⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 9231/2544

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9231/2544

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หนังสือมอบอำนาจที่มิได้ปิดอากรแสตมป์ในขณะยื่นฟ้อง แต่ได้มีการปิดอากรแสตมป์ครบถ้วนในชั้นพิจารณาก่อนสืบพยานโจทก์ ย่อมใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีได้ สัญญาซื้อขายที่ไม่มีกำหนดเวลาชำระหนี้ ฝ่ายเจ้าหนี้ย่อมเรียกให้ชำระหนี้ได้โดยพลัน และอายุความ 2 ปี สำหรับค่าของที่ส่งมอบให้แก่กันในทางการค้าขาย เริ่มนับแต่วันที่อาจบังคับสิทธิเรียกร้องได้

ย่อคำพิพากษา

แม้ขณะที่ผู้รับมอบอำนาจโจทก์ยื่นฟ้องจำเลย หนังสือมอบอำนาจจะมิได้ปิดอากรแสตมป์ แต่เมื่อได้มีการปิดอากรแสตมป์ในชั้นพิจารณาครบถ้วนก่อนสืบพยานโจทก์ ก็ย่อมใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีได้ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118 เมื่อจำเลยสั่งซื้อสินค้าจากโจทก์ โจทก์จะจัดส่งสินค้าให้แก่จำเลยผ่านบริษัทขนส่งสินค้า โจทก์จะรวบรวม ใบส่งของชั่วคราวฉบับจริงและใบขนส่งบริษัทขนส่งไว้เป็นหลักฐาน และจะทำใบวางบิลสรุปยอดหนี้ว่ามีจำนวน เท่าใด และโจทก์ไม่มีหลักปฏิบัติว่าเมื่อค้างสินค้าจนถึงเวลาใดจึงจะไปเรียกเก็บ แต่โจทก์จะรวบรวมค่าสินค้าที่ค้างชำระไปเรียกเก็บจากจำเลยโดยไม่มีกำหนดเวลา สัญญาซื้อขายระหว่างโจทก์และจำเลยจึงเป็นสัญญาต่างตอบแทน ที่ไม่มีกำหนดเวลาชำระหนี้ ฝ่ายเจ้าหนี้ย่อมจะเรียกให้ชำระหนี้ได้โดยพลัน และฝ่ายลูกหนี้ก็ย่อมจะชำระหนี้ของตนได้โดยพลันดุจกัน โจทก์จึงมีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยชำระหนี้ได้ทันทีนับแต่วันที่โจทก์ส่งมอบสินค้าตามใบส่งของ แต่ละฉบับ มิใช่นับจากวันที่โจทก์สรุปยอดหนี้วางบิลเพื่อเรียกเก็บเงินจากจำเลย ซึ่งสิทธิเรียกร้องของโจทก์ในฐานะเป็นผู้ประกอบการค้าเรียกเอาค่าของที่ได้ส่งมอบมีอายุความ 2 ปี นับแต่ขณะที่อาจบังคับสิทธิเรียกร้องได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/34 (1) ประกอบมาตรา 193/12 อายุความจึงเริ่มนับจากวันที่โจทก์ส่งสินค้าให้จำเลยตามวันที่ระบุในใบส่งของแต่ละฉบับ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.369 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.456

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน ๒๖๘,๔๕๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี นับแต่วันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน ๒๖๘,๔๕๐ บาทแก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี นับแต่วันฟ้อง (ฟ้องวันที่ ๑๕ ธันวาคม ๒๕๔๐) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ ๓,๐๐๐ บาท จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๓ พิพากษายืน ค่าธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้ว? มีปัญหาวินิจฉัยว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ จำเลยฎีกาว่าหนังสือมอบอำนาจให้โจทก์ฟ้องคดี ขณะฟ้องไม่ได้ปิดอากรแสตมป์ จึงไม่อาจฟังได้ว่าผู้รับมอบอำนาจมีอำนาจตามกฎหมาย เห็นว่า ประมวลรัษฎากร มาตรา ๑๑๘ บัญญัติว่า "ตราสารใดไม่ปิดแสตมป์บริบูรณ์จะใช้ต้นฉบับ คู่ฉบับ คู่ฉีก หรือสำเนาตราสารนั้นเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะได้เสียอากรโดยปิดแสตมป์ครบจำนวนตามอัตราในบัญชีท้ายหมวดนี้และขีดฆ่าแล้ว?" ฉะนั้น แม้ขณะที่ผู้รับมอบอำนาจโจทก์ยื่นฟ้องจำเลย หนังสือมอบอำนาจจะมิได้ปิดอากรแสตมป์มาแต่แรก แต่เมื่อได้มีการปิดอากรแสตมป์ในชั้นพิจารณาครบถ้วนก่อนสืบพยานโจทก์ ก็ย่อมใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีได้ ฎีกาข้อนี้ของจำเลยฟังไม่ขึ้น คดีมีปัญหาวินิจฉัยประการต่อไปว่า ฟ้องโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ จำเลยฎีกาว่า การนับอายุความ ๒ ปี ต้องเริ่มนับแต่วันที่โจทก์ส่งสินค้าให้แก่จำเลยตามวันที่ระบุในใบส่งของชั่วคราวแต่ละฉบับ มิใช่นับจากวันที่โจทก์วางบิลเพื่อเรียกเก็บเงินจำเลย เห็นว่า นางสาวกุสุมา ศรสูงเนิน ผู้รับมอบอำนาจโจทก์เบิกความว่า เมื่อจำเลยสั่งซื้อสินค้าจากโจทก์ โจทก์จะจัดส่งสินค้าให้แก่จำเลย โดยส่งสินค้าให้แก่จำเลยผ่านทางบริษัทขนส่งสินค้า โจทก์จะรวบรวมใบส่งของชั่วคราวฉบับจริงและใบขนส่งของบริษัทขนส่งไว้เป็นหลักฐาน และจะทำใบวางบิลสรุปยอดหนี้ว่ามีจำนวนเท่าใด และเบิกความตอบทนายจำเลยถามค้านว่า โจทก์ไม่มีหลักปฏิบัติว่าเมื่อค้างสินค้าจนถึงเวลาใดจึงจะไปเรียกเก็บ แต่จะรวบรวมค่าสินค้าที่ค้างชำระไปเรียกเก็บจากจำเลยโดยไม่มีกำหนดเวลา ดังนี้ สัญญาซื้อขายระหว่างโจทก์และจำเลยจึงเป็นสัญญาต่างตอบแทนที่ไม่มีกำหนดเวลาชำระหนี้ ฝ่ายเจ้าหนี้ย่อมจะเรียกให้ชำระหนี้ได้โดยพลัน และฝ่ายลูกหนี้ก็ย่อมจะชำระหนี้ของตนได้โดยพลันดุจกัน ฉะนั้น โจทก์จึงมีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยชำระหนี้ได้ทันทีนับแต่วันที่โจทก์ส่งมอบสินค้าตามใบส่งของแต่ละฉบับ มิใช่นับจากวันที่โจทก์สรุปยอดหนี้วางบิลเพื่อเรียกเก็บเงินจากจำเลยแต่อย่างใด ซึ่งตามใบส่งปรากฏว่าช่วงเวลาที่โจทก์ได้ส่งสินค้าให้แก่จำเลยอยู่ในระหว่างปี ๒๕๓๕ ถึงปี ๒๕๓๗ และโจทก์สรุปยอดหนี้วางบิลเรียกเก็บเงินจากจำเลยในปี ๒๕๓๘ โจทก์ฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ ๑๕ ธันวาคม ๒๕๔๐ ซึ่งสิทธิเรียกร้องของโจทก์ในฐานะเป็นผู้ประกอบการค้าเรียกเอาค่าของที่ได้ส่งมอบมีอายุความ ๒ ปี นับแต่ขณะที่อาจบังคับสิทธิเรียกร้องได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๙๓/๓๔ (๑) ประกอบมาตรา ๑๙๓/๑๒ เมื่อนับจากวันที่โจทก์ส่งสินค้าให้จำเลยตามวันที่ระบุในใบส่งของดังกล่าวทุกฉบับซึ่งอยู่ในระหว่างปี ๒๕๓๕ ถึงปี ๒๕๓๗ ถึงวันฟ้องเกิน ๒ ปี คดีโจทก์จึงขาดอายุความ ฎีกาข้อนี้ของจำเลยฟังขึ้น พิพากษากลับเป็นว่า ให้ยกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9231/2544 นางสาวลำพู แซ่ภู่ แซ่ภู่ นายสุวิทย์ พิชิตผจงกิจ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความแซ่ภู่ - นางสาวลำพู แซ่ภู่ · จำเลย - นายสุวิทย์ พิชิตผจงกิจ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สบโชค สุขารมณ์ · ชูชาติ ศรีแสง · ธีระวัฒน์ ภัทรานวัช
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครราชสีมา - นายฐิตวัชร อุดรพิมพ์ · ศาลอุทธรณ์ภาค 3 - นายสถิตย์ ไพเราะ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1216/2538ฎีกา 4379/2540ฎีกา 3806/2549ฎีกา 3345/2525ฎีกา 1730/2520ฎีกา 1962/2548ฎีกา 1265/2496ฎีกา 17393/2555ฎีกา 451/2491ฎีกา 360/2502ฎีกา 3375/2532ฎีกา 163/2491ฎีกา 1090/2530ฎีกา 170/2497ฎีกา 942-943/2515ฎีกา 5317/2538ฎีกา 10866/2546ฎีกา 2467/2526ฎีกา 231/2482ฎีกา 464/2497ฎีกา 5281/2540ฎีกา 1280/2492ฎีกา 2983/2549ฎีกา 1578/2493
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา