คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7791/2556
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำของลูกจ้างที่เปลือยกายถ่ายรูปหน้าป้ายชื่อบริษัทและชื่อทางการค้าของบริษัท อันเป็นการลบหลู่ ไม่ให้เกียรติแก่สถานที่ทำงานและบริษัท และนำภาพไปเผยแพร่จนก่อให้เกิดความเสียหายต่อชื่อเสียงเกียรติคุณทางการค้าของบริษัท ถือเป็นการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานอันเป็นเหตุให้บริษัทเลิกจ้างได้
ย่อคำพิพากษา
ผู้คัดค้านเป็นลูกจ้างของผู้ร้อง ผู้ร้องประกอบกิจการผลิตรถยนต์และชิ้นส่วนรถยนต์จำหน่ายภายในประเทศและต่างประเทศ รถยนต์ที่จำหน่ายใช้ชื่อทางการค้าว่า "เชฟโรเลต" ผู้คัดค้านเป็นกรรมการลูกจ้างและเป็นกรรมการสหภาพแรงงาน วันที่ 13 มีนาคม 2552 คณะกรรมการสหภาพแรงงานมีมติให้นัดหยุดงาน เวลา 22 นาฬิกา ของวันนั้นผู้คัดค้านเปลือยกายถ่ายรูปทั้งภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหวที่หน้าป้ายชื่อบริษัทผู้ร้องและป้ายชื่อ "เชฟโรเลต" เป็นการกระทำไม่ให้เกียรติแก่สถานที่ทำงานของผู้คัดค้าน ลบหลู่ไม่ให้เกียรติแก่ผู้ร้อง ต่อมามีการนำภาพถ่ายดังกล่าวไปเผยแพร่ทางสถานีโทรทัศน์ทั่วประเทศ ย่อมมีผลทำให้ผู้ร้องเสียหายต่อชื่อเสียงเกียรติคุณในทางการค้าของผู้ร้องอันเป็นการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน จึงมีเหตุสมควรและเพียงพอให้ผู้ร้องเลิกจ้างผู้คัดค้านได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 ม.52
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ร้องเลิกจ้างผู้คัดค้านได้
ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้าน ขอให้ยกคำร้อง
ศาลแรงงานภาค 2 มีคำสั่งให้ผู้ร้องเลิกจ้างผู้คัดค้านได้
ผู้คัดค้านอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา
ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของผู้คัดค้านว่าการกระทำของผู้คัดค้านมีเหตุอันสมควรและเพียงพอที่ผู้ร้องจะเลิกจ้างผู้คัดค้านได้หรือไม่ พฤติกรรมที่ผู้คัดค้านเปลือยกายยืนอยู่ที่หน้าป้ายชื่อบริษัทและป้ายชื่อสินค้าของผู้ร้อง นอกจากเป็นการกระทำที่ดูหมิ่นไม่ให้เกียรติแก่สถานที่ทำงานของตนเองแล้ว ยังเป็นการลบหลู่ไม่ให้เกียรตินายจ้างของตนอีกด้วย นอกจากนี้ต่อมามีการนำภาพถ่ายดังกล่าวซึ่งมีชื่อบริษัทผู้ร้องและชื่อสินค้าของผู้ร้องปรากฏอยู่ด้วยไปเผยแพร่ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ซึ่งมีการเผยแพร่ไปทั่วประเทศนั้น ย่อมมีผลทำให้ผู้ร้องได้รับความเสียหายต่อชื่อเสียงหรือเกียรติคุณในทางการค้าของผู้ร้อง อันเป็นการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของผู้ร้องในเรื่องวินัยและโทษทางวินัย จึงถือได้ว่ามีเหตุอันสมควรและเพียงพอที่ผู้ร้องจะเลิกจ้างผู้คัดค้านได้ ที่ศาลแรงงานภาค 2 มีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ร้องเลิกจ้างผู้คัดค้านมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของผู้คัดค้านฟังไม่ขึ้น ที่ผู้คัดค้านอุทธรณ์ว่าขณะผู้ร้องยื่นคำร้องขออนุญาตเลิกจ้างผู้คัดค้านอยู่ระหว่างที่สหภาพแรงงานบริษัทเจนเนอรัลมอเตอร์สประเทศไทย ยื่นข้อเรียกร้องต่อผู้ร้อง ที่ผู้ร้องมายื่นคำร้องคดีนี้จึงไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้น เป็นข้อที่ผู้คัดค้านไม่ได้ยกขึ้นว่ากล่าวโดยชอบในศาลแรงงานภาค 2 จึงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 225 วรรคหนึ่ง ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 31 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7791/2556
บริษัทเจนเนอรัลมอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ร้อง
นายไพโรจน์ โคตรสังข์ ผู้คัดค้าน
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | ผู้ร้อง - บริษัทเจนเนอรัลมอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด · ผู้คัดค้าน - นายไพโรจน์ โคตรสังข์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | นิยุต สุภัทรพาหิรผล · ชัยวัฒน์ เวียงธีรวัฒน์ · วิรุฬห์ แสงเทียน |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแรงงานภาค 2 - นางสาวอรกมล เจนนิรมาณ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
| หมายเลขคดีดำ | ร.1329/2553 |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา