⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 8018/2544

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8018/2544

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงานเพื่อขอรับเอกสารสำคัญแทนฉบับที่อ้างว่าสูญหาย ถือเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท แม้จะกระทำต่างวันและต่างเจ้าพนักงานกัน แต่มีเจตนาเดียวกันคือการขอรับเอกสารแทนฉบับจริง

ย่อคำพิพากษา

การที่จำเลยแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่พนักงานสอบสวนว่าได้ทำโฉนดที่ดินของจำเลยรวม 3 ฉบับสูญหายไป ซึ่งความจริงแล้วโฉนดที่ดินทั้งสามฉบับไม่ได้สูญหายไป และแจ้งให้พนักงานสอบสวนจดข้อความอันเป็นเท็จลงในรายงานประจำวันเกี่ยวกับคดี เจตนาของจำเลยก็เพื่อนำเอกสารรายงานประจำวันเกี่ยวกับคดีดังกล่าวไปใช้และแสดงอ้างอิงต่อเจ้าพนักงานที่ดิน กับแจ้งแก่เจ้าพนักงานที่ดินว่าโฉนดที่ดิน 3 ฉบับสูญหายไปเพื่อขอรับใบแทนโฉนดที่ดินทั้งสามฉบับ การกระทำของจำเลยแม้จะเป็นการกระทำคนละวันและต่อเจ้าพนักงานคนละหน่วยงานกันแต่เป็นการกระทำโดยมีเจตนาเดียวกันคือเจตนาเพื่อขอรับโฉนดที่ดินทั้งสามฉบับนั่นเอง การกระทำของจำเลยจึงเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.90 ประมวลกฎหมายอาญา ม.137 ประมวลกฎหมายอาญา ม.267 ประมวลกฎหมายอาญา ม.268

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83, 91, 137, 267, 268 จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 137, 267, 268 (ที่ถูก มาตรา 137,267, 268 วรรคแรก ประกอบด้วยมาตรา 83) การกระทำของจำเลยเป็นความผิดกฎหมายหลายบทและหลายกรรม ให้ลงโทษบทหนักและเรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90, 91 (ที่ถูกการกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91) ฐานแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงานที่ดินจำคุก 2 เดือน ฐานแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่พนักงานสอบสวน ให้ลงโทษฐานแจ้งให้เจ้าพนักงานจดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารราชการตามมาตรา 267ซึ่งเป็นบทหนัก และฐานใช้เอกสารอันเกิดจากการกระทำความผิดตามมาตรา 267 จำเลยเป็นผู้แจ้งให้เจ้าพนักงานจดข้อความเองจึงให้ลงโทษตามมาตรา 268 (ที่ถูก ตามมาตรา 268 วรรคแรกประกอบด้วยมาตรา 267) แต่กระทงเดียว ตามมาตรา 268 วรรคสองจำคุก 6 เดือน รวม 2 กระทง จำคุก 8 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 4 เดือน จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่าสมควรรอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลยหรือไม่ เห็นว่า การที่จำเลยแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงานโดยมีเจตนาให้เจ้าพนักงานจดข้อความอันเป็นเท็จลงในรายงานประจำวันเกี่ยวกับคดีอันเป็นเอกสารราชการซึ่งมีวัตถุประสงค์สำหรับใช้เป็นพยานหลักฐานว่าจำเลยทำโฉนดที่ดินรวม 3 ฉบับ สูญหายไป ซึ่งความจริงแล้วโฉนดที่ดินดังกล่าวไม่ได้สูญหาย แต่จำเลยนำไปมอบให้แก่นางทองหล่อเดชชีวะ ยึดถือไว้เพื่อเป็นประกันหนี้การกู้ยืมเงิน และต่อมาจำเลยกับพวกยังร่วมกันนำรายงานประจำวันเกี่ยวกับคดีซึ่งมีข้อความอันเป็นเท็จดังกล่าว ไปใช้อ้างแสดงเป็นพยานหลักฐานและร่วมกันแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงานที่ดินว่า โฉนดที่ดินทั้งสามฉบับนั้นสูญหายไปเพื่อให้เจ้าพนักงานที่ดินออกใบแทนโฉนดที่ดินให้แทนนั้น ลักษณะของความผิดนับว่าอุกอาจและเป็นภัยร้ายแรงต่อทางราชการและนางทองหล่อซึ่งเป็นผู้ให้กู้ ส่อแสดงถึงความไม่สุจริตของจำเลยกับพวกที่มุ่งเอาแต่ประโยชน์ส่วนตนโดยไม่คำนึงถึงความเสียหายของผู้อื่น แม้ไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน และแม้จะรับฟังได้ว่านางทองหล่อไม่ติดใจเอาความแก่จำเลยแล้วดังที่จำเลยกล่าวอ้างในฎีกาก็ตามแต่เพื่อให้จำเลยเข็ดหลาบ และเพื่อมิให้เป็นเยี่ยงอย่างแก่บุคคลอื่นอันจะเป็นการปกป้องสังคมและประชาชนผู้สุจริตจากผู้ที่คิดจะกระทำการเช่นจำเลย ที่ศาลล่างทั้งสองใช้ดุลพินิจไม่รอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลยนั้น เหมาะสมแก่พฤติการณ์แห่งรูปคดีแล้ว ไม่มีเหตุที่ศาลฎีกาจะเปลี่ยนแปลงแก้ไข ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น อนึ่ง ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทและหลายกรรมต่างกันนั้น เห็นว่า การที่จำเลยแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองชลบุรีว่าได้ทำโฉนดที่ดินเลขที่ 9566 และเลขที่ 7231 ตำบลทุ่งสุขลา อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรีของจำเลยและนายวินิจ สิงหนันท์หรือสิงหนนท์ กับโฉนดที่ดินเลขที่ 9137ตำบลทุ่งสุขลา อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ของจำเลย รวม 3 ฉบับสูญหายไป ซึ่งความจริงแล้วโฉนดที่ดินทั้งสามฉบับไม่ได้สูญหายไปและแจ้งให้ร้อยตำรวจเอกทศพลจดข้อความอันเป็นเท็จลงในรายงานประจำวันเกี่ยวกับคดี เจตนาของจำเลยก็เพื่อนำเอกสารรายงานประจำวันเกี่ยวกับคดีดังกล่าวไปใช้และแสดงอ้างอิงต่อเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดชลบุรี สาขาศรีราชา กับแจ้งแก่เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดชลบุรี สาขาศรีราชา ว่าโฉนดที่ดินจำนวน 3 ฉบับ ดังกล่าวสูญหายไปเพื่อขอรับใบแทนโฉนดที่ดินทั้งสามฉบับ การกระทำของจำเลยแม้จะเป็นการกระทำคนละวันและต่อเจ้าพนักงานคนละหน่วยงานกันแต่เป็นการกระทำโดยมีเจตนาเดียวกันคือ เจตนาเพื่อขอรับใบแทนโฉนดที่ดินทั้งสามฉบับนั่นเอง การกระทำของจำเลยจึงเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ปัญหาดังกล่าวแม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดยกขึ้นว่ากล่าวในชั้นฎีกาแต่กรณีเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 195 วรรคสอง ประกอบด้วยมาตรา 225 ศาลฎีกายกขึ้นวินิจฉัยเองได้ และเห็นสมควรแก้ไข" พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 137, 267, 268 วรรคแรก ประกอบด้วยมาตรา 83 เป็นการกระทำอันเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 วรรคแรก ประกอบด้วยมาตรา 267แต่กระทงเดียวตามมาตรา 268 จำคุก 6 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 3 เดือน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8018/2544 พนักงานอัยการประจำศาลแขวงชลบุรี โจทก์ นาง เพลินใจ ไทยทันหรือสิงหนนท์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการประจำศาลแขวงชลบุรี · จำเลย - นาง เพลินใจ ไทยทันหรือสิงหนนท์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)กมล เพียรพิทักษ์ · สมชาย พงษธา · จรัส พวงมณี
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7217/2544ฎีกา 2918/2522ฎีกา 98/2537ฎีกา 1514/2532ฎีกา 2014-2015/2539ฎีกา 5305/2539ฎีกา 2100/2540ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1774/2536ฎีกา 1715/2545ฎีกา 633/2540ฎีกา 1398/2506ฎีกา 3911/2568ฎีกา 4225/2559ฎีกา 1331/2523ฎีกา 5487/2548ฎีกา 7281/2537ฎีกา 1666/2521ฎีกา 4048/2528ฎีกา 2766/2546ฎีกา 284/2507ฎีกา 1499/2531ฎีกา 5138/2537ฎีกา 3535/2528
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ