⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1111/2545

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1111/2545

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ข้าราชการทหารตามกฎหมาย ได้แก่ ทหารประจำการและข้าราชการกลาโหมพลเรือนที่บรรจุในตำแหน่งอัตราทหารเท่านั้น ทหารกองประจำการไม่ถือเป็นข้าราชการทหารและไม่ได้เป็นข้าราชการตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

"ข้าราชการ" หมายถึง บุคคลซึ่งรับราชการ โดยได้รับเงินเดือนจากเงินงบประมาณรายจ่ายหมวดเงินเดือน ข้าราชการทหารจึงเป็นข้าราชการ ตำแหน่งใดเป็นข้าราชการทหารต้องเป็นไปตาม พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการทหาร พ.ศ. 2521 และ พ.ร.บ.รับราชการทหาร พ.ศ. 2497 เท่านั้น ตาม พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการทหาร พ.ศ. 2521 มาตรา 4 บัญญัติว่า "ข้าราชการทหาร" หมายความว่า ทหารประจำการและข้าราชการกลาโหมพลเรือนที่บรรจุในตำแหน่งอัตราทหาร ส่วนคำว่า "ทหารประจำการ" พ.ร.บ.รับราชการทหาร พ.ศ. 2497 มาตรา 4 (8) ให้ความหมายว่า หมายถึง ทหารซึ่งรับราชการตามที่กระทรวงกลาโหมกำหนด ซึ่งไม่ใช่ทหารกองประจำการ โดย พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการทหาร พ.ศ. 2521 ให้ความหมาย "ทหารกองประจำการ" ว่าหมายถึง ทหารกองประจำการตามกฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหาร และพระราชบัญญัติรับราชการทหาร พ.ศ. 2497 มาตรา 4 (3) "ทหารกองประจำการ" หมายความว่า ผู้ซึ่งขึ้นทะเบียนกองประจำการและได้เข้ารับราชการในกองประจำการจนกว่าจะได้ปลด ฉะนั้น ทหารกองประจำการจึงไม่ใช่ทหารประจำการ ไม่ใช่ข้าราชการทหาร และไม่ได้เป็นข้าราชการตาม พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการทหาร พ.ศ. 2521 จำเลยที่ 2 เป็นทหารกองประจำการ จึงไม่เป็นข้าราชการ ระวางโทษเป็นสามเท่าตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 100 ในความผิดฐานจำหน่ายยาเสพติดให้โทษจึงใช้กับจำเลยที่ 2 ไม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2465 ม.66 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2465 ม.100 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.100 พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการตำรวจ พ.ศ.2521 ม.4 พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการทหาร พ.ศ.2521 ม.4 พระราชบัญญัติรับราชการทหาร ม.4 พระราชบัญญัติรับราชการทหาร พ.ศ.2497 ม.4

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔, ๗, ๘, ๑๕, ๕๗, ๖๖, ๙๑, ๑๐๐ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ และให้นำโทษของจำเลยที่ ๒ ที่รอการลงโทษไว้บอกเข้ากับโทษในคดีนี้ จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพและจำเลยที่ ๒ รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยที่โจทก์ขอให้บวกโทษ ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยทั้งสอง โดยระวางโทษเป็นสามเท่าของโทษที่กำหนดไว้ตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ มาตรา ๑๐๐ จำเลยที่ ๒ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ พิพากษายืน จำเลยที่ ๒ ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาข้อกฎหมายที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ ๒ ว่า จำเลยที่ ๒ เป็นข้าราชการอันจะต้องระวางโทษเป็นสามเท่าของโทษที่กำหนดไว้สำหรับความผิดฐานจำหน่ายยาเสพติดให้โทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๐๐ หรือไม่ เห็นว่า "ข้าราชการ" หมายถึง บุคคลซึ่งรับราชการ โดยได้รับเงินเดือนจากเงินงบประมาณรายจ่ายหมวดเงินเดือนข้าราชการทหารจึงเป็นข้าราชการด้วย อย่างไรเป็นข้าราชการทหารต้องเป็นไปตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการทหาร พ.ศ. ๒๕๒๑ และพระราชบัญญัติรับราชการทหาร พ.ศ. ๒๔๙๗ เท่านั้น ซึ่งตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการทหาร พ.ศ. ๒๕๒๑ มาตรา ๔ บัญญัติว่า "ข้าราชการทหาร" หมายความว่า ทหารประจำการและข้าราชการกลาโหมพลเรือนที่บรรจุในตำแหน่งอัตราทหาร ส่วนคำว่า "ทหารประจำการ" พระราชบัญญัติรับราชการทหาร พ.ศ. ๒๔๙๗ มาตรา ๔ (๘) ให้ความหมายว่า หมายถึง ทหารซึ่งรับราชการตามที่กระทรวงกลาโหมกำหนด ซึ่งไม่ใช่ทหารกองประจำการ โดยพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการทหาร พ.ศ. ๒๕๒๑ ให้ความหมาย "ทหารกองประจำการ" ว่า หมายถึง ทหารกองประจำการตามกฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหาร และพระราชบัญญัติรับราชการทหาร พ.ศ. ๒๔๙๗ มาตรา ๔ (๓) "ทหารกองประจำการ" หมายความว่า ผู้ซึ่งขึ้นทะเบียนกองประจำการและได้เข้ารับราชการในกองประจำการจนกว่าจะได้ปลด ฉะนั้น ทหารกองประจำการจึงไม่ใช่ทหารประจำการ ไม่ใช่ข้าราชการทหารและไม่ได้เป็นข้าราชการตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการทหาร พ.ศ. ๒๕๒๑ จำเลยที่ ๒ เป็นทหารกองประจำการ จึงไม่เป็นข้าราชการ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ ระวางโทษจำเลยที่ ๒ ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๐๐ ในความผิดฐานจำหน่ายยาเสพติดให้โทษเป็นสามเท่านั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยที่ ๒ ฟังขึ้น พิพากษาแก้เป็นว่า คำขอให้ระวางโทษจำเลยที่ ๒ เป็นสามเท่าสำหรับความผิดฐานจำหน่ายยาเสพติดให้โทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๐๐ ให้ยก คงลงโทษจำเลยที่ ๒ สำหรับความผิดฐานดังกล่าวจำคุก ๕ ปี ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ จำคุก ๒ ปี ๖ เดือน เมื่อรวมกับโทษฐานมียาเสพติดให้โทษไว้ในความครอบครอง ฐานเสพยาเสพติดให้โทษและบวกโทษจำคุกที่รอการลงโทษไว้แล้ว คงจำคุก ๗ ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ๑. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1111/2545 พนักงานอัยการจังหวัดนนทบุรี โจทก์ นายฉัตรชัย ไซนนทรีหรือไชยนนทรี กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดนนทบุรี · จำเลย - นายฉัตรชัย ไซนนทรีหรือไชยนนทรี กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ธาดา กษิตินนท์ · ศิริชัย สวัสดิ์มงคล · หัสดี ไกรทองสุก
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนนทบุรี - นายชัยชนะ อิสสระวิทย์ · ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายวิชัย ตัญศิริ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6617/2542ฎีกา 1826/2547ฎีกา 5333/2545ฎีกา 4517/2548ฎีกา 848/2545ฎีกา 2936/2543ฎีกา 9012/2543ฎีกา 6856/2544ฎีกา 3789/2545ฎีกา 2842/2537ฎีกา 672/2539ฎีกา 2947/2543ฎีกา 576/2543ฎีกา 124/2530ฎีกา 352/2546ฎีกา 5299/2545ฎีกา 7585/2544ฎีกา 614/2541ฎีกา 8609/2547ฎีกา 311/2542ฎีกา 20024/2556ฎีกา 619/2519ฎีกา 2566/2534ฎีกา 5397/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา