⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1942-1943/2545

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1942-1943/2545

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำความผิดต่อผู้เสียหายจำนวนมาก เป็นการสร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชนและเป็นภัยต่อเศรษฐกิจและสังคม ศาลอาจลงโทษจำคุกโดยไม่รอลงอาญาได้

ย่อคำพิพากษา

จำเลยที่ 1 และที่ 4 มีความผิดตาม พ.ร.บ. จัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2528 มาตรา 91 ตรี โดยความผิดที่จำเลยที่ 1 และที่ 4 ร่วมกระทำนั้น เป็นการกระทำต่อผู้เสียหายจำนวนมากถึง 64 คน เป็นการสร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชนผู้ต้องการหางานทำเพื่อหาเงินมาใช้เลี้ยงชีพ นับเป็นภัยต่อเศรษฐกิจและสังคมอย่างยิ่ง ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 2 ปี และลงโทษปรับจำเลยที่ 4 โดยไม่รอการลงโทษจำเลยที่ 1 นั้น นับว่าเหมาะสมแก่รูปคดีแล้ว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.56

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีทั้งสองสำนวนนี้ ศาลชั้นต้นพิจารณาและพิพากษารวมกันโดยให้เรียกโจทก์ทั้งสองสำนวนว่า โจทก์ เรียกจำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๓ ในสำนวนแรกว่า จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๓ ตามลำดับ และเรียกจำเลยในสำนวนหลังว่า จำเลยที่ ๔ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๑ , ๓๔๓ พระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ.๒๕๒๘ มาตรา ๙๑ ตรี และให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันคืนเงินหรือชดใช้เงินจำนวน ๔,๑๑๘,๐๐๐ บาท แก่ผู้เสียหายทั้ง ๖๔ คน จำเลยทั้งสี่ให้การปฏิเสธ แต่เมื่อสืบพยานโจทก์ไปบ้างแล้ว จำเลยที่ ๑ และที่ ๔ ให้การรับสารภาพ ระหว่างพิจารณา จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ หลบหนี ศาลชั้นต้นออกหมายจับและมีคำสั่งจำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ชั่วคราว ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยที่ ๑ และที่ ๔ มีความผิดตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. ๒๕๒๘ มาตรา ๙๑ ตรี ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๓ วรรคแรก ประกอบด้วยมาตรา ๓๔๑ , ๘๓ เป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๐ จำคุกจำเลยที่ ๑ มีกำหนด ๓ ปี ปรับจำเลยที่ ๔ จำนวน ๙๐,๐๐๐ บาท จำเลยที่ ๑ และที่ ๔ ให้การรับสารภาพเมื่อสืบพยานโจทก์ไปบ้างแล้วเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ หนึ่งในสาม คงจำคุกจำเลยที่ ๑ มีกำหนด ๒ ปี ปรับจำเลยที่ ๔ จำนวน ๖๐,๐๐๐ บาท พิเคราะห์รายงานการสืบเสาะและพินิจจำเลยแล้ว แม้ผู้เสียหายทั้ง ๖๔ คน จะได้รับการชดใช้ค่าเสียหายไปจากจำเลยทั้งสี่รวมเป็นเงิน ๑,๑๙๒,๗๐๐ บาท แต่พฤติการณ์ของจำเลยที่ ๑ ที่ร่วมกับพวกหลอกลวงประชาชนเป็นจำนวนมากอันเป็นภัยร้ายแรงต่อสังคมและเศรษฐกิจโดยไม่ยำเกรงต่อกฎหมายแล้ว ไม่มีเหตุให้รอการลงโทษ ส่วนจำเลยที่ ๔ ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙ สำหรับคำขอของโจทก์ที่ให้จำเลยที่ ๑ และที่ ๔ คืนหรือใช้เงินที่ยังไม่ได้คืนให้แก่ผู้เสียหายทั้ง ๖๔ คน รวมเป็นเงิน ๔,๑๑๘,๐๐๐ บาท นั้น ได้ความตามรายงานการสืบเสาะและพินิจจำเลยว่า ผู้เสียหายที่ ๒ ถึงที่ ๖๔ มีบางรายได้รับชดใช้ไปบางส่วนแล้ว จึงเห็นสมควรให้จำเลยที่ ๑ และที่ ๔ ร่วมกันคืนหรือชดใช้เงินเท่าที่ยังไม่ได้คืนให้แก่ผู้เสียหายที่ ๒ ถึงที่ ๖๔ รวมเป็นเงิน ๒,๙๒๕,๓๐๐ บาท ด้วย จำเลยที่ ๑ และที่ ๔ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๔ พิพากษายืน จำเลยที่ ๑ และที่ ๔ ฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษา ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยที่ ๑ และที่ ๔ ฎีกาในทำนองว่า จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ เป็นผู้ชักชวนและเรียกค่าบริการจากผู้เสียหายทั้งหมด โดยจำเลยที่ ๑ และที่ ๔ มิได้ร่วมในการชักชวนเรียกรับเงินจากผู้เสียหาย จำเลยที่ ๑ และที่ ๔ ร่วมกระทำผิดในฐานะผู้ถือใบอนุญาตจัดหางาน และจำเลยที่ ๑ และที่ ๔ มิได้หลบหนี แต่ได้พยายามบรรเทาความเสียหายที่เกิดขึ้นด้วยการหาเงินมาชดใช้ให้แก่ผู้เสียหายทั้งหมดจนเป็นที่พอใจนั้น เห็นว่า แม้จำเลยที่ ๑ และที่ ๔ จะฎีกาโต้แย้งคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ๔ เกี่ยวกับจำนวนค่าเสียหายที่ผู้เสียหายทั้งหมดได้รับ และจำนวนเงินที่จำเลยที่ ๑ และที่ ๔ ได้ชดใช้ให้แก่ผู้เสียหายทั้งหมดว่ามีจำนวนไม่ตรงตามที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๔ วินิจฉัยก็ตาม แต่ก็มิได้มีคำขอให้ศาลฎีกาพิพากษาให้จำเลยที่ ๑ และที่ ๔ ไม่ต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายตามที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค ๔ กำหนดให้จำเลยที่ ๑ และที่ ๔ ชดใช้ให้แก่ผู้เสียหายทั้งหมด จำเลยที่ ๑ และที่ ๔ เพียงแต่ต้องการแสดงข้อเท็จจริงเพื่อประกอบการใช้ดุลพินิจในการลงโทษของศาลฎีกาเท่านั้น คดีจึงมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ ๑ และที่ ๔ ว่า กรณีมีเหตุสมควรลงโทษจำเลยที่ ๑ และที่ ๔ ในสถานเบาและรอการลงโทษจำเลยที่ ๑ หรือไม่ เห็นว่า ความผิดที่จำเลยที่ ๑ และที่ ๔ ร่วมกระทำนั้นเป็นการกระทำต่อผู้เสียหายจำนวนมากถึง ๖๔ คน เป็นการสร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชนผู้ต้องการหางานทำเพื่อหาเงินมาใช้เลี้ยงชีพ นับเป็นภัยต่อเศรษฐกิจและสังคมอย่างยิ่ง ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาลงโทษจำเลยที่ ๑ และที่ ๔ โดยไม่รอการลงโทษจำเลยที่ ๑ นั้น นับว่าเหมาะสมแก่รูปคดีแล้ว ฎีกาของจำเลยที่ ๑ และที่ ๔ ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1942 - 1943/2545 พนักงานอัยการจังหวัดอุดรธานี โจทก์ นายวิหาร วิเศษเธียรกุล ที่ 1 กับพวก จำเลย พนักงานอัยการจังหวัดอุดรธานี โจทก์ บริษัทจัดหางานเรียลไทม์ เพลส์เมนท์ จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดอุดรธานี · จำเลย - นายวิหาร วิเศษเธียรกุล ที่ 1 กับพวก · โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดอุดรธานี · จำเลย - บริษัทจัดหางานเรียลไทม์ เพลส์เมนท์ จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)รุ่งโรจน์ รื่นเริงวงศ์ · อรพินท์ เศรษฐมานิต · ชัช ชลวร
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดอุดรธานี - นายวินัย สร้อยพลอย · ศาลอุทธรณ์ภาค 4 - นายจักษ์ชัย เยพิทักษ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 17225/2557ฎีกา 1891/2500ฎีกา 7074/2541ฎีกา 5598/2540ฎีกา 633/2540ฎีกา 2724/2550ฎีกา 664/2520ฎีกา 3911/2568ฎีกา 412/2540ฎีกา 370/2542ฎีกา 187/2530ฎีกา 1049/2539ฎีกา 170/2539ฎีกา 6318/2534ฎีกา 1935/2541ฎีกา 4380/2542ฎีกา 4042/2547ฎีกา 5509/2549ฎีกา 3576/2536ฎีกา 1594/2523ฎีกา 4018/2542ฎีกา 2994/2540ฎีกา 5093/2548ฎีกา 9575/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา