⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 7709/2544

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7709/2544

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
บุคคลที่เข้ามาเป็นคู่ความในคดีอยู่แล้ว ไม่อาจร้องสอดเข้ามาในคดีในฐานะบุคคลภายนอกได้อีก

ย่อคำพิพากษา

ป.วิ.พ. มาตรา 57 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า บุคคลภายนอกซึ่งมิใช่คู่ความอาจเข้ามาเป็นคู่ความได้ด้วยการร้องสอด ตามบทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าวเป็นที่ชัดเจนว่า เฉพาะแต่บุคคลภายนอกที่มิใช่คู่ความเท่านั้นที่จะเข้ามาในคดีด้วยการร้องสอด แต่ผู้ร้องสอดเป็นจำเลยที่ 3 ในคดีอยู่แล้ว จึงไม่ใช่บุคคลภายนอก ไม่อาจร้องสอดเข้ามาในคดีตาม ป.วิ.พ. มาตรา 57 วรรคหนึ่ง (1) ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.57

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องจากโจทก์ฟ้องจำเลยทั้งห้าให้ร่วมรับผิดชำระหนี้ 41,046,316.04 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 19.5 ต่อปี ตามสัญญาเบิกเงินเกินบัญชีที่จำเลยที่ 1 ทำกับโจทก์ โดยมีจำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 ทำสัญญาค้ำประกันยอมรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม จำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 จำนองที่ดินเป็นประกัน ขอให้บังคับจำเลยทั้งห้าร่วมกันรับผิดชำระหนี้ดังกล่าวหากจำเลยทั้งห้าไม่ชำระ ขอให้ยึดทรัพย์จำนองของจำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 และทรัพย์สินอื่นของจำเลยทั้งห้าออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้ให้แก่โจทก์จนครบ จำเลยที่ 3 ให้การว่า ทรัพย์สินของจำเลยที่ 1 มีมากพอชำระหนี้โจทก์ โจทก์ไม่จำเป็นต้องฟ้องจำเลยที่ 3 ในฐานะผู้ค้ำประกัน และโจทก์ไม่มีสิทธิคิดดอกเบี้ยในอัตราที่ฟ้องขอให้ยกฟ้อง ระหว่างพิจารณาจำเลยที่ 3 ยื่นคำร้องสอดขอเข้าเป็นคู่ความฝ่ายที่สามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 57 (1) อ้างว่า จำเลยที่ 3 เป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ละเลยไม่ต่อสู้คดีกับโจทก์ แม้จำเลยที่ 3 จะเป็นคู่ความในคดี แต่จำเลยที่ 3 ต้องการเข้าเป็นคู่ความฝ่ายที่สามเพื่อคุ้มครองสิทธิของตนในบริษัทจำเลยที่ 1 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า การร้องสอดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 57 (1) จะต้องร้องสอดเข้ามาเป็นคู่ความฝ่ายที่สามเพื่อพิพาทกับโจทก์หรือจำเลยเดิม กรณีตามคำร้องไม่เข้าเหตุที่จะร้องสอดได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 57 และผู้ร้องสอดไม่เสียค่าขึ้นศาลตามทุนทรัพย์ที่พิพาท เสียค่าคำร้องสอดเพียง 20 บาท จึงไม่รับคำร้องสอด ค่าคำร้องเป็นพับ ผู้ร้องสอดอุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ วรรคหนึ่ง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของผู้ร้องสอดข้อแรกว่า มีเหตุที่จะอนุญาตให้ผู้ร้องสอดเข้ามาเป็นคู่ความในคดีหรือไม่ พิเคราะห์แล้ว ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 57 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า บุคคลภายนอกซึ่งมิใช่คู่ความอาจเข้ามาเป็นคู่ความได้ด้วยการร้องสอด ตามบทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าวเป็นที่ชัดเจนว่า เฉพาะแต่บุคคลภายนอกที่มิใช่คู่ความเท่านั้นที่จะเข้ามาในคดีด้วยการร้องสอด แต่ผู้ร้องสอดเป็นคู่ความในคดีอยู่แล้วคือเป็นจำเลยที่ 3 จำเลยที่ 3 จึงไม่ใช่บุคคลภายนอกไม่อาจร้องสอดเข้ามาในคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 57 วรรคหนึ่ง (1) ได้ คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับคำร้องสอดจึงชอบแล้ว อุทธรณ์ของผู้ร้องสอดข้อนี้ฟังไม่ขึ้น ไม่จำต้องวินิจฉัยอุทธรณ์เรื่องค่าขึ้นศาล เพราะไม่ทำให้ผลคดีเปลี่ยนแปลง พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7709/2544 ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) โจทก์ นายเกียรติ ธรรมมงคล ผู้ร้องสอด บริษัทชนาธิผล จำกัด กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) · ผู้ร้องสอด - นายเกียรติ ธรรมมงคล · จำเลย - บริษัทชนาธิผล จำกัด กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สายันต์ สุรสมภพ · วิเทพ ศิริพากย์ · ชนะ ภาสกานนท์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ - นางนวลทิพย์ ฉัตรชัยสกุล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 10749/2553ฎีกา 4206/2531ฎีกา 1483/2544ฎีกา 1109/2493ฎีกา 1739/2500ฎีกา 4526/2536ฎีกา 1940/2546ฎีกา 652/2510ฎีกา 2617/2524ฎีกา 4431/2553ฎีกา 3797-3798/2540ฎีกา 3844/2535ฎีกา 5625/2541ฎีกา 988/2485ฎีกา 609/2526ฎีกา 2395/2538ฎีกา 8818/2551ฎีกา 943/2513ฎีกา 1723/2534ฎีกา 6741/2550ฎีกา 2240/2538ฎีกา 224/2524ฎีกา 2658/2544ฎีกา 832/2497
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา