⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 7237/2544

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7237/2544

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่เกิดขึ้นหลังจากเหตุการณ์สงบแล้วและเป็นการเข้าไปร่วมกันทำร้ายฝ่ายเดียว ไม่ถือเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 68

ย่อคำพิพากษา

ก่อนเกิดเหตุจำเลยที่ 2 ถูกวัยรุ่นคนหนึ่งทำร้าย หลังจากเหตุการณ์สงบแล้วเล็กน้อย จำเลยทั้งสองจึงเข้าไป ร่วมกันใช้อาวุธมีดฟันและแทงผู้ตายฝ่ายเดียว การกระทำของจำเลยทั้งสองในลักษณะดังกล่าวหาใช่เป็นการกระทำโดย ป้องกันตาม ป.อ. มาตรา 68 ไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.68

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 83, 91, 288, 371 และริบของกลาง จำเลยทั้งสองให้การต่อสู้อ้างเหตุป้องกัน ระหว่างพิจารณา นางประทุนวัน คลองผล มารดาผู้ตายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต (ที่ถูกอนุญาตให้เข้าร่วมเป็นโจทก์ได้เฉพาะข้อหาความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288) ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 83, 371 การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่น ลงโทษประหารชีวิตจำเลยทั้งสอง ฐานพาอาวุธไปในชุมชนที่ได้จัดให้มีขึ้นเพื่อการรื่นเริง ลงโทษปรับจำเลยทั้งสองคนละ 100 บาท รวมลงโทษประหารชีวิตจำเลยทั้งสองและปรับจำเลยทั้งสองคนละ 100 บาท จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนในความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้จำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 เฉพาะความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นคนละหนึ่งในสาม โดยเปลี่ยนโทษประหารชีวิตเป็นโทษจำคุกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 52 (1) คงให้ลงโทษจำคุกจำเลยทั้งสองตลอดชีวิตและปรับจำเลยทั้งสองคนละ 100 บาท ริบมีดและปลอกมีดของกลาง จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า?มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามที่จำเลยทั้งสองฎีกาข้อแรกว่า การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่?ได้พิเคราะห์คำให้การของจำเลยทั้งสองในชั้นสอบสวนที่ให้การว่าเมื่อทราบว่าคนทำร้ายจำเลยที่ 1 เป็นพวกวัยรุ่นบ้านลาด จำเลยที่ 1 จึงบอกว่าไม่ต้องกลัวมัน ลุยมันเลย จำเลยทั้งสองจึงกระโดดข้ามกำแพงวัดเข้าไปเตะและแทงกลุ่มวัยรุ่น ผู้ตายหกล้ม จำเลยที่ 2 จึงเข้าแทงผู้ตาย ส่วนจำเลยที่ 1 วิ่งเข้าไปฟันผู้ตาย ซึ่งสอดคล้องและเจือสมกับคำเบิกความของพยานโจทก์และโจทก์ร่วม ทำให้พยานโจทก์และโจทก์ร่วมมีน้ำหนักมั่นคงฟังได้โดยปราศจากข้อสงสัยว่าก่อนเกิดเหตุจำเลยที่ 2 ถูกวัยรุ่นคนหนึ่งทำร้ายหลังจากเหตุการณ์สงบแล้วเล็กน้อย จำเลยทั้งสองจึงเข้าไปร่วมกันใช้อาวุธมีดฟันและแทงผู้ตายฝ่ายเดียว การกระทำของจำเลยทั้งสองในลักษณะดังกล่าวหาใช่เป็นการกระทำโดยป้องกันตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 68 ไม่ ฎีกาของจำเลยทั้งสองในข้อนี้ฟังไม่ขึ้น? พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำคุกจำเลยทั้งสองคนละ 20 ปี ลดโทษให้จำเลยทั้งสองคนละหนึ่งในสี่แล้ว คงจำคุกจำเลยทั้งสองคนละ 15 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7237/2544 พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดภูเขียว โจทก์ นางประทุมวัน คลองผล โจทก์ร่วม นายบรรจง มีดินดำ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดภูเขียว · โจทก์ร่วม - นางประทุมวัน คลองผล · จำเลย - นายบรรจง มีดินดำ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ธีรศักดิ์ เตียวัฒนานนท์ · มงคล คุปต์กาญจนากุล · สุวัฒน์ วรรธนะหทัย
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดภูเขียว - นายสุรชัย สื่อยรรยงศิริ · ศาลอุทธรณ์ภาค 3 - นายสถิตย์ ไพเราะ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3045/2526ฎีกา 2669/2538ฎีกา 1073/2510ฎีกา 625/2518ฎีกา 729/2508ฎีกา 2284/2514ฎีกา 2143/2514ฎีกา 226/2529ฎีกา 5252/2537ฎีกา 4180/2539ฎีกา 3869/2546ฎีกา 415/2509ฎีกา 175/2514ฎีกา 9308/2546ฎีกา 2470/2515ฎีกา 602/2529ฎีกา 2423/2533ฎีกา 1309/2513ฎีกา 1893/2533ฎีกา 1944/2514ฎีกา 1165/2537ฎีกา 2494/2520ฎีกา 410/2546ฎีกา 1643/2554
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา