⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 8413/2544

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8413/2544

ป.พ.พ. ม.1246, 1249 · ป.วิ.แพ่ง ม.55

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อบริษัทถูกขีดชื่อออกจากทะเบียนเป็นบริษัทร้างตามกฎหมาย บริษัทนั้นย่อมเลิกกันและสิ้นสภาพความเป็นนิติบุคคลทันที เว้นแต่จะมีการยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอให้กลับจดทะเบียนคืนสถานะเป็นนิติบุคคล การดำเนินคดีแก่บริษัทที่เลิกแล้วโดยไม่มีการคืนสถานะเป็นนิติบุคคลจึงไม่สามารถทำได้

ย่อคำพิพากษา

ตามหนังสือรับรองสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทจังหวัดเชียงใหม่ปรากฏว่า นายทะเบียนได้ขีดชื่อจำเลยที่ 1 ออกจากทะเบียนเป็นบริษัทร้างตามความในมาตรา 1246 แห่ง ป.พ.พ. แล้ว ดังนั้น บริษัทจำเลยที่ 1 จึงเป็นอันเลิกกัน ความเป็นนิติบุคคลย่อมสิ้นไป และตามมาตรา 1246 (5) ซึ่งเป็นกรณีที่บริษัทจำเลยที่ 1 เลิกโดยผลของกฎหมาย เมื่อไม่ปรากฏว่าบริษัทจำเลยที่ 1 ผู้ถือหุ้นหรือเจ้าหนี้ของบริษัทจำเลยที่ 1 ได้ยื่นคำร้องต่อศาลขอให้มีคำสั่งให้นายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทจังหวัดเชียงใหม่กลับจดชื่อบริษัทจำเลยที่ 1 ให้คืนเข้าสู่ทะเบียนเพื่อคืนสถานะเป็นนิติบุคคลตามมาตรา 1246 (6) โจทก์ย่อมไม่สามารถดำเนินคดีแก่บริษัทจำเลยที่ 1 ได้ แม้มาตรา 1249 จะบัญญัติว่า ห้างหุ้นส่วนก็ดี บริษัทก็ดี แม้จะได้เลิกกันแล้ว ก็ให้พึงถือว่ายังคงตั้งอยู่ตราบเท่าเวลาที่จำเป็นเพื่อการชำระบัญชีก็ตาม ก็เป็นการตั้งอยู่เพื่อการชำระบัญชีเท่านั้น โจทก์จึงฟ้องจำเลยที่ 1 ไม่ได้ ที่ศาลชั้นต้นไม่รับคำฟ้องของโจทก์สำหรับจำเลยที่ 1 ไว้พิจารณาจึงชอบแล้ว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1246 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1249

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1246 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1249 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสามให้ร่วมกันชำระหนี้ตามตั๋วสัญญาใช้เงินและสัญญาค้ำประกัน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ให้รับคำฟ้องเฉพาะจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ สำหรับจำเลยที่ ๑ ปรากฏตามเอกสารท้ายฟ้องว่า เป็นบริษัทร้าง จึงไม่รับฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกาโดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้น ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๒๓ ทวิ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปรากฏตามหนังสือรับรองสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทจังหวัดเชียงใหม่เอกสารท้ายคำฟ้องหมายเลข ๕ ว่า นายทะเบียนได้ขีดชื่อจำเลยที่ ๑ ออกจากทะเบียนเป็นบริษัทร้างตามความในมาตรา ๑๒๔๖ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์แล้วเมื่อวันที่ ๑๐ สิงหาคม ๒๕๔๓ บริษัทจำเลยที่ ๑ จึงเป็นอันเลิกกัน ความเป็นนิติบุคคลย่อมสิ้นไปและตามมาตรา ๑๒๔๖ (๕) ซึ่งเป็นกรณีที่บริษัทจำเลยที่ ๑ เลิกโดยผลของกฎหมาย เมื่อไม่ปรากฏว่าบริษัทจำเลยที่ ๑ ผู้ถือหุ้นหรือเจ้าหนี้ของบริษัทจำเลยที่ ๑ ได้ยื่นคำร้องต่อศาลขอให้มีคำสั่งให้นายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทจังหวัดเชียงใหม่กลับจดชื่อบริษัทบี เค เลเทอร์เชียงใหม่ จำกัด จำเลยที่ ๑ ให้คืนเข้าสู่ทะเบียนเพื่อคืนสถานะเป็นนิติบุคคลตามมาตรา ๑๒๔๖ (๖) โจทก์ย่อมไม่สามารถดำเนินคดีแก่บริษัทจำเลยที่ ๑ ได้ แม้มาตรา ๑๒๔๙ บัญญัติว่า ห้างหุ้นส่วนก็ดี บริษัทก็ดี แม้จะได้เลิกกันแล้ว ก็ให้พึงถือว่ายังคงตั้งอยู่ตราบเท่าเวลาที่จำเป็นเพื่อการชำระบัญชีก็ตาม ก็เป็นการตั้งอยู่เพื่อการชำระบัญชีเท่านั้น โจทก์จึงฟ้องจำเลยที่ ๑ ไม่ได้ ที่ศาลชั้นต้นไม่รับคำฟ้องของโจทก์สำหรับจำเลยที่ ๑ ไว้พิจารณาชอบแล้ว อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8413/2544 บริษัทธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) โจทก์ บริษัทบี เค เลเทอร์เชียงใหม่ จำกัด ที่ 1 กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) · จำเลย - บริษัทบี เค เลเทอร์เชียงใหม่ จำกัด ที่ 1 กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วสันต์ ตรีสุวรรณ · ชาญชัย ลิขิตจิตถะ · จำรูญ แสนภักดี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดเชียงใหม่ - นายชูพันธุ์ ราชรักษา · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1793/2549ฎีกา 631/2541ฎีกา 305/2511ฎีกา 1858-1859/2515ฎีกา 130/2538ฎีกา 3409/2554ฎีกา 162/2512ฎีกา 818/2536ฎีกา 338-339/2521ฎีกา 108/2545ฎีกา 404/2526ฎีกา 344/2531ฎีกา 9671/2539ฎีกา 7177/2545ฎีกา 1073/2508ฎีกา 2089/2532ฎีกา 1249/2526ฎีกา 1490/2535ฎีกา 1854/2493ฎีกา 2620/2517ฎีกา 2893/2531ฎีกา 5360/2546ฎีกา 5693/2549ฎีกา 673/2526
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา