⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1834/2545

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1834/2545

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การบังคับตามคำพิพากษาจะกระทำได้เฉพาะกับคู่ความในคดีเท่านั้น บุคคลภายนอกที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องและไม่มีโอกาสเข้ามาดำเนินกระบวนพิจารณา จะถูกบังคับตามคำพิพากษาไม่ได้

ย่อคำพิพากษา

ป.วิ.พ.มาตรา 145 วรรคหนึ่ง บัญญัติขึ้นเพื่อคุ้มครองบุคคลภายนอกมิให้ถูกบังคับในเรื่องที่ตนมิได้เป็นคู่ความและไม่มีโอกาสเข้ามาดำเนินกระบวนพิจารณาด้วย เมื่อโจทก์ไม่ได้ฟ้องเจ้าพนักงานที่ดินเป็นจำเลย โจทก์จึงไม่อาจขอให้บังคับคดีแก่เจ้าพนักงานดังกล่าวซึ่งเป็นบุคคลภายนอกคดีได้ แม้ข้อเท็จจริงจะได้ความว่าที่ดินพิพาทอยู่ในเขตปฏิรูปที่ดินที่โจทก์มีอำนาจดำเนินการได้ตาม พ.ร.บ.การปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ.2518 ซึ่งทางราชการไม่อาจออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ให้แก่ผู้ใดได้ เจ้าพนักงานที่ดินซึ่งเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ตามประมวลกฎหมายที่ดิน ก็ย่อมมีหน้าที่ต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมายดังกล่าว อันเป็นการปฏิบัติหน้าที่ราชการตามปกติ ซึ่งเป็นคนละกรณีกับการถูกบังคับให้ปฏิบัติตามคำพิพากษา

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.145 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.271

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้มีคำสั่งห้ามเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดบุรีรัมย์ สาขานางรอง ออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ให้แก่จำเลยทั้งสาม และเพิกถอนคำขอออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ของจำเลยทั้งสาม จำเลยทั้งสามให้การว่า เดิมที่ดินพิพาทเป็นของนายปอด หมั่นดำ บิดนายสนั่น หมั่นดำ ได้ครอบครองทำประโยชน์มาประมาณ ๔๐ ปีแล้ว จำเลยทั้งสามซื้อที่ดินพิพาทจากนายสนั่น และได้ครองครองทำประโยชน์ต่อจากนายสนั่นตลอดมาจนถึงปัจจุบัน เมื่อปี ๒๕๓๘ จำเลยทั้งสามได้ยื่นคำขอออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ เจ้าพนักงานที่ดินดำเนินการไต่สวนแล้วเห็นว่าอยู่ในหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่จะออกหนังสือแสดงสิทธิได้ตามประมวลกฎหมายที่ดิน จึงแจ้งให้โจทก์ทราบ โจทก์คัดค้านว่าเป็นที่ดินคนละแปลงกัน เจ้าพนักงานที่ดินไต่สวนแล้วมีความเห็นว่าที่ดินพิพาทเป็นแปลงเดียวกับที่ดินที่จะออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ โจทก์ไม่มีอำนาจคัดค้านการออกหนังสือแสดงสิทธิของจำเลยทั้งสาม ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วเห็นว่า คดีพอวินิจฉัยได้โดยไม่ต้องสืบพยาน ให้งดสืบพยานโจทก์และพยานจำเลยทั้งสาม แล้วพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้นเฉพาะประเด็นสุดท้าย ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาสืบพยานโจทก์และจำเลยทั้งสามตามประเด็นดังกล่าวแล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนีบมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์แล้วว่า โจทก์จะขอให้ศาลพิพากษาบังคับเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดบุรีรัมย์ สาขานางรอง ให้ระงับการออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์สำหรับที่ดินพิพาทให้แก่จำเลยทั้งสามโดยมิได้ฟ้องผู้ดำรงตำแหน่งดังกล่าวเป็นจำเลยได้หรือไม่ เห็นว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๔๕ วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า ... คำพิพากษาหรือคำสั่งใด ๆ ให้ถือว่าผูกพันคู่ความในกระบวนพิจารณาของศาลที่พิพากษาหรือมีคำสั่ง... เว้นแต่ที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๑๔๕ วรรคสอง (๑) และ (๒) ทั้งนี้ เพื่อคุ้มครองบุคคลภายนอกมิให้ถูกบังคับในเรื่องที่ตนมิได้เป็นคู่ความและไม่มีโอกาสเข้ามาดำเนินกระบวนพิจารณาด้วย เมื่อโจทก์ไม่ได้ฟ้องเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดบุรีรัมย์ สาขานางรอง เป็นจำเลย โจทก์ก็ไม่อาจขอให้บังคับคดีแก่เจ้าพนักงานดังกล่าวซึ่งเป็นบุคคลนอกคดีได้ ข้อที่โจทก์ฎีกาว่า หากข้อเท็จจริงฟังได้ว่าที่ดินพิพาทอยู่ในเขตปฏิรูปที่ดินโจทก์ย่อมมีกรรมสิทธิ์ในที่ดินนั้น และมีผลผูกพันเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดบุรีรัมย์ สาขานางรอง ต้องปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาล และเมื่อศาลพิพากษาว่าการขอออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ของจำเลยทั้งสามไม่ชอบเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดบุรีรัมย์ สาขานางรองต้องระงับการออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ให้แก่จำเลยทั้งสาม โจทก์จึงชอบที่จะขอให้ศาลมีคำสั่งห้ามเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดบุรีรัมย์ สาขานางรอง ออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ให้แก่จำเลยทั้งสามได้นั้น เหตุผลที่โจทก์ยกขึ้นอ้างในฎีกาไม่สมเหตุสมผล เพราะถ้าข้อเท็จจริงได้ความว่าที่ดินพิพาทอยู่ในเขตปฏิรูปที่ดินที่โจทก์มีอำนาจดำเนินการได้ตามพระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ.๒๕๑๘ ซึ่งทางราชการไม่อาจออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ให้แก่ผู้ใดได้ เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดบุรีรัมย์ สาขานางรอง ซึ่งเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ตามประมวลกฎหมายที่ดิน ย่อมมีหน้าที่ต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมาย อันเป็นการปฏิบัติหน้าที่ราชการตามปกติ ซึ่งเป็นคนละกรณีกับการถูกบังคับให้ปฏิบัติตามคำพิพากษา เมื่อโจทก์มิได้ฟ้องเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดบุรีรัมย์ สาขานางรอง เป็นจำเลยต่อศาล โจทก์ย่อมไม่มีอำนาจขอให้บังคับคดีแก่เจ้าพนักงานดังกล่าวได้ ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาให้ยกคำขอของโจทก์ที่ประสงค์ให้บังคับแก่เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดบุรีรัมย์ สาขานางรอง ซึ่งเป็นบุคลลภายนอกคดีจึงชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ. นายนิพันธ์ ช่วยสกุล ผู้ช่วยฯ นางสาวสุดรัก สุขสว่าง ย่อ นายไพโรจน์ โรจน์อภิรักษ์กุล ตรวจ นายชินวิทย์ จินดา แต้มแก้ว ผู้ช่วยฯ/ตรวจ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1834/2545 นางลี ชื่นชมแสง กับพวก

รายละเอียดคดี

คู่ความกับพวก - นางลี ชื่นชมแสง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)กำพล ภู่สุดแสวง · วสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ · สุรชาติ บุญศิริพันธ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดบุรีรัมย์ - นายสุพาทน์ สุชาตานนท์ · ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายจรูญ อินทจาร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 285/2503ฎีกา 181/2495ฎีกา 360/2502ฎีกา 8454/2544ฎีกา 795/2543ฎีกา 1721/2528ฎีกา 2660/2536ฎีกา 6789/2541ฎีกา 5610/2548ฎีกา 5801/2538ฎีกา 79/2501ฎีกา 3808/2526ฎีกา 3581/2538ฎีกา 6193/2551ฎีกา 2057/2529ฎีกา 945/2504ฎีกา 3219/2534ฎีกา 1251/2500ฎีกา 1763/2551ฎีกา 4549/2540ฎีกา 185/2566ฎีกา 2345/2540ฎีกา 1897/2512ฎีกา 1646/2519
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา