⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2832-2833/2545

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2832-2833/2545

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การเลิกจ้างลูกจ้างเนื่องจากการปรับปรุงโครงสร้างบุคลากรต้องมีเหตุอันสมควรและเพียงพอ และต้องเป็นธรรมต่อลูกจ้าง โดยต้องแสดงให้เห็นถึงความจำเป็นในการเลิกจ้างและผลกระทบจากการปฏิบัติงานของลูกจ้างนั้นๆ

ย่อคำพิพากษา

การปรับปรุงโครงสร้างบุคลากรโดยลดจำนวนบุคลากรลงให้เหมาะสมกับงาน แม้เป็นอำนาจบริหารของนายจ้างจนเป็นผลให้ต้องเลิกจ้างลูกจ้างได้ แต่ต้องเป็นการกระทำที่มีเหตุอันสมควรและเพียงพอที่จะเลิกจ้าง และต้องเป็นธรรมต่อลูกจ้างด้วย การลดจำนวนลูกจ้างแม้ผู้ร้องได้กำหนดหลักเกณฑ์ขึ้นพิจารณาแก่ลูกจ้างทุกคนก็ตาม แต่ผลการประเมินได้ระบุเพียงว่าผลปฏิบัติงานของผู้คัดค้านทั้งสองได้คะแนนต่ำสุดของหน่วยงานเท่านั้น โดยไม่ปรากฏว่าผู้คัดค้านทั้งสองไม่สามารถทำงานให้ดีได้หรือทำงานให้ผู้ร้องเสียหายอย่างไร หรือผู้คัดค้านทั้งสองได้กระทำผิดประการใด หรือมีความจำเป็นเพียงใดที่จะต้องเลิกจ้างลูกจ้างในแผนกไฟฟ้าระดับ 5 และแผนกอุปกรณ์ของแหล่งผลิตเอราวัณเฉพาะผู้คัดค้านเพียงสองคนเท่านั้น จึงไม่มีเหตุอันสมควรและเพียงพอถึงขนาดที่ผู้ร้องจะเลิกจ้างผู้คัดค้านทั้งสอง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 ม.52 พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 ม.121

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีทั้งสองสำนวน ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งให้รวมการพิจารณาเข้าด้วยกันโดยเรียกผู้คัดค้านตามลำดับสำนวนว่า ผู้คัดค้านที่ 1 และที่ 2 ผู้ร้องยื่นคำร้องทั้งสองสำนวนทำนองเดียวกันว่า ผู้คัดค้านทั้งสองเป็นลูกจ้างผู้ร้องและเป็นกรรมการลูกจ้างในกิจการของผู้ร้องซึ่งประกอบกิจการสำรอจและขุดเจาะน้ำมันและก๊าซธรรมชาติจำหน่ายให้แก่ผู้ประกอบการในประเทศ ผู้คัดค้านทั้งสองเป็นพนักงานซึ่งมีคุณสมบัติต้องด้วยหลักเกณฑ์ที่จะต้องถูกปรับลด ผู้ร้องจึงได้เสนอให้ลาออกโดยรับสิทธิประโยชน์เช่นเดียวกับพนักงานอื่น ๆ แต่ผู้คัดค้านทั้งสองไม่ตกลงยินยอมลาออก เนื่องจากผู้คัดค้านทั้งสองเป็นกรรมการลูกจ้าง ผู้ร้องไม่อาจเลิกจ้างผู้คัดค้านทั้งสองได้โดยพลการ จึงร้องขอต่อศาลเพื่อมีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ร้องเลิกจ้างผู้คัดค้านทั้งสอง ผู้คัดค้านทั้งสองสำนวนยื่นคำร้องคัดค้านขอให้ยกคำร้อง ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงและวินิจฉัยว่า ผู้ร้องประกอบกิจการสำรวจและขุดเจาะน้ำมันปิโตรเลียมและก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยเพื่อจำหน่าย ผู้คัดค้านทั้งสองเป็นลูกจ้างผู้ร้องและเป็นกรรมการลูกจ้าง ผู้ร้องมีความจำเป็นต้องปรับลดโครงสร้างบุคลากร โดยเปิดโอกาสให้ลูกจ้างสมัครใจลาออก และโดยการประเมินประสิทธิภาพการทำงานที่ผ่านมาตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการของผู้ร้องกำหนดขึ้น ผลการประเมินของคณะกรรมการจัดสรรบุคลากรปรากฏว่า ผู้คัดค้านทั้งสองได้คะแนนต่ำสุดของหน่วยงานและไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าผู้ร้องกลั่นแกล้งหรือมีพฤติการณ์ส่อว่าผู้ร้องมีเจตนาขัดขวางการดำเนินงานของผู้คัดค้านทั้งสองในฐานะกรรมการลูกจ้าง แต่กลับจะจ่ายผลตอบแทนแก่ผู้คัดค้านทั้งสองไม่น้อยกว่าสิทธิและผลประโยชน์ตอบแทนตามเงื่อนไขและหลักเกณฑ์ที่จะจ่ายให้แก่พนักงานที่สมัครใจลาออกตามโครงการดังกล่าว ถือว่ามีเหตุสมควรที่จะเลิกจ้างได้ อนุญาตให้ผู้ร้องเลิกจ้างผู้คัดค้านทั้งสอง ผู้คัดค้านทั้งสองสำนวนอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ผู้ร้องประกอบกิจการสำรวจและขุดเจาะน้ำมันปิโตรเลียมและก๊าซธรรมชาติจำหน่ายให้แก่ผู้ประกอบการภายในประเทศ ซึ่งเป็นกิจการขนาดใหญ่ที่มีแหล่งผลิตถึง 14 แห่ง ต้องใช้บุคลากรจำนวนมาก แม้ในปี 2541 ปริมาณการใช้น้ำมันและก๊าซธรรมชาติจะลดลงบ้างอันเนื่องมาจากภาวะเศรษฐกิจก็ตาม แต่การดำเนินกิจการของผู้ร้องยังมีกำไรตลอดมา ทั้งปริมาณงานและผลผลิตก็มิได้ลดลง ส่วนที่ผู้ร้องอ้างว่ามีการผลิตก๊าซธรรมชาติจากแหล่งอื่นเกิดขึ้นและแนวโน้มการใช้ไฟฟ้าลดลง ทำให้ผู้ร้องต้องผลิตน้ำมันและก๊าซธรรมชาติลดลงนั้น เป็นเพียงการคาดคะเนต่อเหตุการณ์ข้างหน้าเท่านั้น ซึ่งอาจจะไม่เกิดผลดังเช่นผู้ร้องคาดคะเนก็ได้และแม้การคาดคะเนดังกล่าวเป็นมูลเหตุให้ผู้ร้องต้องปรับโครงสร้างบุคลากร แต่การปรับปรุงโครงสร้างดังกล่าวก็ไม่มีผลทำให้ผู้ร้องต้องยุบหน่วยงานที่ผู้คัดค้านทั้งสองทำงานอยู่หรือหน่วยงานอื่นของผู้ร้อง ผู้ร้องกลับจ้างผู้รับเหมาให้ทำงานเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ร้องได้จ้างลูกจ้างเพิ่มขึ้นอีกหลายคน แม้การจ้างดังกล่าวมิได้ทำงานในแผนกที่ผู้คัดค้านทั้งสองทำงานอยู่แต่ย่อมจะทำให้ค่าใช้จ่ายของผู้ร้องเพิ่มขึ้น ส่วนการปรับปรุงโครงสร้างบุคลากรโดยการลดจำนวนบุคลากรลงให้เหมาะสมกับงาน แม้เป็นอำนาจบริหารของนายจ้างจนเป็นผลให้ต้องเลิกจ้างลูกจ้างได้ แต่ต้องเป็นการกระทำที่มีเหตุอันสมควรและเพียงพอที่จะเลิกจ้าง และต้องเป็นธรรมต่อลูกจ้างด้วย การลดจำนวนลูกจ้างแม้ผู้ร้องได้กำหนดหลักเกณฑ์ขึ้นพิจารณาแก่ลูกจ้างทุกคนก็ตาม แต่ผลการประเมินได้ระบุเพียงว่าผลปฏิบัติงานของผู้คัดค้านทั้งสองได้คะแนนต่ำสุดของหน่วยงานเท่านั้น โดยไม่ปรากฏว่าผู้คัดค้านทั้งสองไม่สามาถทำงานให้ดีได้หรือทำงานให้ผู้ร้องเสียหายอย่างไร หรือผู้คัดค้านทั้งสองได้กระทำผิดประการใด หรือมีความจำเป็นเพียงใดที่จะต้องเลิกจ้างลูกจ้างในแผนกไฟฟ้าระดับ 5 และแผนกอุปกรณ์ของแหล่งผลิตเอราวัณเฉพาะผู้คัดค้านเพียงสองคนเท่านั้น จึงไม่มีเหตุอันสมควรและเพียงพอถึงขนาดที่ผู้ร้องจะเลิกจ้างผู้คัดค้านทั้งสอง ที่ศาลแรงงานกลางอนุญาตให้ผู้ร้องเลิกจ้างผู้คัดค้านทั้งสองไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา อุทธรณ์ผู้คัดค้านทั้งสองฟังขึ้น พิพากษากลับ ให้ยกคำร้องของผู้ร้องทั้งสองสำนวน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2832 - 2833/2545 บริษัทยูโนแคล ไทยแลนด์ จำกัด ผู้ร้อง นายสมพงษ์ ทองมาก กับพวก ผู้คัดค้าน

รายละเอียดคดี

คู่ความผู้ร้อง - บริษัทยูโนแคล ไทยแลนด์ จำกัด · ผู้คัดค้าน - นายสมพงษ์ ทองมาก กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มงคล คุปต์กาญจนากุล · วีรพจน์ เพียรพิทักษ์ · พูนศักดิ์ จงกลนี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแรงงานกลาง - นายอนันต์ โรจนเนืองนิตย์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6947/2557ฎีกา 1596/2529ฎีกา 8880-8886/2542ฎีกา 4688/2529ฎีกา 6232/2534ฎีกา 2845-2847/2546ฎีกา 3943/2557ฎีกา 7420/2537ฎีกา 5924/2534ฎีกา 2431/2530ฎีกา 3555/2534ฎีกา 2157/2543ฎีกา 1389/2544ฎีกา 8247/2568ฎีกา 3180/2530ฎีกา 1683/2535ฎีกา 8013/2538ฎีกา 785/2532ฎีกา 4839-4840/2548ฎีกา 3330/2522ฎีกา 3383/2536ฎีกา 144/2544ฎีกา 7791/2556ฎีกา 2675/2524
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา