⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3815/2529

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3815/2529

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การยุติหรือถอนข้อเรียกร้องโดยปริยายเกิดขึ้นได้เมื่อคู่กรณีไม่มีการดำเนินการใดๆ เกี่ยวกับข้อเรียกร้องนั้นเป็นระยะเวลานาน และถือว่าทั้งสองฝ่ายไม่ติดใจที่จะเจรจากันต่อไปอีก

ย่อคำพิพากษา

การยุติและการถอนข้อเรียกร้องในกรณีที่ฝ่ายแจ้งข้อเรียกร้องไม่ประสงค์จะเรียกร้องต่อไป ไม่มีบทบัญญัติของกฎหมายบังคับให้ต้องทำเป็นหนังสือ การที่จำเลยยื่นข้อเรียกร้องแล้วได้มีการเจรจากัน 2 ครั้ง หลังจากนั้นเป็นเวลาถึง 2 ปีเศษไม่มีการเจรจากันอีก เช่นนี้ย่อมถือได้โดยปริยายว่าทั้งสองฝ่ายต่างไม่ติดใจที่จะเจรจากันในเรื่องของข้อเรียกร้องนั้นต่อไปอีก โดยต่างยอมยุติข้อเรียกร้องนั้นหลังจากนั้นจำเลยย้ายโจทก์ซึ่งเป็นรองประธานสหภาพแรงงานและกรรมการลูกจ้างไปปฏิบัติงานต่างจังหวัด จึงไม่เป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 มาตรา 31 และมาตรา 52

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 ม.13 พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 ม.31 พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 ม.52

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นลูกจ้างประจำของจำเลย ตำแหน่งพนักงานธุรการ ๔ โจทก์เป็นรองประธานสหภาพแรงงานสถาบันวิจัยฯ และเป็นลูกจ้าง ขณะอยู่ระหว่างเจรจาข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง ซึ่งโจทก์เป็นตัวแทนสหภาพแรงงานเข้าจรจากับจำเลย จำเลยมีคำสั่งย้ายโจทก์ไปปฏิบัติหน้าที่ ณ สถานีวิจัยสิ่งแวดล้อมสะแกราช จังหวัดนครราชสีมา เป็นการกลั่นแกล้งโจทก์โดยฝ่าฝืนพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์มาตรา ๓๑ และมาตรา ๕๒ ขอให้ยกเลิกคำสั่งของจำเลย ให้จำเลยย้ายโจทก์กลับเข้าทำงานในตำแหน่งหน้าที่เดิม จำเลยให้การว่า จำเลยย้ายโจทก์เพราะมีความจำเป็นให้โจทก์ไปแก้ไขปัญหาที่หน่วยงานนั้น โจทก์ได้รับเงินเพิ่ม จำเลยมิได้กลั่นแกล้งโจทก์ เมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๗ จำเลยได้ยื่นข้อเรียกร้องขอเลิกการหยุดพักระหว่างเวลา ๑๐.๐๐ นาฬิกาถึง ๑๐.๓๐ นาฬิกา และระหว่าง ๑๕.๐๐ นาฬิกาถึง ๑๕.๓๐ นาฬิกา จำเลยได้เรียกประชุมและแจ้งให้พนักงานทุกคนทราบโดยไม่มีผู้ใดคัดค้าน และต่างได้ปฏิบัติตามตลอดมา ข้อเรียกร้องนี้จึงยุติ เมื่อเดือนธันวาคม ๒๕๒๗ ฝ่ายลูกจ้างได้ยื่นข้อเรียกร้องเรื่องขยายขั้นเงินเดือนได้มีการประชุมระหว่างผู้แทนทั้งสองฝ่ายครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๘ ปรากฏว่าลูกจ้างไม่ติดใจนำผลของการเจรจาไปจดทะเบียน และไม่ถือว่าเป็นข้อเรียกร้องโดยยอมถอนข้อเรียกร้องทั้งหมด ข้อเรียกร้องของลูกจ้างจึงยุติแล้วเช่นกันการที่จำเลยย้ายโจทก์ไม่เกี่ยวกับการยื่นข้อเรียกร้อง ขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า คำสั่งย้ายโจทก์กระทำในขณะที่ไม่มีข้อพิพาทแรงงานอยู่ในระหว่างการเจรจา และเป็นคำสั่งที่กระทำด้วยความจำเป็นและเหมาะสมแก่หน่วยงานเพื่อประโยชน์แก่งานของจำเลย มิใช่เป็นการกลั่นแกล้งและฝ่าฝืนพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๓๑ และมาตรา ๕๒ พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๑๓ กำหนดไว้ว่า การยื่นข้อเรียกร้องของนายจ้างหรือของลูกจ้างจะต้องทำเป็นหนังสือ และเมื่อต่อมามีการเจรจาและตกลงกันได้ก็ต้องทำข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างเป็นหนังสือลงลายมือชื่อนายจ้างหรือผู้แทนกับผู้แทนลูกจ้างต่อไปเท่านั้นการยุติหรือการถอนข้อเรียกร้องในกรณีที่ฝ่ายแจ้งข้อเรียกร้องไม่ประสงค์จะเรียกร้องต่อไปนั้น ไม่มีบทบัญญัติของกฎหมายบังคับให้ต้องทำเป็นหนังสือแต่อย่างใด การที่จำเลยยื่นข้อเรียกร้องแล้วได้มีการเจรจากัน ๒ ครั้ง ในปี พ.ศ. ๒๕๒๗ ซึ่งเป็นปีที่ยื่นข้อเรียกร้อง หลังจากนั้นเป็นเวลาถึง ๒ ปีเศษ ก็ไม่มีการเจรจาต่อกันอีกเช่นนี้ก็ย่อมถือได้โดยปริยายแล้วว่า ทั้งสองฝ่ายต่างไม่ติดใจที่จะเจรจากันในเรื่องของข้อเรียกร้องนั้นต่อไปอีก อันแสดงให้เห็นเจตนาได้ว่าต่างยอมยุติข้อเรียกร้องนั้นมิฉะนั้นแล้วกรณีจะกลายเป็นว่า เมื่อไม่มีการเจรจาโดยต่างฝ่ายต่างเพิกเฉยเช่นนี้ตลอดไป ข้อพิพาทแรงงานนั้นก็จะยังคงมีอยู่ต่อไปโดยไม่มีที่สิ้นสุด ซึ่งจะไม่เกิดผลที่ดีแก่นายจ้างและลูกจ้างเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๘ ด้วย ดังนั้น จึงถือว่าข้อเรียกร้องนี้ได้ยุติไปโดยปริยายแล้ว ส่วนข้อเรียกร้องที่ฝ่ายลูกจ้างยื่นขอขยายขั้นเงินเดือนต่อจำเลยนั้นได้มีการตกลงกันแล้วว่าฝ่ายลูกจ้างไม่ถือเป็นข้อเรียกร้องต่อไป โดยยอมถอนข้อเรียกร้องนั้น เมื่อข้อเรียกร้องของทั้งสองฝ่ายยุติ และได้มีการถอนไปแล้วเช่นนี้ การที่จำเลยมีคำสั่งย้ายโจทก์ดังกล่าวจึงไม่ขัดต่อพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๘ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3815/2529 นายพูลพงษ์ อิ่มทั่ว ฯ โจทก์ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายพูลพงษ์ อิ่มทั่ว ฯ · จำเลย - สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มาโนช เพียรสนอง · จุนท์ จันทรวงศ์ · สุรัตน์ ศรีอนุพันธุ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแรงงานกลาง - นายวิชัย เอื้ออังคณากุล · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6947/2557ฎีกา 1596/2529ฎีกา 768/2533ฎีกา 8880-8886/2542ฎีกา 4688/2529ฎีกา 2004/2527ฎีกา 6232/2534ฎีกา 7337/2549ฎีกา 2845-2847/2546ฎีกา 3539/2536ฎีกา 7420/2537ฎีกา 2476/2544ฎีกา 5924/2534ฎีกา 2681-2683/2545ฎีกา 2725/2530ฎีกา 3822/2528ฎีกา 3555/2534ฎีกา 3115/2529ฎีกา 1389/2544ฎีกา 8247/2568ฎีกา 3180/2530ฎีกา 1683/2535ฎีกา 1128/2544ฎีกา 8013/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา