⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 8627/2544

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8627/2544

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การแก้ไขข้อความในตั๋วเงินที่แท้จริงโดยเจตนาให้ผู้อื่นหลงเชื่อว่าเป็นเอกสารแท้จริงที่ผู้สั่งจ่ายทำขึ้นโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้สั่งจ่าย ถือเป็นการปลอมแปลงเอกสารตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

การที่จำเลยที่ 1 แก้ไขวันที่สั่งจ่ายในเช็คพิพาทจากวันที่ 2 กรกฎาคม 2531 เป็นวันที่ 2 กรกฎาคม 2539 แล้วนำเช็คพิพาทที่แก้ไขวันที่สั่งจ่ายดังกล่าวไปอ้างเป็นพยานในคดีแพ่งที่จำเลยฟ้องเรียกเงินตามสัญญากู้จากโจทก์ การกระทำของจำเลยจึงเป็นการแก้ไขข้อความในตั๋วเงินที่แท้จริงเพื่อให้ผู้อื่นหลงเชื่อว่าเป็นเอกสารแท้จริงที่โจทก์ทำขึ้นโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่โจทก์ จึงทำให้โจทก์ซึ่งเป็นผู้สั่งจ่ายได้รับความเสียหาย ไม่ว่าจำเลยที่ 1 จะได้นำเช็คพิพาทไปฟ้องโจทก์เป็นคดีอาญาแล้วหรือไม่ก็ตาม จำเลยที่ 1 จึงมีความผิดฐานปลอมเช็คตาม ป.อ. มาตรา 266 (4) และโจทก์เป็นผู้เสียหายแล้ว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.1 ประมวลกฎหมายอาญา ม.264 ประมวลกฎหมายอาญา ม.266

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้อง ขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๖๔ , ๒๖๕ , ๒๖๖ , ๘๓ ,๙๐ , ๙๑ ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้องเฉพาะความผิดฐานปลอมเอกสารตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๖๖ ยกฟ้องความผิดฐานใช้เอกสารปลอม จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยที่ ๑ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๖๖ (๔) จำคุก ๑ ปี ยกฟ้องจำเลยที่ ๒ โจทก์และจำเลยที่ ๑ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๔ พิพากษายืน จำเลยที่ ๑ ฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า? ปัญหาประการที่สอง โจทก์เป็นผู้เสียหายหรือไม่ โดยจำเลยฎีกาว่า แม้ได้ความว่าจำเลยจะเป็นผู้ปลอมเช็คพิพาทแต่จำเลยยังมิได้นำเช็คพิพาทไปฟ้องโจทก์เป็นคดีอาญา โจทก์จึงยังไม่เสียหาย นั้น เห็นว่า เช็คคือหนังสือตราสารที่ผู้สั่งจ่ายสั่งให้ธนาคารใช้เงินแก่ผู้ทรงตามจำนวนและวันที่ระบุในเช็ค โดยสัญญาว่าเมื่อเช็คถึงกำหนดและผู้ทรงได้นำไปยื่นแก่ธนาคารเพื่อเรียกเก็บเงิน ธนาคารจะใช้เงินให้ ถ้าธนาคารไม่ใช้เงินผู้สั่งจ่ายจะเป็นผู้ใช้เงินให้แก่ผู้ทรงเอง การนำเช็คไปยื่นแก่ธนาคารเพื่อเรียกเก็บเงินผู้ทรงจะต้องกระทำเสียภายใน ๑ เดือน กรณีเช็คให้ใช้เงินในเมืองเดียวกันกับที่ออกเช็ค หรือ ๓ เดือน กรณีเช็คให้ใช้เงินที่อื่น มิฉะนั้นผู้ทรงจะเสียสิทธิไล่เบี้ยเอาแก่ผู้สั่งจ่ายเท่าที่จะเกิดความเสียหายอย่างใดอย่างหนึ่งแก่ผู้สั่งจ่ายเพราะการละเลยไม่ยื่นเช็คนั้น และถ้าผู้ทรงยื่นเช็คเพื่อให้ใช้เงินเมื่อพ้นกำหนด ๖ เดือน นับแต่วันออกเช็ค ธนาคารไม่จำต้องใช้เงินให้แก่ผู้ทรง ทั้งนี้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๙๑๔ , ๙๘๗ , ๙๙๐ และ ๙๙๑ วันออกเช็คหรือวันที่สั่งจ่ายในเช็คจึงมีผลถึงความผูกพันของผู้สั่งจ่ายที่มีต่อผู้ทรง การที่จำเลยที่ ๑ แก้ไขวันที่สั่งจ่ายในเช็คพิพาทจากวันที่ ๒ กรกฎาคม ๒๕๓๑ ให้เป็นวันที่ ๒ กรกฎาคม ๒๕๓๙ แล้วนำเช็คพิพาทที่แก้ไขวันที่สั่งจ่ายแล้วดังกล่าวไปอ้างเป็นพยานในคดีแพ่งที่จำเลยฟ้องเรียกเงินตามสัญญากู้จากโจทก์ การกระทำจำเลยจึงเป็นการแก้ไขข้อความในตั๋วเงินที่แท้จริงเพื่อให้ผู้อื่นหลงเชื่อว่าเป็นเอกสารแท้จริงที่โจทก์ทำขึ้น โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่โจทก์ จึงทำให้โจทก์ซึ่งเป็นผู้สั่งจ่ายได้รับความเสียหายแล้ว ไม่ว่าจำเลยที่ ๑ จะได้นำเช็คพิพาทไปฟ้องโจทก์เป็นคดีอาญาแล้วหรือไม่ก็ตาม โจทก์จึงเป็นผู้เสียหาย ฎีกาของจำเลยที่ ๑ ข้อนี้ฟังไม่ขึ้นเช่นกัน? พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษปรับจำเลยที่ ๑ เป็นเงิน ๕๐,๐๐๐ บาท อีกสถานหนึ่ง ให้รอการลงโทษจำคุกจำเลยที่ ๑ ไว้มีกำหนด ๒ ปี และคุมความประพฤติของจำเลยไว้ ๑ ปี นับตั้งแต่วันที่ได้อ่านคำพิพากษาศาลฎีกาให้จำเลยฟัง โดยให้จำเลยไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติทุก ๓ เดือน ตามเงื่อนไขและระยะเวลาที่พนักงานคุมประพฤติเห็นสมควรกำหนด ให้จำเลยละเว้นการประพฤติใดอันอาจนำไปสู่การกระทำผิดทำนองนี้อีก กับให้กระทำกิจกรรมบริการสังคมหรือสาธารณประโยชน์ตามที่พนักงานคุมประพฤติและจำเลยเห็นสมควร มีกำหนด ๑๕ ชั่วโมง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๖ หากไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙ , ๓๐ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8627/2544 นายอุดม บุตรพรม โจทก์ นางคิม จูวัฒนาประเสริฐ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายอุดม บุตรพรม · จำเลย - นางคิม จูวัฒนาประเสริฐ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จรัส พวงมณี · ประสพสุข บุญเดช · สมชาย พงษธา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดร้อยเอ็ด - นายรัชชา สุทธิมา · ศาลอุทธรณ์ - นายแก้ว เวศอุไร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 15544/2553ฎีกา 2229/2566ฎีกา 2639-2641/2517ฎีกา 484/2503ฎีกา 3935/2550ฎีกา 5406/2530ฎีกา 934/2519ฎีกา 1786/2554ฎีกา 2907/2526ฎีกา 468/2566ฎีกา 4225/2559ฎีกา 3020/2533ฎีกา 4114/2555ฎีกา 668/2502ฎีกา 639/2535ฎีกา 1654/2520ฎีกา 5356/2533ฎีกา 1113/2510ฎีกา 3991/2549ฎีกา 1735/2499ฎีกา 679/2509ฎีกา 3535/2528ฎีกา 3962/2546ฎีกา 1059/2505
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา