⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 9284/2544

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9284/2544

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อแขกอาศัยไม่ได้ฝากของมีค่าไว้แก่เจ้าสำนักและบอกราคาชัดแจ้ง เจ้าสำนักจะรับผิดเพียง 500 บาท สำหรับทรัพย์สินที่สูญหาย ไม่ว่าทรัพย์สินนั้นจะสวมใส่มาโดยเปิดเผยหรือไม่ก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ สามี และบุตรเข้าพักที่โรงแรมของจำเลยที่ 1 ซึ่งมีจำเลยที่ 2 และที่ 3 เป็นกรรมการผู้มีอำนาจดำเนินการแทน ก่อนนอนโจทก์ได้ถอดตุ้มหูเพชร สร้อยคอทองคำ นาฬิกาข้อมือฝังเพชร เข็มกลัดเพชร วางไว้บนโต๊ะเครื่องแป้ง ตื่นขึ้นมาปรากฏว่าทรัพย์สินต่าง ๆ หายไป รวมราคาทั้งสิ้น 2,920,000 บาท เจ้าพนักงานตำรวจตรวจสอบที่เกิดเหตุแล้วเห็นว่าคนร้ายสามารถเข้าห้องโดยประตูทางเข้าเท่านั้น โจทก์ยืนยันว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นเพราะความประมาทเลินเล่อของจำเลยทั้งสามที่ไม่ดูแลกุญแจให้ดีปล่อยให้ใคร ๆ เอากุญแจไปใช้ได้ แต่โจทก์นำสืบไม่ได้ว่าจำเลยทั้งสามประมาทเลินเล่ออย่างใดอันทำให้มีผลโดยตรงทำให้ทรัพย์ของโจทก์สูญหาย ข้อเท็จจริงจึงฟังไม่ได้ว่าจำเลยทั้งสามทำละเมิดต่อโจทก์ ทรัพย์สินของโจทก์ที่หายคือ นาฬิกาเรือนทองฝังเพชร สายสร้อยคอทองคำ เหรียญหลวงพ่อคูณกรอบทองคำล้อมเพชร พระนางพญาเลี่ยมทอง ตุ้มหูเพชร เข็มกลัดเพชร และเงินสด ทรัพย์สินดังกล่าวเกี่ยวด้วยเงิน ทอง ตรา ธนบัตร อัญมณีและของมีค่าอื่น ๆ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 675 วรรคสอง ให้จำกัดความรับผิดไว้เพียง 500 บาท เว้นแต่จะได้ฝากของมีค่าเช่นนี้ไว้แก่เจ้าสำนักและได้บอกราคาแห่งของนั้นชัดแจ้ง โจทก์เป็นคนเดินทางหรือแขกอาศัยเมื่อไม่ฝากของมีค่าไว้ เจ้าสำนักจึงรับผิดเพียง 500 บาท ไม่ว่าของมีค่านั้นผู้เดินทางจะสวมใส่มาโดยเปิดเผยหรือไม่ก็ตามและหาใช่ว่าจะต้องฝากทรัพย์สินเฉพาะผู้ลงทะเบียนเข้าพักในโรงแรมไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.675

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ สามีและบุตรโจทก์ได้เข้าพักที่โรงแรมฮอลิเดย์อินน์ แม่โขงรอยัลของจำเลยที่ ๑ ซึ่งมีจำเลยที่ ๒ และที่ ๓ เป็นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทน ได้ห้องหมายเลข ๖๐๑๒ ซึ่งมิใช่สถานที่ที่คนไปมาเข้าออกได้ จากนั้นโจทก์ สามีและบุตรโจทก์ได้พักผ่อนนอนหลับ เมื่อโจทก์ตื่นขึ้นมาปรากฏว่าทรัพย์สินของโจทก์ที่นำติดตัวมาและถอดวางไว้บนโต๊ะและเก้าอี้ในห้องพักของโรงแรมได้สูญหายไปทั้งหมด ทรัพย์สินของโจทก์ที่สูญหาย รวมเป็นเงิน ๒,๙๒๐,๐๐๐ บาท ความเสียหายดังกล่าวเกิดจากความประมาทเลินเล่อของจำเลยทั้งสาม เนื่องจากจำเลยที่ ๑ เป็นเจ้าสำนักโรงแรมมีหน้าที่ควบคุมดูแลจัดการและรับผิดชอบทรัพย์สินของแขกอาศัยที่เข้าพักมิให้สูญหาย จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ปล่อยปละละเลยในการบริการรักษาความปลอดภัยแก่ชีวิตและทรัพย์สินของโจทก์ โดยปล่อยให้คนร้ายใช้กลวิธีเปิดประตูห้องพักที่โจทก์เช่าอาศัยอยู่เข้าไปลักเอาทรัพย์ของโจทก์ การกระทำของจำเลยทั้งสามจึงทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอคิดดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี ของต้นเงิน ๒,๙๒๐,๐๐๐ บาท นับแต่วันที่ ๘ มกราคม ๒๕๓๙ จนถึงวันฟ้องคิดเป็นเงิน ๘๘,๘๐๐ บาท ขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันหรือแทนกันชำระเงิน ๓,๐๐๘,๘๐๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี ของต้นเงิน ๒,๙๒๐,๐๐๐ บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยทั้งสามให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้จำเลยที่ ๑ ชำระเงินจำนวน ๕๐๐ บาท แก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี นับแต่วันที่ ๘ มกราคม ๒๕๓๙ จนกว่าจะชำระเสร็จ กับให้จำเลยที่ ๑ ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์เฉพาะค่าขึ้นศาลให้คำนวณจากทุนทรัพย์เท่าที่โจทก์ชนะคดี โดยกำหนดค่าทนายความ ๑,๐๐๐ บาท ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ค่าฤชาธรรมเนียมระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๔ พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า? พิเคราะห์แล้ว คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยทั้งสามต้องร่วมรับผิดต่อโจทก์หรือไม่ เพียงใด ข้อเท็จจริงฟังยุติว่า เมื่อวันที่ ๘ มกราคม ๒๕๓๕ เวลาประมาณ ๑ นาฬิกา โจทก์ สามี และบุตรเข้าพักที่ห้องหมายเลข ๖๐๑๒ โรงแรมของจำเลยที่ ๑ โดยจำเลยที่ ๒ และที่ ๓ เป็นกรรมการผู้มีอำนาจดำเนินการแทน ก่อนนอนโจทก์ได้ถอดตุ้มหูเพชร สร้อยคอทองคำ นาฬิกาข้อมือฝังเพชร เข็มกลัดเพชร วางไว้บนโต๊ะเครื่องแป้ง ตื่นขึ้นมาเวลาประมาณ ๕ นาฬิกา ปรากฏว่าทรัพย์สินต่าง ๆ หายไปหมด รวมราคาทั้งสิ้น ๒,๙๒๐,๐๐๐ บาท ตรวจสอบภายในห้องพบว่าประตูเข้าห้องพักปิดอยู่ลูกบิดล็อกเช่นเดิม ส่วนเหล็กที่ล็อกรูปตัวยูง้างหลุดออกจากเดือย จึงแจ้งพนักงานโรงแรมและเจ้าพนักงานตำรวจ เจ้าพนักงานตำรวจตรวจสอบที่เกิดเหตุแล้วเห็นว่าคนร้ายสามารถเข้าห้องโดยประตูทางเข้าเท่านั้น โจทก์ยืนยันว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นเพราะความประมาทเลินเล่อของจำเลยทั้งสาม เพราะจำเลยทั้งสามไม่ดูแลกุญแจให้ดีปล่อยให้ใคร ๆ ก็เอากุญแจไปใช้ได้ ซึ่งกุญแจอยู่ที่เคาน์เตอร์และที่แม่บ้าน กุญแจที่เคาน์เตอร์ใครก็สามารถหยิบได้ ส่วนจำเลยนำสืบถึงขั้นตอนการเข้าพักในโรงแรมว่าผู้เข้าพักต้องลงทะเบียนรับทราบข้อกำหนดและข้อห้ามของโรงแรม เกี่ยวกับทรัพย์สินของผู้เข้าพักหากมีราคาเกินกว่า ๕๐๐ บาท ให้ฝากที่ตู้เซฟของโรงแรมซึ่งจัดไว้โดยไม่คิดค่าบริการ หากผู้เข้าพักไม่แจ้งทรัพย์สินเมื่อมีการสูญหายโรงแรมจะรับผิดเป็นเงิน ๕๐๐ บาท ตามเอกสารหมาย ล. ๑ โรงแรมจะมอบกุญแจห้องพักให้ผู้เข้าพัก ๑ ดอก ส่วนกุญแจแม่ซึ่งสามารถเปิดได้ทุกห้องจะเก็บไว้ในตู้เซฟของโรงแรม เวลาจะนำออกมาใช้ต้องมีกรรมการบริหารของโรงแรมอย่างน้อย ๒ คน เป็นผู้เปิดตู้เซฟ ระเบียบการใช้กุญแจตามเอกสารหมาย ล. ๒ กรณีแม่บ้านเข้าทำความสะอาดห้องพักจะใช้ลูกกุญแจที่มอบให้แขกที่เข้าพักนำมาคืน จะไม่อนุญาตให้แม่บ้านใช้กุญแจแม่ ห้องพักทุกห้องประตูจะเป็นแบบล็อกสองชั้นคือ ลูกบิดและเหล็กล็อกรูปตัวยู เมื่อปิดประตูล็อกลูกบิดและเหล็กล็อกตัวยูแล้วบุคคลภายนอกไม่สามารถเข้าไปในห้องได้ เห็นว่า จากคำพยานโจทก์เข้าใจว่ามีผู้ใช้กุญแจแม่ไขประตูห้องแล้วใช้สิ่งของปลดล็อกรูปตัวยูเข้าไปลักทรัพย์ของโจทก์ และน่าเชื่อว่าคนร้ายเป็นคนใกล้ชิดกับการเข้าพักของแขกโรงแรมและรู้ทางเข้าออกของโรงแรมดี โจทก์อ้างว่าจำเลยเก็บกุญแจไว้ไม่ดีทำให้มีผู้นำไปใช้เปิดห้องเข้าไปลักทรัพย์ แต่จำเลยมีระเบียบการใช้และเก็บรักษากุญแจตามเอกสารหมาย ล. ๒ นอกจากนี้โจทก์นำสืบไม่ได้ว่าจำเลยทั้งสามประมาทเลินเล่ออย่างใด อันทำให้มีผลโดยตรงทำให้ทรัพย์ของโจทก์สูญหาย ฉะนั้น ข้อเท็จจริงตามคำพยานโจทก์ยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยทั้งสามทำละเมิดต่อโจทก์ จำเลยทั้งสามต้องรับผิดเพียงที่กฎหมายแพ่งและพาณิชย์กำหนดเกี่ยวกับวิธีเฉพาะสำหรับเจ้าสำนักโรงแรมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๖๗๔ , ๖๗๕ และ ๖๗๖ เท่านั้น ได้ความว่าทรัพย์สินของโจทก์ที่หายคือ นาฬิกาเรือนทองฝังเพชร สายสร้อยคอทองคำ เหรียญหลวงพ่อคูณกรอบทองคำล้อมเพชร พระนางพญาเลี่ยมทอง ตุ้มหูเพชร เข็มกลัดเพชรและเงินสด ทรัพย์สินดังกล่าวจึงเกี่ยวด้วยเงินทอง ตรา ธนบัตร อัญมณี และของมีค่าอื่น ๆ ซึ่งตามมาตรา ๖๗๕ วรรคสอง ให้จำกัดความรับผิดไว้เพียง ๕๐๐ บาท เว้นแต่จะได้ฝากของมีค่าเช่นนี้ไว้แก่เจ้าสำนักและได้บอกราคาแห่งของนั้นชัดแจ้ง โจทก์เป็นคนเดินทางหรือแขกอาศัยเมื่อไม่ฝากของมีค่าไว้ จำเลยจึงรับผิดเพียง ๕๐๐ บาท ไม่ว่าของมีค่านั้นผู้เดินทางจะสวมใส่มาโดยเปิดเผยหรือไม่ก็ตาม และหาใช่ว่าจะต้องฝากทรัพย์สินเฉพาะผู้ลงทะเบียนเข้าพักในโรงแรมตามที่โจทก์ฎีกาไม่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่โจทก์อ้างข้อเท็จจริงไม่ตรงกับคดีนี้ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยชอบแล้ว ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9284/2544 นางมาลิน คุวานันท์ โจทก์ บริษัทแม่โขงรอยัล จำกัด กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางมาลิน คุวานันท์ · จำเลย - บริษัทแม่โขงรอยัล จำกัด กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุมิตร สุภาดุลย์ · เดิมพัน จรรยามั่น · สมชัย เกษชุมพล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดหนองคาย - นายวีระพงศ์ สุดาวงศ์ · ศาลอุทธรณ์ภาค 4 - นายประมวญ รักศิลธรรม
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4976/2536ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 22/2511ฎีกา 4513/2533ฎีกา 3651/2526ฎีกา 2834/2527ฎีกา 246/2530ฎีกา 8203/2538ฎีกา 1538/2518ฎีกา 149/2526ฎีกา 1124/2479ฎีกา 7335/2538ฎีกา 3452/2537ฎีกา 861/2540ฎีกา 1145/2512ฎีกา 898/2534ฎีกา 307/2513ฎีกา 1660/2518ฎีกา 560/2529ฎีกา 311/2538ฎีกา 713/2512ฎีกา 265/2534ฎีกา 246/2522
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา