่ 15 ตุลาคม 2534 แล้ว ย่อมเป็นที่เข้าใจว่าภายในวันที่ 15 ตุลาคม 2534 โจทก์จะยังไม่ประกาศใช้นโยบายนำทองคำเข้ามาในราชอาณาจักรโดยเสรีเพื่อให้จำเลยนำเข้าและจำหน่ายทองคำแท่งได้ในปริมาณที่กำหนด ความเข้าใจเช่นนี้แม้ไม่ได้ระบุในสัญญาแต่ก็ถือได้ว่าเป็นข้อตกลงโดยปริยาย ฉะนั้นการที่โจทก์จะไม่ประกาศใช้นโยบายนำทองคำเข้ามาในราชอาณาจักรโดยเสรีก่อนวันที่ 15 ตุลาคม 2534 จึงเป็นสาระสำคัญในการทำสัญญาการนำทองคำแท่งเข้ามาในราชอาณาจักรระหว่างโจทก์กับจำเลย เมื่อโจทก์ประกาศใช้นโยบายนำทองคำเข้ามาในราชอาณาจักรในวันที่ 7 พฤษภาคม 2534 เป็นเหตุให้ผู้อื่นสามารถนำทองคำเข้ามาในราชอาณาจักรได้อย่างเสรีนับเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้จำเลยต้องนำทองคำแท่งเข้ามาขายได้น้อยกว่าปริมาณที่กำหนด ดังนั้นจึงจะถือว่าจำเลยผิดสัญญาหาได้ไม่ พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 696/2544 กระทรวงการคลัง โจทก์ บริษัทพัฒนชาติ จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - กระทรวงการคลัง · จำเลย - บริษัทพัฒนชาติ จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชวลิต ยอดเณร · ปราโมทย์ ชพานนท์ · สุเมธ ตังคจิวางกูร
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายพลภักดี สิริทิพากร · ศาลอุทธรณ์ - นายพิศาล พิริยะสถิต
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2749/2538ฎีกา 1721/2528ฎีกา 1452/2511ฎีกา 3206/2537ฎีกา 1342/2509ฎีกา 1879/2542ฎีกา 2834/2527ฎีกา 7903/2568ฎีกา 3099/2524ฎีกา 1649/2498ฎีกา 2572/2541ฎีกา 1360/2544ฎีกา 1765/2492ฎีกา 861/2540ฎีกา 2520/2544ฎีกา 7051/2540ฎีกา 72/2505ฎีกา 1733/2498ฎีกา 2709/2538ฎีกา 6058/2538ฎีกา 1959/2529ฎีกา 2610/2538ฎีกา 4484/2536ฎีกา 5494/2541
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา