คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9697/2544
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การใช้เอกสารที่เกิดจากการกระทำความผิดตามกฎหมายพิเศษ ไม่เข้าข้อยกเว้นตาม ป.อ. มาตรา 268 ที่ให้ลงโทษเพียงกระทงเดียว แต่ให้ลงโทษตามกฎหมายที่บัญญัติความผิดนั้นๆ และ ป.อ. มาตรา 265 ฐานปลอมเอกสาร เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน
ย่อคำพิพากษา
แม้ ป.อ. มาตรา 268 บัญญัติว่า ผู้ใดใช้เอกสารอันเกิดจากการกระทำความผิดตามมาตรา 265 และเป็น ผู้ปลอมเอกสารนั้น ให้ลงโทษตามมาตรา 268 แต่เพียงกระทงเดียวก็ตาม แต่จำเลยใช้เอกสารอันเกิดจากการกระทำความผิดตาม ป.รัษฎากร มาตรา 86/13, 90/4 (3) ซึ่งเป็นกฎหมายพิเศษต่างหากจาก ป.อ. จึงไม่เข้าข้อยกเว้นให้รับโทษฐานใช้เอกสารปลอมกระทงเดียว ตาม ป.อ. มาตรา 268 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม ป.อ. มาตรา ๓๒, ๓๓, ๘๓, ๙๑, ๒๖๔, ๒๖๕, ๒๖๘ ป. รัษฎากร พ.ศ. ๒๔๘๑ มาตรา ๗๗/๑ (๖), ๘๖/๑๓, ๙๐/๔, ๙๐/๔ (๓) และริบของกลาง
จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยที่ ๑ มีความผิดตาม ป. รัษฎากร พ.ศ. ๒๔๘๑ มาตรา ๗๗/๑ (๖), ๘๖/๑๓, ๙๐/๔ (๓) กระทงหนึ่ง กับ ป.อ. มาตรา ๒๖๘ ประกอบมาตรา ๘๐ อีกกระทง การกระทำของจำเลยที่ ๑ เป็นความผิด หลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษจำเลยที่ ๑ ทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตาม ป.อ. มาตรา ๙๑ ฐานออกใบกำกับ ภาษีมูลค่าเพิ่มโดยไม่มีสิทธิจะออกได้ตามกฎหมาย จำคุก ๒ ปี และฐานพยายามใช้เอกสารสิทธิปลอม จำคุก ๑ ปี ๔ เดือน รวมจำคุกจำเลยที่ ๑ มีกำหนด ๓ ปี ๔ เดือน คำให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนตลอดจน ทางนำสืบของจำเลยที่ ๑ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้างมีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสี่ตาม ป.อ. มาตรา ๗๘ คงจำคุกจำเลยที่ ๑ มีกำหนด ๒ ปี ๖ เดือน จำเลยที่ ๒ มีความผิดตาม ป. รัษฎากร พ.ศ. ๒๔๘๑ มาตรา ๗๗/๑ (๖), ๘๖/๑๓, ๙๐/๔ (๓) ให้ลงโทษจำคุก ๒ ปี คำให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนตลอดจนทางนำสืบของจำเลยที่ ๒ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้จำเลยที่ ๒ หนึ่งในสี่ คงจำคุกจำเลยที่ ๒ มีกำหนด ๑ ปี ๖ เดือน ริบของกลาง คำขออื่นให้ยกเสีย และให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ ๓
จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า สำหรับความผิดเกี่ยวกับเอกสาร จำเลยที่ ๑ มีความผิดตาม ป.อ. มาตรา ๒๖๘ วรรคแรก ประกอบด้วยมาตรา ๒๖๕, ๘๓ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ ๑ มีว่า การกระทำของจำเลยที่ ๑ เป็นความผิด กรรมเดียวหรือหลายกรรมต่างกัน เห็นว่า ตาม ป.อ. มาตรา ๒๖๘ บัญญัติว่า ผู้ใดใช้เอกสารอันเกิดจากการกระทำความผิดตามมาตรา ๒๖๕ และเป็นผู้ปลอมเอกสารนั้น ให้ลงโทษตามมาตรานี้เพียงกระทงเดียว แต่จำเลยที่ ๑ ใช้เอกสารอันเกิดจากการกระทำความผิดตาม ป. รัษฎากร พ.ศ. ๒๔๘๑ มาตรา ๘๖/๑๓, ๙๐/๔ (๓) ซึ่งเป็นกฎหมายพิเศษต่างหากจาก ป.อ. จึงไม่เข้าข้อยกเว้นให้รับโทษฐานใช้เอกสารปลอมกระทงเดียวตาม ป.อ. มาตรา ๒๖๘ การกระทำของจำเลยที่ ๑ เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ฎีกาของจำเลยที่ ๑ ข้อนี้ฟังไม่ขึ้น?
พิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9697/2544
พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์
นายสุชาติ กานต์อเนกองค์ กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด · จำเลย - นายสุชาติ กานต์อเนกองค์ กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ทวีวัฒน์ แดงทองดี · พินิจ เพชรรุ่ง · โนรี จันทร์ทร |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลอาญาธนบุรี - นายสนธิศาสตร์ เจตน์วราพงศ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายธีระเดช เกาไศยนันท์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา