⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 7211/2544

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7211/2544

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำในประเด็นที่ศาลฎีกาได้วินิจฉัยชี้ขาดไปแล้ว ต้องห้ามตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

หลังจากศาลฎีกาพิพากษาให้ยกฎีกาของจำเลย เนื่องจากต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริง จำเลยยื่นคำร้องขอให้ศาลฎีกาเพิกถอนการพิจารณาและพิพากษาคดีที่ผิดระเบียบในชั้นฎีกาทั้งหมดมาครั้งหนึ่งแล้ว โดยอ้างเหตุเพิกถอนเป็นประเด็นในคดีว่า เกิดจากความผิดพลาดของศาลชั้นต้นที่สั่งรับฎีกาของจำเลยโดยวินิจฉัยว่ากรณีไม่จำต้องรับรองให้ฎีกาในข้อเท็จจริง ทั้งที่จำเลยได้ยื่นคำร้องขอให้ผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองให้ฎีกาในข้อเท็จจริงไว้แล้ว ต่อมาศาลฎีกามีคำสั่งยกคำร้องของจำเลย จึงเป็นกรณีที่ศาลฎีกาได้วินิจฉัยชี้ขาดในประเด็นแห่งคดีดังกล่าวไปแล้ว การที่จำเลยยื่นคำร้องขอให้ศาลฎีกาเพิกถอนการพิจารณาที่ผิดระเบียบอีก โดยอ้างเหตุเพิกถอนเป็นประเด็นอย่างเดียวกันกับคำร้องขอเพิกถอนการพิจารณาที่ผิดระเบียบครั้งแรก จึงเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำในประเด็นที่ศาลฎีกาได้วินิจฉัยชี้ขาดไปแล้ว ต้องห้ามตาม ป.วิ.พ. มาตรา 144 วรรคหนึ่ง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.144

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ทั้งสี่ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันหรือแทนกันชำระค่าเสียหายจำนวน 619,000 บาท แก่โจทก์ทั้งสี่ พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับจากวันที่มีคำพิพากษาไปจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา จำเลยที่ 2 ให้การต่อสู้คดี ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ทั้งสี่เป็นเงิน 359,492 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันที่ศาลพิพากษาเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสองจะชำระให้โจทก์ทั้งสี่เสร็จ กับให้จำเลยทั้งสองชำระค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาแก้เป็นว่าให้ยกคำพิพากษาส่วนที่ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าเจดีย์บรรจุอัฐิจำนวน 2,500 บาท แก่โจทก์ที่ 1 พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีระหว่างจำเลยที่ 2 กับโจทก์ที่ 1 ถึงที่ 4 แต่ละคนดังกล่าวนั้นเป็นคดีที่มีทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นฎีกาไม่เกินสองแสนบาท ซึ่งต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.พ. มาตรา 248 วรรคหนึ่ง ที่จำเลยที่ 2 ฎีกาว่า จำเลยที่ 2 ไม่ต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ทั้งสี่ เนื่องจากการตายของนางภาริณีผู้ตายมิได้เกิดจากความประมาทเลินเล่อของจำเลยที่ 1 ผู้ขับรถยนต์บรรทุกคันเกิดเหตุ ขณะเกิดเหตุจำเลยที่ 1 มิได้เป็นลูกจ้างกระทำในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 2 เป็นฎีกาโต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์ภาค 3 จึงเป็นฎีกาในข้อเท็จจริง ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามบทบัญญัติดังกล่าว ที่ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาของจำเลยที่ 2 จึงไม่ชอบ จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องขอให้ศาลฎีกาเพิกถอนการพิจารณาที่ผิดระเบียบ ป.วิ.พ. มาตรา 27 ศาลฎีกาวินิจฉัย เห็นว่าคำสั่งของศาลชั้นต้นที่สั่งยกคำร้องของจำเลยที่ 2 ไม่ชอบด้วยกฎหมาย จำเลยที่ 2 ก็ชอบที่จะโต้แย้งคัดค้านคำสั่งดังกล่าวเพื่อให้ศาลฎีกาพิจารณาก่อนทำคำพิพากษา แต่จำเลยที่ 2 ก็หาดำเนินการแต่อย่างใดให้ถูกต้องไม่ จนกระทั่งศาลฎีกามีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว จำเลยที่ 2 จะยื่นคำร้องขอให้ศาลฎีกาเพิกถอนการพิจารณาและพิพากษาคดีในชั้นฎีกาทั้งหมดตาม ป.วิ.พ. มาตรา 27 ตามที่จำเลยที่ 2 อ้างหาได้ไม่ เพราะล่วงพ้นเวลาที่ศาลฎีกาจะพิจารณาดำเนินการในเรื่องคำร้องนั้นอีก ให้ยกคำร้อง จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นส่งคำร้องขอให้ศาลฎีกาเพิกถอนการพิจารณาที่ผิดระเบียบตาม ป.วิ.พ. มาตรา 27 อีกครั้ง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า คดีนี้จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องขอให้ศาลฎีกาเพิกถอนการพิจารณาที่ผิดระเบียบมาแล้วเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2541 ซึ่งศาลฎีกาได้มีคำวินิจฉัยชี้ขาดในประเด็นที่ขอแล้วเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2542 (วันที่ศาลชั้นต้นอ่านคำสั่งศาลฎีกา) การที่จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องขอให้ศาลฎีกาเพิกถอนการพิจารณาที่ผิดระเบียบตามคำร้องฉบับนี้อีก จึงเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำ ต้องห้ามตาม ป.วิ.พ. มาตรา 144 วรรคหนึ่ง ให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมเป็นพับ จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 2 ว่า การที่จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องฉบับลงวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2542 ขอให้ศาลฎีกาเพิกถอนการพิจารณาที่ผิดระเบียบตาม ป.วิ.พ. มาตรา 27 เป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำหรือไม่ เห็นว่า หลังจากศาลฎีกาพิพากษาให้ยกฎีกาของจำเลยที่ 2 เนื่องจากต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริงแล้ว จำเลยที่ 2 ได้ยื่นคำร้องฉบับลงวันที่ 28 ตุลาคม 2541 ขอให้ศาลฎีกาเพิกถอนการพิจารณาและพิพากษาคดีที่ผิดระเบียบในชั้นฎีกาทั้งหมดมาครั้งหนึ่งแล้ว โดยอ้างเหตุเพิกถอนเป็นประเด็นในคดีว่า เกิดจากความผิดพลาดของศาลชั้นต้นที่สั่งรับฎีกาของจำเลยที่ 2 โดยวินิจฉัยว่ากรณีไม่จำต้องรับรองให้ฎีกาในข้อเท็จจริงทั้งที่จำเลยที่ 2 ได้ยื่นคำร้องขอให้ผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองให้ฎีกาในข้อเท็จจริงไว้แล้ว ซึ่งต่อมาศาลฎีกาได้มีคำสั่งให้ยกคำร้องของจำเลยที่ 2 จึงเป็นกรณีที่ศาลฎีกาได้วินิจฉัยชี้ขาดในประเด็นแห่งคดีดังกล่าวไปแล้ว การที่จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องขอให้ศาลฎีกาเพิกถอนการพิจารณาที่ผิดระเบียบอีก โดยอ้างเหตุเพิกถอนเป็นประเด็นอย่างเดียวกันกับคำร้องขอเพิกถอนการพิจารณาที่ผิดระเบียบครั้งแรก จึงเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำในประเด็นที่ศาลฎีกาได้วินิจฉัยชี้ขาดไปแล้ว ต้องห้ามตาม ป.วิ.พ. มาตรา 144 วรรคหนึ่ง พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาเป็นพับ. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7211/2544 ร้อยเอกวินัย คงกระจ่าง กับพวก โจทก์ นายสิทธาเทพ อาแว กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ร้อยเอกวินัย คงกระจ่าง กับพวก · จำเลย - นายสิทธาเทพ อาแว กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุรพล เจียมจูไร · ไชยวัฒน์ สัตยาประเสริฐ · ประชา ประสงค์จรรยา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดยะลา - นายอนุสรณ์ ศรีเมนต์ · ศาลอุทธรณ์ภาค 9 - นายชวลิต สุจริตกุล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5640/2542ฎีกา 812/2534ฎีกา 6828/2537ฎีกา 686/2546ฎีกา 171/2513ฎีกา 5414/2536ฎีกา 1767/2536ฎีกา 3413/2541ฎีกา 559-561/2532ฎีกา 1182/2491ฎีกา 39/2530ฎีกา 4651/2551ฎีกา 1499/2551ฎีกา 1485/2547ฎีกา 1323/2530ฎีกา 261/2506ฎีกา 3190/2530ฎีกา 208/2540ฎีกา 6506/2547ฎีกา 3330-3331/2524ฎีกา 19/2504ฎีกา 6353/2550ฎีกา 1342/2534ฎีกา 2002/2511
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา