⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 619/2519

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 619/2519

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำผิดฐานจำหน่ายยาเสพติดให้โทษในครั้งหนึ่ง และการกระทำผิดฐานมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษอีกครั้งหนึ่ง ถือเป็นความผิดคนละกรรมกัน

ย่อคำพิพากษา

จำเลยได้จำหน่ายเฮโรอีนให้แก่พลตำรวจ ช. ไป 2 ห่อครั้งหนึ่งแล้ว ต่อมา เมื่อสิบตำรวจโท ว. มาทำการจับกุมก็ยังมีเฮโรอีนใส่ถุงพลาสติกบรรจุไว้ในกระบอกข้าวหลามอีก 5 ห่อ เรียกได้ว่าจำเลยได้กระทำผิดเป็น 2 กรรม คือฐานจำหน่ายเฮโรอีนกระทงหนึ่ง และฐานมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองโดยมิได้รับอนุญาตอีกกระทงหนึ่ง (อ้างคำพิพากษาฎีกาที่ 808/2518)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.90 ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2465 ม.15 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2465 ม.66 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2465 ม.67

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองโดยมิได้รับอนุญาต และจำหน่ายเฮโรอีนดังกล่าว ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ ฯลฯ จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า การมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองนั้น จำเลยมีเจตนาที่จะมีไว้เพื่อจำหน่าย การมีเฮโรอีนไว้เพื่อจำหน่ายและได้จำหน่ายเฮโรอีนรายอื่น พิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๔๖๕ มาตรา ๒๐ ทวิ เพิ่มและลดโทษแล้วคงจำคุก ๓ ปี ๙ เดือน ฯลฯ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยได้กระทำความผิดต่างกรรม ต่างวาระกันเป็น ๒ คราว คือจำหน่ายเฮโรอีนให้แก่พลตำรวจชนะโชติไป ๒ ห่อครั้งหนึ่งแล้ว ต่อมาเมื่อสิบตำรวจโทวุฒิพงษ์มาทำการจับกุมก็ยังมีเฮโรอีนใส่ถุงพลาสติกบรรจุไว้ในกระบอกข้าวหลามอีก ๕ ห่อ เรียกได้ว่าจำเลยได้กระทำผิดเป็น ๒ กรรม คือฐานจำหน่ายเฮโรอีนกระทงหนึ่ง และฐานมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองโดยมิได้รับอนุญาตอีกกระทงหนึ่ง พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๔๖๕ มาตรา ๔ ทวิ, ๒๐ ทวิ, ๒๐ ตรี, ๒๙ พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๐๔ มาตรา ๔, ๖, ๗, ๑๒ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๑ ข้อ ๒ ลงโทษจำเลยฐานมีเฮโรอีนไว้ในความครอบครองตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๔๖๕ มาตรา ๒๐ ตรี ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๐๔ มาตรา ๗ ให้จำคุก ๑ ปี และฐานจำหน่ายเฮโรอีนตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๔๖๕ มาตรา ๒๐ ทวิ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๐๔ มาตรา ๖ ให้จำคุก ๕ ปี รวม ๒ กระทง เป็นจำคุก ๖ ปี เพิ่มโทษกึ่งหนึ่งตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๔๖๕ มาตรา ๒๖ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๐๒ มาตรา ๘ เป็นจำคุก ๙ ปี จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ จึงลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจำคุกเลยมีกำหนด ๔ ปี ๖ เดือน นอกนั้นให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 619/2519 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ นายกิตติ ทับแสง ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · ล. - นายกิตติ ทับแสง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ยิ่งศักดิ์ กฤษณจินดา · วิกรม เมาลานนท์ · รื่น วิไลชนม์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายสมัคร สังวรราชทรัพย์ · ศาลอุทธรณ์ - นายวิถี ปานะบุตร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7570/2541ฎีกา 3345/2535ฎีกา 7722/2544ฎีกา 2165/2531ฎีกา 4180/2548ฎีกา 5305/2539ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1699/2525ฎีกา 1715/2545ฎีกา 6355/2544ฎีกา 1875/2547ฎีกา 633/2540ฎีกา 3911/2568ฎีกา 7281/2537ฎีกา 848/2545ฎีกา 1666/2521ฎีกา 8297/2540ฎีกา 2766/2546ฎีกา 8833/2554ฎีกา 3864/2546ฎีกา 2936/2543ฎีกา 2664/2520ฎีกา 3310/2541ฎีกา 34/2521
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา